ดีอีเอส (DES) ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ผนึกกำลัง 50 องค์กรชั้นนำ เดินหน้าสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน (ESG) พร้อมเปิดยุทธศาสตร์องค์กรกับการส่งพลังสุดอิมแพคสร้างเศรษฐกิจและสังคม ตามเจตนารมณ์โลก…
highlight
- กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิ
จและสังคม และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ดึง 50 หน่วยงานในตลาดทุน องค์กรรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ ฯลฯ ร่วมงาน ESG Day : Networking for Sustainable Growth “เครือข่ายสู่การเติบโตที่ยั่ งยืนเพื่อคนไทย” - ร่วมกันออกแบบแชร์กลยุทธ์
แนวทางด้าน ESG ที่เป็นรูปธรรมสำหรับประเทศไทย ไปรษณีย์ไทยได้ให้ความสำคั ญกับกลยุทธ์ ESG ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า การนำดิจิทัลมาใช้ลดภาระด้ านเอกสารด้วยแอปพลิเคชันPrompt Post รวมทั้งการยึดมั่นการดำเนินธุ รกิจด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้
DES–Thailand Post ผนึก 50 องค์กรชั้นนำเดินหน้าสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม หรือ ดีอีเอส (DES) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เป็นตัวกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และประชาชน พยายามร่วมมือกันยกระดับการพัฒนา
ระบบเศรษฐกิจของโลกในทิศทางที่ดีขึ้น และเกื้อกูลกันในทุกมิติ และทำให้แนวคิด ESG หรือ Environment Social and Government เป็นเครื่องมือหนึ่งที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนให้ความสำคัญ โดย ESG เป็นแนวคิดเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนคำนึงถึง 3 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล

ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด นำแนวคิด ESG มาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร และการดำเนินธุรกิจ โดย ไปรษณีย์ไทย คือหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในสังกัด มีภารกิจหลักในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลที่ต้องอำนวยความสะดวกคนไทยอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกันทั่วประเทศ
พร้อมทั้งสนับสนุนความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ควบคู่กับการใส่ใจทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม โดยไปรษณีย์ไทยได้มุ่งเน้นส่งเสริมการนำดิจิทัลมาใช้ทั้งมิติสิ่งแวดล้อม เช่น การลดความสิ้นเปลืองในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านระบบการดำเนินงานเอกสารดิจิทัล Digital Post ID มิติสังคม
เช่น การขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการของไปรษณีย์ไทยได้อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม EMS Point มีมิติธรรมาภิบาล กับการผลักดันหน่วยงานให้เป็นต้นแบบความโปร่งใส และส่งเสริมให้มีเทคโนโลยีดิจิทัลที่นำไปใช้กับการดำเนินงานได้ทุกขั้นตอน และในปีนี้กระทรวงฯ ได้กำหนดให้แผนงานนี้เป็นส่วนงานที่จะต้องสานต่ออย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่ก้าวหน้าด้วยดิจิทัลควบคู่ไปกับความยั่งยืน

ด้าน ดร.เสรี นนทสูติ กรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม กล่าวว่า การนำกรอบ ESG เป็นเครื่องมือในการพิจารณาความเสี่ยงขององค์กรธุรกิจ
โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจไทย เช่น ไปรษณีย์ไทย สอดคล้องกับทั้งนโยบายของประเทศที่เน้นประเด็น Bio–Circular Green Economy และพันธกรณี และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเสริมสร้างหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติทั้งนี้
ในการนำกรอบ ESG มาใช้ยังต้องดำเนินการควบคู่กับหลักการชี้แนะของสหประชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งเน้นการพิจารณาห่วงโซ่คุณค่า หรือห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain management) และการตรวจสอบผลกระทบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence)
การจัดงาน ESG Day ของไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้เป็นกิจกรรม CSR ที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนโดยคาดหวังว่ารัฐวิสาหกิจต่างๆ จะเป็นเจ้าภาพจัดงานลักษณะนี้ในปีต่อๆ ไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง และยั่งยืน และได้ฝากข้อพิจารณาให้กับรัฐวิสาหกิจในด้าน ESG หลายประการ
เช่น การจัดตั้งหน่วยงานภายในที่มีพันธกิจด้าน ESG อย่างชัดเจน การร่วมกันตรวจสอบ และกำหนดประเด็นความเสี่ยง ESG ที่มีนัยสำคัญ (Materiality) การจัดทำตัวชี้วัด ESG และการจัดทำรายงาน และเปิดเผยข้อมูลที่เป็นระบบและได้มาตรฐาน เป็นต้น
ไปรษณีย์ไทย พร้อมเป็นเครือข่ายสู่การเติบโต ที่ยั่งยืนอยู่เคียงคู่คนไทย

