เช็กให้ชัวร์ก่อนซื้อ! Krungsri Auto เปิดโพย 5 ข้อต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเช่าซื้อ “มอเตอร์ไซค์อีวี”

Krungsri Auto

อยากได้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้องอ่าน! 5 เทคนิคจาก กรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto) เลือกซื้ออย่างไรให้คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งาน…

เช็กให้ชัวร์ก่อนซื้อ! Krungsri Auto เปิดโพย 5 ข้อต้องรู้ ก่อนตัดสินใจเช่าซื้อ “มอเตอร์ไซค์อีวี

“มอเตอร์ไซค์” ถือเป็นยานพาหนะคู่ใจชีวิตประจำวันของคนไทย บนท้องถนนที่ทั้งติดขัด และเร่งรีบ โดยในปีที่ผ่านมา ความสนใจรถมอเตอร์ไซค์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากยอดขายรวมทั้งประเทศที่ 1,735,000 คัน เติบโต 2% จากปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน “กรุงศรี ออโต้” (Krungsri Auto) ได้เห็นเทรนด์ผู้ใช้รถจำนวนมากเริ่มหันมามองหา “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” มากขึ้น จากจุดเด่นด้านเทคโนโลยี ความทันสมัย รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองของเหล่าไบเกอร์

อย่างไรก็ตาม “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” ยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับใครหลายคน กรุงศรี ออโต้ ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ขอแนะนำ 5 แนวทาง การเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อให้ทุกคนได้ครอบครองรถที่ “ใช่” ตรงใจทุกรูปแบบการใช้งาน

Krungsri Auto

เช็กรูปแบบการใช้งาน : ผู้ใช้รถควรเริ่มจากการประเมินรูปแบบการเดินทางของตนเองเป็นหลัก เพราะหากเน้นใช้งานในเมือง ขี่ไปทำงาน หรือทำธุระ ด้วยระยะทางเฉลี่ยราว 20–50 กิโลเมตรต่อวัน การซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ประมาณ 60–70 กิโลเมตรต่อการชาร์จก็ถือว่าเพียงพอ

ในขณะที่ถ้าเป็นกลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ต้องขับขี่ต่อเนื่องตลอดวัน ควรมองหารุ่นที่สามารถขับขี่ได้อย่างน้อย 120–150 กิโลเมตรต่อการชาร์จ หรือรองรับระบบสลับแบตเพื่อลดเวลาหยุดชาร์จระหว่างวัน แต่หากเป็นคนชอบท่องเที่ยวหรือเดินทางไกลเป็นครั้งคราว

ควรเลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ความจุสูง รองรับการเดินทางระยะ 150 กิโลเมตรขึ้นไป พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพื่อให้สามารถขี่ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทาง

Krungsri Auto

เช็กระบบชาร์จที่เหมาะสม : ก่อนเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผู้ใช้รถควรพิจารณาว่าตัวรถรองรับระบบชาร์จแบบไหน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ของตนเอง เช่น ผู้ที่มีปลั๊กไฟที่บ้านหรือสามารถชาร์จข้ามคืนได้ มักเหมาะกับรถที่รองรับการชาร์จแบบปกติ (AC Charging)

ขณะที่ผู้ที่อาศัยในคอนโด หรือไม่มีปลั๊กส่วนตัว อาจมองหารุ่นที่สามารถถอดแบตออกมาชาร์จได้ ส่วนการใช้งานที่อาจต้องการการชาร์จระหว่างวัน อาจเลือกรุ่นที่รองรับการชาร์จเร็ว (DC Fast Charging) เพื่อช่วยลดระยะเวลารอชาร์จ

เช็กบริการหลังการขาย : บริการหลังการขายถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยผู้ใช้รถควรตรวจสอบความพร้อมของแต่ละแบรนด์ในด้านนี้ ทั้งในเรื่องจำนวนและความครอบคลุมของศูนย์บริการ ระยะเวลาการซ่อม รวมถึงความพร้อมของอะไหล่สำรอง เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีระบบไฟฟ้า และ

แบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญ หากเกิดปัญหาและต้องรออะไหล่นาน อาจส่งผลต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้รถยังควรเช็กช่องทางการติดต่อ และขั้นตอนการเคลมให้ชัดเจน เช่น การแจ้งซ่อมผ่านแอปหรือคอลเซ็นเตอร์ และระยะเวลาการรับประกัน เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเกิดปัญหาจะสามารถเข้ารับบริการได้ง่าย ไม่มีสะดุด

Krungsri Auto

เช็กความคุ้มครองประกันภัยให้ครอบคลุม : ศึกษารายละเอียดความคุ้มครองประกันภัย ก่อนตัดสินใจซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ตั้งแต่ภาคบังคับ (ประกันภัย พ.ร.บ.) จนถึงภาคสมัครใจ อย่าง “ประกันภัยสูญเสียทางการเงินสำหรับเช่าซื้อประเภทรถจักรยานยนต์” หรือ “ประกันรถจักรยานยนต์สูญหาย”

ที่จะช่วยคุ้มครองทั้งกรณีการเกิดโจรกรรม เช่น ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ และกรณีรถเสียหายจากอุบัติเหตุโดยสิ้นเชิงได้ ช่วยให้ผู้ใช้รถอุ่นใจและลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เช็กสินเชื่อก่อนซื้อ : อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คือการวางแผนด้านสินเชื่อให้เหมาะกับงบประมาณ และความสะดวกของแต่ละคน ผู้ซื้อควรพิจารณาอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ และเงื่อนไขต่าง ๆ

เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางการเงินในระยะยาว ในยุคดิจิทัล การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสามารถทำได้สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้ใช้แอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ สามารถขอสินเชื่อดิจิทัลได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรู้ผลการอนุมัติเงินไวใน 30 นาที

Krungsri Auto

หากเลือกรถที่ถูกใจได้แล้ว กรุงศรี ออโต้ ก็พร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่จะทำให้การเข้าถึงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยสินเชื่อกรุงศรี มอเตอร์ไซค์ ที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม (Financial Inclusion)

*”กู้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนไหว
  • กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ (รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า) 5.00%-13.80% ต่อปี (เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก 9.10%-23% ต่อปี
  • รถบิ๊ก ไบค์ หมายถึง รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่  มีขนาดความจุตั้งแต่ 400 ซีซี ขึ้นไป รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า ตั้งแต่ 35 กิโลวัตต์ (35,000 วัตต์) ขึ้นไป
  • รถมอเตอร์ไซค์ หมายถึง รถจักรยานยนต์ขนาดกลาง มีขนาดความจุตั้งแต่ 250 ซีซี แต่ไม่ถึง 400 ซีซี และในขณะเป็นรถใหม่มีราคาซื้อขายตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า น้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ (35,000 วัตต์)  และในขณะเป็นรถใหม่มีราคาซื้อขายตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป
  • รถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก มีขนาดความจุน้อยกว่า 250 ซีซี ลงมา หรือ มีขนาดความจุ ตั้งแต่ 250 ซีซี ขึ้นไป และในขณะเป็นรถใหม่มีราคาซื้อขายน้อยกว่า 100,000 บาท รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า น้อยกว่า 35 กิโลวัตต์ (35,000 วัตต์)  และในขณะเป็นรถใหม่มีราคาซื้อขายน้อยกว่า 200,000 บาท
ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay