เอไอเอส (AIS) ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยกระดับโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” สู่วาระแห่งชาติ เดินหน้าชวนคนไทย ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างถูกวิธี พร้อมขยายจุดรับทิ้งทั่วประเทศ…
highlights
ขยายจุดวางถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ ทสจ. ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี
ร่วมกับ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. เพื่อเป็นตัวแทนสื่อสาร สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง
AIS ร่วมกับ ทส . ยกระดับโครงการ “คนไทยไร้ E –Waste ” สู่วาระแห่งชาติ
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธ รรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาก ารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้ งที่เกิดขึ้นในประเทศและที่นำเข้ าจากต่างประเทศ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชา ติ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหาร จัดการขยะพลาสติก และขยะอิเล็กทร อนิกส์
โดยมี รมว.ทส. เป็นประธานมีหน้าที่และอำนาจในก ารเสนอแนะมาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงาน ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลา สติก และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการขับเคลื่อนการดำเนินงานใ นการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิ กส์ให้ประสบผลสำเร็จต้องอาศั ยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน/ประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่าย ทส. ดำเนินโครงการ “คนไทยไร้ E –Waste “ เพื่อรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ปร ะเภทซากโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุ ปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ สายชาร์จ, แบตเตอรี่, หูฟัง, พาวเวอร์แบงก์ และนำไปจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่ งแวดล้อม
โดยรายได้จากการรีไซเคิล จะนำไปมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาต่อ ไป โดยปัจจุบันปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิด ขึ้นในประเทศมีมากกว่า 400,000 ตันต่อปี แต่มีการเก็บรวบรวม และนำไปจัดกา รอย่างถูกต้องเพียง 500 ตัน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ตามบ้า นเรือน ขายเป็นสินค้ามือสอง ขายให้รถเร่/ซาเล้ง
นอกจากนี้ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่ างประเทศ มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2557 มีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในปริมาณประมาณ 900 ตัน อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ปริมาณนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มี มากกว่า 50,000 ตัน
ทั้งนี้ ยังมีการตรวจพบโรงงานและสถานประ กอบกิจการถอดแยกขยะอิเล็กทรอนิ กส์ที่ดำเนินการอย่างไม่ถูกหลั กวิชาการ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามั ยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการรวบรวมและนำไปจัดกา รอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ยกระดับภารกิจ คนไทยไร้ E –Waste สู่วาระแห่งชาติ
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า วันนี้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เป็นอุปกรณ์สื่อสาร และ ICT นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั่วทั้งโลก
โดยมีตัวเลขจาก The global E –Waste 2020 by the United Nation University and the United Nations Institute for Training and Research, the International Telecommunication Union and the International Solid Waste Association
ที่รายงานเมื่อปี 2562 ว่า ทั่วโลกมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิก ส์ถึง 53.6 ล้านเมตริกตัน และมีการใช้งานต่อคนถึงคนละ 7.3 กิโลกรัม ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้ รับการ recycle อย่าง ถูกวิธี เพียง 17 .4 % หรือ
คิดเป็น 9.3 ล้านเมตริกตันเท่านั้น ในขณะที่ข้อมูลจากรายงานสถานการ ณ์ของเสียอันตรายจากชุมชน
โดยกรมควบคุมมลพิษ ปี 2562 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิ กส์ (E-Waste) อยู่ที่ 400,000 ตัน
นี่คือสิ่งที่เราควรต้องให้ความ สำคัญ และบริหารจัดการร่วมกันก่ อนจะสายเกินไป
ดังนั้นในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มีเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริ การด้านดิจิทัลที่ดำเนินธุรกิ จอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ พร้อมร่วมดูแลรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้พัฒน า และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยื น
เราจึงให้ความสำคัญต่อการจัดการ ปัญหาขยะทุกประเภท รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่นับได้ว่าเป็นขยะอีกหนึ่งประ เภทที่จะต้องมีการคัดแยก และนำไป กำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ที่ผ่านมาเราจึงอาสาเข้ามาเป็นศู นย์กลางและจัดทำโครงการ “คนไทยไร้ E –Waste “ ขึ้น
โดยมีเป้าหมายในการปลูกจิตสำนึก คนไทยให้เข้าใจและตระหนักถึงการ บริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างถูกวิธี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในการกำ จัด โดยจัดทำถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)
ซึ่งประกอบไปด้วย โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอรี่มือถือ, พาวเวอร์แบงก์, สายชาร์จ, หูฟัง มาทิ้ง ได้ ณ จุดบริการของ เอไอเอส และจุดบริการของภาคีเครือข่ายซึ่งปัจจุบันมีแล้วมากกว่า 2,300 จุดทั่วประเทศ จากนั้นส่งต่อไปทำลายอย่างถูกต้ องตามมาตรฐานสากลในรูปแบบของ Zero Landfill
โดยล่าสุด ได้รับเกียรติจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นอีก 1 ภาคีเครือข่ายหลัก ยกระดับภารกิจ คนไทยไร้ E-Waste สู่วาระแห่งชาติ ในการขยายจุดรับทิ้ง ขยะอิเล็กทร อนิกส์ (E-Waste) พร้อมร่วมบูรณาการส่งต่อองค์ควา มรู้ และปลูกจิตสำนึกคนไทย
ผ่านการทำงานของ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชา ติ และสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. ที่จะเป็นตัวแทนหลักที่เข้าถึงป ระชาชนทั่วประเทศเพื่อสื่อสารเกี่ ยวกับโทษภัยของขยะอิเล็กทรอนิ กส์ (E-Waste), ให้ข้อมูลการจัดเก็บและทิ้งอย่า งถูกวิธี ตลอดจนส่งเสริมความรู้ความเข้าใ จในชุมชนอย่างยั่งยืน
ซึ่ง เอไอเอส ต้องขอขอบคุณกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมกลุ่ม ทสม. ที่เห็นความสำคัญของโครงการนี้ แ ละร่วมสนับสนุนอย่างดี โดยยืนยันว่า เราจะร่วมเป็นอีก 1 พลังสานต่อภารกิจของกระทรวงฯ ในการดูแลปกป้องสิ่งแวดล้อมของบ้ านเราเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิ ตของลูกหลานเราในอนาคตให้ดีขึ้ นอย่างยั่งยืนต่อไป
ปัจจุบันโครงการ “คนไทยไร้ E –Waste “ สามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ไ ด้จำนวนกว่า 6.3 ตัน โดยทางเอไอเอส ได้นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เก็บรวบรวมได้จากจุดรับทิ้ง นำส่งให้กับ บริษัท เทส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการรีไซเคิลขยะอิ เล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐาน และเป็ นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยกระบ วนการ Zero Landfill (การจัดการขยะทำให้นำกลับมาใช้ป ระโยชน์ใหม่ให้เกิดมูลค่าได้อีก ครั้ง) ต่อไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ewastethailand.com
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th