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยอยู่เคียงคู่คนไทย และสังคมไทยมายาวนาน ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเป็นเครือข่ายสู่การเติบโต ที่ยั่งยืนเพื่อคนไทย โดยล่าสุดนี้ได้เชิญชวนหน่วยงานชั้นนำหลากหลายวงการ
อาทิ บริษัทในตลาดทุน องค์กรรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับทรัพยากร และประชาชน ฯลฯ มาร่วมพูดคุย และแบ่งปันแนวทางที่จำเป็นในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสอันดียิ่งที่จะได้นำเสนอกลยุทธ์หรือแชร์ไอเดียการปรับตัวสู่ ESG
และยังทำให้ประเทศไทยมีแนวทางด้าน ESG ที่เป็นรูปธรรม มีหลักการคิดที่ชัดเจน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบให้ภาคส่วนอื่น ๆ เปิดรับแนวคิดนี้มากขึ้นในอนาคต

“ใน ด้านสิ่งแวดล้อม ไปรษณีย์ไทย ให้ความสำคัญกับการร่วมปฏิญญาลดภาวะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็น 0 ภายในปี 2050 โดยทยอยปรับเปลี่ยนยานยนต์เชื้อเพลิงมาเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถขนส่งไปรษณีย์ รถตู้ และจักรยานยนต์ เริ่มแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และชลบุรี การลดภาระด้านเอกสารกระดาษ
เช่น จดหมายทรานสคริปต์ เอกสารสำคัญ มาสู่เอกสารดิจิทัล ด้วยแอปพลิเคชัน Prompt Post–พร้อมโพสต์ การตั้งเป้ารีไซเคิลขยะจากภาคอีคอมเมิร์ซทั้งกล่องพัสดุ และซองที่ไม่ใช้แล้วใน โครงการ reBOX เพื่อลดปัญหาคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และปริมาณขยะประเภทกระดาษ (Paper Waste)
พร้อมสร้างประโยชน์ให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมากขึ้น และได้นำพลังงานใหม่ ๆ เช่น โซล่าร์ลูฟทอป ติดตั้งที่ ปณ. เป็นต้น” ดร.ดนันท์ กล่า
อีกประเด็นที่มีความสำคัญควบคู่กับสิ่งแวดล้อม คือ ด้านสังคม ไปรษณีย์ไทย พร้อมสนับสนุนการสร้างสังคมที่ดีขึ้นโดยมีแคมเปญเพื่อนแท้ร่วมทาง (Road Safety) ที่บุรุษไปรษณีย์จะเป็นต้นแบบด้านการขับขี่ที่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน การสนับสนุนชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ในโครงการไปรษณีย์เพิ่มสุข
และการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Thailandpostmart และไปรษณีย์ทั่วประเทศ มียอดจำหน่ายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการบนเว็บไซต์กว่า 7,000 ราย และมีสินค้ากว่า 10,000 รายการ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมดำเนินส่งเสริมอาชีพให้แก่บุคคลอีกหลากหลายกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ให้มีโอกาสได้เรียนรู้แนวทางสร้างอาชีพต่อไป และในส่วนของมิติขององค์กร ไปรษณีย์ไทยได้ยึดมั่นเรื่องความโปร่งใส บริหารงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มาตรการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน เพิ่มขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ไปรษณีย์ไทยมุ่งมั่นเป็นพลังโครงข่ายเชื่อมโยงปัจจัยสำคัญของการพัฒนา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย จากคุณค่าของสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และคุณธรรม เพราะเราเชื่อว่าพลังแห่งความสัมพันธ์ที่สมดุล และการส่งมอบคุณค่าการให้บริการ จะนำพาสังคมให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























