CAT จับมือ MSIG ลุยประกันภัยไซเบอร์เสริมความมั่นใจลูกค้าในการดำเนินธุรกิจ

0
363
CAT

CAT จับมือ MSIG ลุยประกันภัยไซเบอร์เสริมความมั่นใจลูกค้าในการดำเนินธุรกิจคุ้มครองธุรกิจจากการคุกคามทางไซเบอร์ครอบคลุมทั่วโลก…

highlight

  • แคท ผนึกกำลัง เอ็ม เอส ไอ จี ลุยตลาดประกันภัยไซเบอร์ คุ้มครองธุรกิจจากการคุกคามทางไซเบอร์ครอบคลุมทั่วโลก พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่วยเหลือตลอด 24 ชม. ชี้ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการโจมตีทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ โดยตั้งเป้ากวาดเบี้ย 100 ล้านบาท

CAT จับมือ MSIG ลุยประกันภัยไซเบอร์เสริมความมั่นใจลูกค้าในการดำเนินธุรกิจ

พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า โครงการ ประกันภัยความเสี่ยงภัยไซเบอร์ เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากการมองเห็นแนวโน้มความเสี่ยงภัยทางไซเบอร์

ซึ่งในปัจจุบันมีความรุนแรง และมีมูลค่าความเสียหายเพิ่มสูงขึ้นโดยในประเทศไทยความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น 10-20% ในระยะเวลา 1-2 ปี และแนวโน้มดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบได้กับธุรกิจในทุกภาคส่วน ซึ่งการบริหารจัดการกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ประกอบธุรกิจอาจไม่สามารถประเมิน และควบคุมได้

เนื่องจากขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงเกิดความร่วมมือขึ้นระหว่าง 2 หน่วยงาน คือ แคท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและให้บริการด้าน IT Security ที่มีประสบการณ์กว่า 13 ปี ผนวกกับ เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย มืออาชีพด้านประกันภัย ร่วมกันพัฒนากรมธรรม์ประกันภัย ที่พร้อมจะช่วยดูแลทางด้านความปลอดภัย และดูแลค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจหากเกิดภัยไซเบอร์ขึ้น

CAT

“ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะตกเป็นเหยื่อเมื่อไหร่ และผลกระทบจะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ประกันภัยไซเบอร์จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างอุ่นใจ แคท และ เอ็ม เอส ไอ จี จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการรับโอนความเสี่ยง ปกป้องธุรกิจจากภัยคุกคามไซเบอร์ และเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จสำหรับภาคธุรกิจ”

ซึ่งเล็งให้บริการประกันภัยไซเบอร์ แก่ลูกค้า แคท ในทุกระดับตั้งแต่ เอสเอ็มอี, เอสเอ็มบี ไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งค่าบริการจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน 10,000 บาท แต่อย่างไรก็ดีในการพิจารณาค่าบริการกรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์ และวงเงินประกันให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ จะพิจารณาจากรูปแบบของดำเนินธุรกิจว่ามีความเสี่ยงมาก หรือน้อย

เท่าใด ซึ่งหากมีความเสี่ยงสูง ก็จะมีอัตราค่าบริการสูงตามไปด้วย โดยปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าที่ใช้บริการทางด้านโซลูชั่นต่าง ๆ จาก แคท ได้สอบถามเข้ามา และให้ แคทเข้าไปนำเสนอแพ็ตเกจให้ เนื่องจากต้องการเสริมความมั่นใจการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าจะไม้ต้องการให้เกิดเหตุรุนแรงก็ตาม

CAT

ด้าน รัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เอ็ม เอส ไอ จี และกสท โทรคมนาคม ต่างเล็งเห็นความสำคัญของภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น ระบบคอมพิวเตอร์โดนแฮ็ก หรือเสียหายโดยโปรแกรมมัลแวร์/ไวรัส

และการรั่วไหลหรือเปิดเผยข้อมูลซึ่งเป็นความลับ รวมถึงการโดนก่อกวนจากหลายอุปกรณ์พร้อมๆ กันจนระบบปฏิบัติการออนไลน์ล่ม เราจึงร่วมกันพัฒนากรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยไซเบอร์นี้ขึ้นมา กรมธรรม์ประกันภัยไซเบอร์จะเข้ามาบรรเทาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หลังจากผู้เอาประกันภัยโดนคุกคามหรือโจมตี

นอกจากนี้ เอ็ม เอส ไอ จี ยังมีบริการให้คำปรึกษาวิธีรับมือจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้กับผู้เอาประกันภัยตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก

โดยกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยไซเบอร์ของ เอ็ม เอส ไอ จี ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจ SME ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีจุดเด่นคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากการโดนคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่อความเสียหายออกเป็น 2 ส่วน

โดยส่วนแรกคือความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัย เช่น ค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการตรวจสอบหรือสอบสวนเหตุการณ์ ค่าใช้จ่ายในการกอบกู้ข้อมูล ค่าใช้จ่ายในการจัดจ้าง PR เพื่อแถลงความเสียหายหรือแจ้งแก่สาธารณะ ค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนระบบคอมพิวเตอร์จากการเรียกค่าไถ่

หรือแม้กระทั่งค่าปรับจากการถูกลงโทษโดยหน่วยงานที่กำกับดูแล และความเสียหายส่วนที่สองคือความเสียหายของผู้เอาประกันภัยต่อบุคคลภายนอก เช่น ค่าใช้จ่ายตามกฎหมายที่ผู้เอาประกันภัยต้องชดใช้ต่อบุคคลภายนอกและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี

กรมธรรม์ประกันภัยเสี่ยงภัยไซเบอร์จะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถกอบกู้และดำเนินธุรกิจต่อได้ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองได้เองตามประเภทของธุรกิจ และจำนวนวงเงินจำกัดความรับผิดที่ต้องการ

CAT

สำหรับเป้าหมายของโครงการประกันภัยความเสี่ยงภัยไซเบอร์ที่เอ็ม เอส ไอ จี ร่วมมือกับ แคท นี้ คาดว่าจะมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการทำประกันภัยมากกว่า 2,000 ราย และเบี้ยมีประกันภัย 100 ล้านบาทภายในระยะเวลา 2 ปี

“ในประเทศไทยการเกิดขึ้นของ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย หรือ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( Personal Data Protection Act : PDPA) และการเพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ IoT จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยจำเป็นต้องลงทุนระบบ และโซลูชั่น

รวมถึงอุปกรณ์ที่เชื่อมโยงกันผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างโอกาส และขับเคลื่อนธุรกิจในยุควิถีชีวิตใหม่ ย่อมจะทำให้เกิดช่องโชว์ในระบบมากขึ้น และทำให้องค์กรได้รับความเสี่ยงภัยไซเบอร์ ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจจะต้องหยุดชะงัก และอาจหมายถึงความสูญเสียที่อาจส่งผลกระทบกับคู่ค้าด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 กรณี ล้วนแต่สร้างให้เกิดค่าใช้จ่าย

ให้แก่องค์กรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากองค์กรเหล่านั้นไม่สามารถกันงบประมาณในการรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ ย่อมหมายถึงความเสียหายต่อธุรกิจอย่างรุนแรง และสูญเสียความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจได้ ดังนั้นการที่องค์ต่าง ๆ สามารถมีประกันทางไซเบอร์ได้ ก็จะช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ สร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

CAT

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.