Facebook มุ่งเป้าเสริมทักษะดิจิทัลให้ผู้หญิง สรัางกำลังสำคัญเพื่อการฟื้นตัวของไทย

0
317

เฟซบุ๊ก (Facebook) เสริมทักษะดิจิทัล เชื่อมโลกให้ผู้หญิง อีกแรงสำคัญในการฟื้นตัวของประเทศไทยจากภาวะโรคระบาด…

Facebook มุ่งเป้าเสริมทักษะดิจิทัลให้ผู้หญิง สรัางกำลังสำคัญเพื่อการฟื้นตัวของไทย

แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director เฟซบุ๊ก ประเทศไทย กล่าวว่า มีรายงานการศึกษาออกมามากมายที่แสดงให้เห็นว่า การสนับสนุนผู้หญิง และเปิดโอกาสทางศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการให้พวกเขา จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่มีคุณภาพ และความสามารถในการปรับตัว รายงานระบุว่าเมื่อผู้หญิงได้ทำงาน

พวกเขาจะใช้เงินรายได้ 90% ไปกับรายจ่ายที่เกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขา เทียบกับผู้ชายที่ใช้เพียงแค่ 35% ดังนั้นจะเห็นได้ว่า เมื่อเราให้ความสำคัญกับผู้หญิง และเยาวชนหญิง ภาคธุรกิจ และรัฐบาลสามารถเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขยายตลาด และพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาของทุกคนได้

นี่คือเหตุผลที่ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าในพันธกิจที่จะสนับสนุนความสามารถในการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับผู้หญิง ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้ทางดิจิทัลและช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขาได้ขยายธุรกิจและเครือข่ายของตนเอง ซึ่งรวมถึงโครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ที่เปิดตัวในปี พ.ศ. 2562

ซึ่งมีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมของไทยเข้าร่วมแล้วกว่า 4,500 ราย โดย 60% เป็นผู้หญิง  แนวคิดเลือกที่จะท้าทาย หรือ Choose To Challenge ของวันสตรีสากลในปีนี้ชวนให้ทุกคนยืนหยัดต่อสู้กับอคติและความไม่เท่าเทียมทางเพศ โรคระบาดโควิด-19

ได้ส่งผลกระทบกับผู้หญิงทั่วโลกอย่างมหาศาล มีรายงานระบุว่าผู้หญิงจะต้องแบกรับความรับผิดชอบในการดูแลสมาชิกครอบครัว มีโอกาสที่จะถูกปลดออกจากงานหรือโดนลดเงินเดือนมากกว่า รวมทั้งมีโอกาสที่จะต้องเจอกับความเครียด และวิตกกังวลมากกว่าด้วย

Facebook
แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director เฟซบุ๊ก ประเทศไทย

ผลกระทบจากโควิด-19 ที่มีต่อผู้หญิง และธุรกิจของพวกเขา 

เฟซบุ๊กได้ร่วมงานกับหลากหลายสถาบัน เพื่อศึกษาความไม่เท่าเทียมทางเพศทั้งที่ทำงานและที่บ้านในช่วงโควิด-19 และจากรายงานที่เรียกได้ว่าเป็นชิ้นแรก และยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร เวลาที่พวกเขาต้องใช้ไปกับการดูแลบุตร และทัศนคติเกี่ยวกับความเท่าเทียม

และเราก็ได้พบทั้งสิ่งที่หน้ากังวลใจ และสิ่งที่เรียกได้ว่ายังเป็นความหวังของเรา สิ่งที่น่ากังวลใจคือการที่ผู้หญิงยังคงมีรายได้น้อยกว่าผู้ชาย และยังคงต้องพึ่งพาคนอื่นทางการเงินอยู่ โดย 1 ใน 4 ของผู้หญิงได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของงาน และกล่าวว่าพวกเขาต้องใช้เวลาจำนวนมากไปกับการดูแลบุตรและทำงานบ้าน ซึ่งเป็นผลมาจากโควิด-19

ข้อมูลดังกล่าวยังได้รับการยืนยันเพิ่มเติมด้วยผลการศึกษา Future of Business ของ เฟซบุ๊ก ที่จัดทำขึ้นร่วมกับธนาคารโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD)

ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของมีโอกาสในการเข้าถึงเงินกู้ และวงเงินสินเชื่อน้อยกว่า เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการชาย ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ถูกพิสูจน์ว่าเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด โดย 65.9% ของผู้หญิงไทยที่ตอบแบบสอบถามระบุว่าสามารถสร้างยอดขายได้น้อยลง

เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งต่างจากธุรกิจที่มีเจ้าของ หรือถูกบริหารโดยผู้ชายที่ได้รับผลกระทบที่ 59.7% ยิ่งไปกว่านั้น 34.1% ของธุรกิจที่มีเจ้าของหรือถูกบริหารโดยผู้หญิงยังได้ลดอัตราการจ้างงานตั้งแต่ตอนต้นของสถานการณ์การแพร่ระบาด

ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกอบการชายที่ลดอัตราการจ้างงานที่ 17% นอกจากนี้ ยังมีการเลิกจ้างงานครั้งใหญ่ โดย 12.1% ของธุรกิจที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของได้เลิกจ้างอย่างน้อย 1 ใน 5 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด เมื่อเทียบกับธุรกิจที่มีเจ้าของหรือถูกบริหารโดยผู้ชายที่เลิกจ้างงานเพียง 2.4%

นอกจากนี้ ผู้หญิงไทยยังคงพบกับอุปสรรคต่อการนำดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดย 39.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้หญิงอ้างอิงถึงการขาดความตระหนักรู้หรือความเข้าใจว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

เมื่อพิจารณาว่าผู้นำธุรกิจหญิงได้แสดงให้เห็นถึงระดับความยืดหยุ่นในการปรับโมเดลธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19 ที่มากกว่า อีกทั้งผู้นำธุรกิจหญิงยังมีแนวโน้มในการสร้างยอดขายมากกว่า 50% ผ่านช่องทางดิจิทัล

การเชื่อมต่อดิจิทัลนำมาซึ่งโอกาส

สิ่งที่เป็นความหวังสำหรับผู้หญิงนั้นได้แก่ข้อเท็จจริงที่ว่าทัศนคติในหลาย ๆ เรื่องนั้นกำลังเปลี่ยนไป โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้ชาย เห็นพ้องกันว่าผู้หญิงและผู้ชายควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกันด้านการศึกษา การจ้างงาน และเรื่องการตัดสินใจภายในครอบครัว

นอกจากนี้ ผลการศึกษาอื่น ๆ ยังได้ยืนยันว่าทั้งผู้ชาย และผู้หญิงมีความหวังว่าโลกดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนลูกสาวของพวกเขาให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของอย่าง ลาพูน ออร์แกนิค (La’Poon Organic) และออร์แกนิควา (Organicwa Thailand) 

ถือเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาที่ดี โดย ธุรกิจลาพูน ออร์แกนิค มีการเติบโตขึ้นที่ร้อยละ 15 เมื่อเทียบปีต่อปี เนื่องมาจากการใช้เพจธุรกิจบน เฟซบุ๊ก ในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งในปัจจุบันยังได้จ้างพนักงาน 11 คน และให้การสนับสนุนชุมชนของพวกเขา

ในขณะเดียวกัน ธุรกิจออร์แกนิควาได้ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วจากการใช้งาน Messenger และ เฟซบุ๊ก Ads เพื่อขยายฐานลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมกับพวกเขามากขึ้น นอกจากนี้ เจ้าของธุรกิจผลไม้ออร์แกนิคดังกล่าวยังได้ปรับโมเดลธุรกิจร้านอาหารของเธอด้วยการเพิ่มบริการส่งอาหารในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย

อรุณี พรหมชัย ผู้ก่อตั้งธุรกิจลาพูน ออร์แกนิค กล่าวว่า ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว เราคิดแค่ต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวให้ได้ เราเริ่มจากศูนย์ในการทำธุรกิจ คิดแค่ต้องผลักดันตัวเองให้ประสบความสำเร็จเพื่อครอบครัว เรามีความกล้าที่จะเริ่มต้น และคิดเสมอว่าไม่มีอะไรเกินความสามารถของผู้หญิงอย่างเรา

ด้าน วารี แวววันจิตร กรรมผู้จัดการ บริษัท ออร์แกนิควา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีความพร้อมด้วยจิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว จากความละเอียดอ่อน เอาใจใส่ในทุกขั้นตอน รวมถึงความอดทนของผู้หญิง ซึ่งเป็นทักษะที่ดีเยี่ยมที่จะช่วยให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จในการบริหารธุรกิจ

ความสามารถ และการเชื่อมต่อเชิงดิจิทัล สามารถขจัดอุปสรรคที่กีดขวางผู้หญิงที่ว่างงานจากการประกอบอาชีพหรือการเริ่มต้นธุรกิจได้ โดยความสามารถในการทำงานจากที่บ้านและการกำหนดช่วงเวลาการทำงานของพวกเธอได้ด้วยตัวเองหมายความว่าจะมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่สามารถเข้าร่วมตลาดแรงงานได้เช่นเดียวกัน

Facebook

เห็นได้ชัดว่าการสนับสนุนเชิงเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมด้วยการลงทุนในโครงการส่งเสริมทักษะความรู้และความเข้าใจเชิงดิจิทัล และการพัฒนาการเชื่อมต่อเพื่อผู้หญิง สามารถปลดล็อคศักยภาพให้กับกลุ่มคนรุ่นต่อไปในอนาคตได้ หากเราต้องการที่จะเปลี่ยนความหวังของส่วนรวมนี้ให้กลายเป็นความจริงได้สำเร็จ

เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อทำให้แน่ใจว่าผู้หญิงจะสามารถเข้าถึงการศึกษาด้านทักษะเชิงดิจิทัลเป็นพื้นฐานขั้นแรก นี่คือเหตุผลที่เราจะยังคงลงทุนอย่างจริงจังในการพัฒนาเครื่องมือ และการฝึกอบรมเพื่อสร้างโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเชื่อมต่อ เรียนรู้ และเติบโตสำหรับผู้หญิง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.