COVID-19 ดันบริการ Network as a Service โตหลังธุรกิจปรับตัวคาดโตถึง 38% ใน 2 ปี

0
504
Network as a Service

อรูบ้า (Aruba) เผยการใช้บริการ Network as a Service มีแนวโน้มเติบโตอีกถึง 38% ในระยะเวลา 2 ปีถัดจากนี้ จากการที่ธุรกิจปรับตัวรับมือ COVID-19…

highlight

  • 74% ขององค์กรระบุว่าภัยโรคระบาดนี้ส่งผลกระทบต่อพนักงานในระดับปานกลางถึงระดับสูง
  • เพื่อโต้ตอบกับสถานการณ์ COVID-19 ผู้นำทางด้าน IT 38% ได้วางแผนลงทุนเพิ่มเติมในบริการระบบเครือข่ายแบบ Cloud และอีก 35% ได้วางแผนลงทุนในระบบเครือข่ายแบบ AI จากการมองหาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีความคล่องตัวและเป็นอัตโนมัติมากขึ้นสำหรับรองรับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบผสมผสาน

COVID19 ดันบริการ Network as a Service โตหลังธุรกิจปรับตัวคาดโตถึง 38% ใน 2 ปี

ธุรกิจจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อพนักงานเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานแบบผสมผสานที่เกิดขึ้นจากการมาของ COVID19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการจัดซื้อ และใช้งานโซลูชันระบบเครือข่ายของฝ่าย IT ภายในองค์กร

โดยในการรับมือภัยโรคระบาดนี้ กลุ่มผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ ได้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในเทคโนโลยีทางด้านโครงสร้างที่จำเป็ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบเครือข่ายแบบ Cloud, ระบบวิเคราะห์ข้อมูล และรับประกันคุณภาพเครือข่าย, ระบบประมวลผลที่ Edge และระบบเครือข่ายแบบ AI ให้สอดคล้องกับแผนการกู้คืนธุรกิจที่เริ่มมีความชัดเจน

ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้เป็นผลมาจากการสำรวจผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ทั่วโลก (IT decision-makers : ITDMs) กว่า 2,400 ราย ที่ได้รับการสนับสนุน โดย อรูบ้า ซึ่งเป็นบริษัทฯ ในเครือฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ ได้ทำการสำรวจขึ้น

Network as a Service

พบว่า การลงทุนทางด้านโครงสร้าง IT เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อทำให้พนักงานสามารถทำงานจากคนละสถานที่ ตอบสนองต่อการในรูปแบบผสมผสานที่สามารถทำงานได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในบริษัท ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และระหว่างเดินทางได้

ทำให้วันนี้ผู้นำทางด้าน IT จำเป็นต้องหาวิธีการที่ปรับระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเครือข่ายให้มีวิวัฒนาการต่อไป และเปลี่ยนจากการลงทุนในรูปแบบ CapEx ไปสู่โซลูชันที่สามารถใช้งานในรูปแบบ as a service ได้แทน

 

ซึ่งจากการสำรวจพบว่าอัตราส่วนเฉลี่ยของการใช้บริการทางด้าน IT ในรูปแบบ Subscription นั้นนั้นมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีก 38% ภายในระยะเวลา 2 ปี นับถัดจากนี้ จากปัจจุบันนี้ที่ทั่วโลกมีสัดส่วน 34% จากการลงทุนด้าน IT ทั้งหมดไปเป็นสัดส่วน 46% ภายในปี 2022 (พ.ศ. 2565)

 

ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ก็จะมีการเติบโตจากสัดส่วน 35% ไปเป็น 48% โดยในเวลานั้น สัดส่วนขององค์กรที่มีการใช้งานโซลูชัน IT ในรูปแบบ as a service เป็นส่วนใหญ่ของการลงทุน (เกิน 50%) นั้นก็จะมีสัดส่วนเพิ่มอีก 72% ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนทั่วโลก หรือ APAC ก็ตาม

