ไทยเดินหน้าต่อปลดล็อก Analog สู่ Digital หลังแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลผ่าน ครม.

DGA

ดีจีเอ (DGA) เผยไทยเดินหน้าต่อเนื่องปลดล็อก Analog สู่ Digital หลังแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 ผ่านมติ ครม.

DGA เผย ไทยเดินหน้าต่อปลดล็อก Analog สู่ Digital หลังแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลผ่าน ครม.

DGA

ดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน การประชุมชี้แจงแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 (Digital Government Development Plan) เร่งเดินหน้าหลังแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลผ่านมติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผลักดัน 4 ประเด็นสำคัญ คือ บูรณาการการทำงาน เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันโดยใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อกลาง เพื่อผลักดันให้การขับเคลื่อนแผนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เร่งยกระดับทักษะดิจิทัลบุคลากรให้พร้อมสำหรับการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของประเทศ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อการทำงานในเชิงรุก และรองรับวิถีชีวิตใหม่ (New normal) ในยุคหลังโควิด-19

เน้นพัฒนาบริการออนไลน์แก่ประชาชน โดยให้ครอบคลุมประชาชนที่อาจยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจ และพัฒนาทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) ให้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด และ ให้คำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และเคารพความเป็นส่วนตัวของข้อมูลประชาชนในการนำไปใช้

DGA

หากมองไปอนาคตข้างหน้า การจะปลดล็อกประเทศจาก Analog สู่ Digital นั้น การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยจำเป็นต้องอ้างอิงกับระดับภูมิภาคอาเซียนด้วย เพื่อยกระดับให้การบริหารงานและการให้บริการในรูปแบบออนไลน์สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อระหว่างประเทศ

และเพื่อให้เกิดภาพการขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกันในระดับภูมิภาค ดังเช่นแผนแม่บทอาเซียนด้านดิจิทัล ค.ศ. 2025 (ASEAN Digital Masterplan 2025 : ADM2025) การเชื่อมโยงการดำเนินงานด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ความปลอดภัย (Safety) และความยั่งยืน (Sustainability) ที่เป็นวาระแห่งชาติ

ด้าน อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำคัญของแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฉบับนี้ว่า เป็นแนวทางการขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้รับบริการที่เปลี่ยนแปลงไป

ตลอดจนปรับตัวสู่ยุค New Normal ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ เสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ ส่งเสริมความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

DGA

ขณะที่ ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2563 – 2565 เร่งปรับเปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

ด้วยการปรับเปลี่ยนบริการภาครัฐที่สำคัญเป็นรูปแบบดิจิทัลแบบเบ็ดเสร็จ (End-to-End Digital Services) จัดทำศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก และสามารถติดต่อราชการได้จากจุดเดียว

ยุทธศาสตร์ที่ 2 อำนวยความสะดวกภาคธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยให้ภาคธุรกิจได้รับความสะดวกในการติดต่อขออนุมัติ อนุญาต หรือธุรกรรมต่างๆ จากภาครัฐ และคาดหวังให้ภาครัฐมีส่วนในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ผลักดันให้เกิดธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ในทุกกระบวนการทำงานของรัฐ โดยภาครัฐมีกลไก การเปิดเผย แลกเปลี่ยน และบริหารจัดการข้อมูลดิจิทัล (Digitization) ตามกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ และให้มีการเชื่อมโยงระบบบริการจัดการงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้

รวมถึงจัดให้มีศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐสำหรับเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐในช่องทางดิจิทัล และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาประเทศผ่านระบบดิจิทัล

DGA

โดยได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการขับเคลื่อน 6 กลุ่ม คือ การศึกษา สุขภาพ และการแพทย์ การเกษตร ความเหลื่อมล้ำทางสิทธิสวัสดิการประชาชน การมีส่วนร่วม โปร่งใส และตรวจสอบได้ของประชาชน และ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญในการนำภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล

คือ ลดความเหลื่อมล้ำ, สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, โปร่งใสตรวจสอบได้ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งหมดนี้ จะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนโฉมการทำงานภาครัฐ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.