Aruba เผยกลุ่มธุรกิจเร่งลงทุน IT แบบ As a Service

Network as a Service
Justin Chiah, Senior Director and General Manager, South-east Asia and Taiwan

Justin Chiah ผู้อำนวยการอาวุโส (Senior Director) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ไต้หวัน และฮ่องกง/มาเก๊า (SEATH) ของ อรูบ้า กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในการตอบรับต่อความต้องการที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT นั้นจะต้องให้ความสนใจในการลดความเสี่ยงลง

และความได้เปรียบด้านค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในรูปแบบ Subscription ซึ่งถึงแม้ว่าองค์กรที่ถูกสำรวจในสิงคโปร์กว่า 85% (77% สำหรับการสำรวจจากทั่วโลก) จะทำการชะลอหรือเลื่อนโครงการออกไปจากการมาของ COVID19 แต่ธุรกิจก็ยังคงมีความมั่นคง และเริ่มมองหาวิธีการที่จะยังคงทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว

“จากการเกิดขึ้นของสถานที่ทำงานแบบผสมผสาน ผู้นำทางด้าน IT ในสิงคโปร์ได้ถูกร้องขอให้นำเสนอทั้งความยืดหยุ่น ความมั่นคงปลอดภัย และในค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมสำหรับการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ Edge อย่างสมดุล”

ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ธุรกิจเหล่านี้มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในระบบเครือข่ายแบบ Cloud (38%), ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและรับประกันคุณภาพเครือข่าย (42%), ระบบประมวลผลที่ Edge (40%) และเทคโนโลยี AI สำหรับระบบเครือข่าย (28%)

และจากรายงานฉบับนี้ที่ได้ทำการสำรวจผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT มากกว่า 20 ประเทศใน 8 อุตสาหกรรมหลัก จะมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจเหล่านี้ต่อความต้องการทางด้าน IT และธุรกิจที่เกิดขึ้นจากการมาของ COVID-19, การตัดสินใจด้านการลงทุนที่เกิดขึ้นในฐานะของผลลัพธ์จากการตอบสนองนี้ และรูปแบบการลงทุนที่ได้รับการพิจารณา พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

ผลกระทบจาก COVID19 มีนัยยะสำคัญ

ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT (ITDMs) ระบุว่าผลกระทบจาก COVID-19 นี้ส่งผลเป็นอย่างมากกับทั้งพนักงาน และการลงทุนระยะสั้นด้านระบบเครือข่าย

Network as a Service

  • 22% ระบุว่ามี ผลกระทบอย่างมาก ต่อพนักงาน (ทั้งการพักงานหรือการปลดพนักงานจำนวนมาก) ในขณะที่ 52% ระบุว่ามี ผลกระทบปานกลาง (มีการลดการทำงานบางส่วนชั่วคราว) และมี 19% ที่ระบุว่ามี ผลกระทบน้อย (มีเพียงไม่กี่ตำแหน่งงานที่ได้รับผลกระทบ)
  • ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT (ITDMs) ในอินเดีย (57%) และในบราซิล (34%) เป็นกลุ่มใหญ่ที่ระบุว่าพนักงานได้รับผลกระทบอย่างมาก ในขณะที่ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ในฮ่องกง (12%) และในเม็กซิโก (10%) เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างมากเป็นส่วนน้อย แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนในแต่ละภูมิภาค
  • 78% ของตลาดในภูมิภาค APAC ระบุว่าการลงทุนในโครงการด้านระบบเครือข่ายถูกเลื่อนหรือดำเนินการช้าลงจากการมาของ COVID-19 และ 27% ระบุว่าโครงการในลักษณะนี้ถูกยกเลิกโดยสิ้นเชิง
  • การยกเลิกโครงการทั่วตลาด APAC เกิดขึ้นสูงสุดในอินเดีย (37%) และเกิดขึ้นน้อยที่สุดในออสเตรเลีย (17%) แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากสำหรับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ในขณะที่ 37% ของผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ในอุตสาหกรรมด้านการศึกษา และ 35% ในอุตสาหกรรมโรงแรม และที่พักอาศัยทั่วโลกระบุว่าได้ยกเลิกการลงทุนด้านระบบเครือข่าย

การลงทุนเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใหม่ที่เกิดขึ้น

ในทางกลับกัน แผนการสำหรับอนาคตนั้นถูกวางอย่างแข็งขัน โดยผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ส่วนมากกำลังวางแผนเพื่อที่จะลงทุนเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นสำหรับระบบเครือข่ายท่ามกลางวิกฤต COVID-19 เนื่องจากพวกเขาต้องสนับสนุนตอบรับความต้องการใหม่ๆ ของพนักงานและลูกค้า

 

  • ด้วยสัดส่วนทั่วโลกกว่า 38% ซึ่งเป็นที่น่าประหลาดใจนี้ จะเพิ่มการลงทุนในระบบเครือข่ายแบบ Cloud ในขณะที่ 45% จะยังคงลงทุนด้วยสัดส่วนเท่าเดิม และ 15% มีแผนลดการลงทุนลง ภูมิภาค APAC เป็นผู้นำด้วยสัดส่วนถึง 45% ที่ระบุว่าจะเพิ่มการลงทุนในระบบ เครือข่ายแบบ Cloud โดยมีผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT จากอินเดียเป็นผู้นำที่สัดส่วน 59% ซึ่งด้วยโซลูชัน Cloud ที่เปิดให้มีการบริหารจัดการเครือข่ายขนาดใหญ่ได้จากระยะไกลนี้ ความสามารถเหล่านี้ถือเป็นที่ดึงดูดสำหรับฝ่าย IT เป็นอย่างมาก ในขณะที่โซลูชันแบบ OnPremises นั้นไม่สามารถตอบโจทย์ หรือความท้าทายที่ต้องเผชิญได้
  • ผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ยังคงมองหาเครื่องมือที่ดีขึ้นสำหรับการตรวจสอบ และวิเคราะห์ระบบเครือข่าย โดยสัดส่วน 34% จากทั่วโลกมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในระบบวิเคราะห์ข้อมูล และรับประกันคุณภาพเครือข่าย, 48% ระบุว่าจะยังคงลงทุนด้วยสัดส่วนเท่าเดิม และ 15% ระบุว่าจะลดสัดส่วนการลงทุนลง ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ฝ่าย IT สามารถแก้ไขปัญหา และปรับแต่งระบบเครือข่ายเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการระบบเหล่านี้มีการเติบโตยิ่งขึ้นจากการที่พนักงานทำงานจากคนละสถานที่อย่างสิ้นเชิง
  • มีการให้ความสำคัญต่อเทคโนโลยีนวัตกรรมที่จะช่วยให้ฝ่าย IT มีชีวิตที่ง่ายขึ้นด้วยการเปลี่ยนงานที่ต้องทำซ้ำๆ ให้เป็นระบบอัตโนมัติ พบว่า 35% ของผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT (ITDMs) ทั่วโลกมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีด้าน AI สำหรับระบบเครือข่าย โดยภูมิภาค APAC มีสัดส่วนสูงสุดที่ 44% (ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT 60% จากอินเดีย และ 54% จากฮ่องกง)

Network as a Service

การเลือกใช้แนวทางการลงทุนรูปแบบใหม่กำลังเติบโต

เมื่อผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT (ITDMs) ได้วางแผนการลงทุนเป็นรูปเป็นร่างแล้ว พวกเขาก็มองหาทางเลือกในวิธีการลงทุนรูปแบบใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุลสูงสุดระหว่างคุณค่า และความยืดหยุ่น

 

  • 59% ในสิงคโปร์ระบุว่าพวกเขาจะมองหาการลงทุนรูปแบบ Subscription ใหม่สำหรับฮาร์ดแวร์และ/หรือซอฟต์แวร์ โดย 61% เลือกพิจารณา Managed Services สำหรับโซลูชันฮาร์ดแวร์และ/หรือซอฟต์แวร์แบบสำเร็จรูปครบวงจร และ 34% เลือกพิจารณาการเช่าซื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งสิ้น สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในรูปแบบทางการเงินที่ยืดหยุ่นท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
  • รูปแบบการเช่าใช้ระบบเครือข่ายแบบ Subscription ได้รับความนิยมสูงขึ้นใน APAC (61%) ซึ่งสูงกว่าในอเมริกา (52%) หรือ EMEA (50%) และประเทศที่มีความนิยมสูงสุดนั้น ได้แก่ ตุรกี (73%), อินเดีย (70%) และจีน (65%)
  • อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะพิจารณาการใช้ Subscription มากที่สุดคือ โรงแรม และที่พักอาศัย (66%), เทคโนโลยี และโทรคมนาคม (58%) และการศึกษา (57%) ผลกระทบจาก COVID-19 ที่มีต่อพฤติกรรมของฝ่าย IT ได้ทำให้เกิดความต้องการในการลงทุนที่ยืดหยุ่นและสามารถทำนายได้ รวมถึงความต้องการในการลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนจัดซื้อเริ่มต้นนั้นสูงขึ้นจากที่ผ่านมา
  • ในทางกลับกัน มีเพียงสัดส่วน 8% จากทั่วโลกเท่านั้นที่ยังคงมีแผนการลงทุนในแบบ CapEx ทั้งหมด โดยมีสัดส่วนที่สูงสุดใน เนเธอร์แลนด์ (20%), สหรัฐอเมริกา (17%), สเปน (16%) และฝรั่งเศส (15%) ซึ่งหากเทียบจากอุตสาหกรรมแล้ว 15% ของอุตสาหกรรมค้าปลีก, จัดจำหน่าย และขนส่งจะยังคงลงทุนในแบบ CapEx ทั้งหมด ในขณะที่มีเพียง 5% ของอุตสาหกรรม IT, เทคโนโลยี, การศึกษา และโทรคมนาคมเท่านั้น และในธุรกิจโรงแรม และที่พักอาศัยมีเพียง 2%

 

“ด้วยความต้องการของลูกค้า และพนักงานที่ต้องการเปลี่ยนแปลงหลากหลายแง่มุมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ ก็ไม่เป็นที่แปลกใจที่จะเห็นผู้นำทางด้าน IT มองหาโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น”

“วันนี้ธุรกิจต่าง ๆ ถูกผลักดันให้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว และต้องมั่นใจว่าระบบเครือข่ายที่มีความซับซ้อน และกระจายตัวขึ้นนี้จะยังคงสร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานต้องการได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ความต้องการในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างคล่องแคล่วและยืดหยุ่นนี้มีมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

โดยจากผลสำรวจทั่วโลกก็ได้แสดงให้เห็นว่า 58% ของผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจทางด้าน IT ในภูมิภาค APAC จะพิจารณาโซลูชันแบบ Managed Service ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 53% เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจในภูมิภาค APAC มองอนาคตในทางที่ดี” Chiah กล่าวเสริม 

 

แม้ว่าภัยโรคระบาดนี้จะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อโครงการต่าง ๆ ในหลากหลายระดับ งานวิจัยนี้ก็ได้แนะนำว่าผลกระทบเหล่านี้ก็จะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในระยะกลางสำหรับเทคโนโลยีระบบเครือข่ายที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น และเปลี่ยนไปสู่รูปแบบการลงทุนที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

ซึ่งจะสามารถจำกัดการลงทุนในช่วงแรกเริ่มได้ แนวโน้มที่เคยเกิดขึ้นในสัดส่วนที่คงที่นั้นจะเริ่มเติบโตขึ้น รวมถึงการย้ายไปสู่ระบบ Edge และการใช้งานระบบเครือข่ายที่ชาญฉลาดแบบ Cloud และมี AI คอยช่วยเหลือด้วย

Network as a Service

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.