เฟซบุ๊ก ผุดโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการจากชุมชน “Boost with Facebook”

0
246

เฟซบุ๊ก ผุดโครงการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล “Boost with Facebook” สนับสนุนผู้ประกอบการจากชุมชน พร้อมเปิดตัวคู่มือพลิกสถานการณ์ ช่วย SME ฟื้นตัว…

highlight

  • นับตั้งแต่เปิดตัวในปี พ.ศ.2563 ได้มีการจัดฝึกอบรมแบบออฟไลน์ไปแล้ว 19 ครั้งและแบบออนไลน์ 27 ครั้ง เพื่อสนับสนุนธุรกิจทั่วประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการที่มาจากกลุ่มหลากหลายและชุมชนชายขอบต่าง ๆ เช่น กลุ่มเพศทางเลือก กลุ่มผู้พิการ และชนกลุ่มน้อย เป็นต้น
  • 60% ของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมในโครงการ “Boost with Facebook” เป็นผู้หญิง
  • เฟซบุ๊ก ประเทศไทย และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เปิดตัวคู่มือพลิกสถานการณ์เสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อมสำหรับประเทศไทยจากโควิด-19

เฟซบุ๊ก ผุดโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการจากชุมชน “Boost with Facebook

ในวันนี้ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ได้จัดงานLeading with Inclusionเพื่ออัพเดทความคืบหน้าของโครงการ Boost with เฟซบุ๊ก กับวิสัยทัศน์ก้าวนำด้านดิจิทัลด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนจากทุกภาคส่วน ในช่วงใกล้สิ้นปี ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ล่าสุดของโครงการฝึกอบรม Boost with เฟซบุ๊ก ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งของความร่วมมือในครั้งนี้ยังรวมถึงการประกาศเปิดตัวคู่มือพลิกสถานการณ์เสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อมที่ถูกจัดทำขึ้นใหม่

ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ในการสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล

Facebook

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ได้เสริมสร้างทักษะดิจิทัลที่จำเป็นให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงผู้ประกอบการชาวไทย เพื่อช่วยผลักดันการเติบโตของธุรกิจของพวกเขา โดยช่วงที่ผ่านมาในปีนี้ การจัดฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ภายใต้โครงการของ เฟซบุ๊ก

ซึ่งเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถเข้าถึงคนไทยกว่า 2.3 ล้านคน นอกจากกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย และบุคคลทั่วไปแล้ว เฟซบุ๊ก ยังได้ดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย และพันธมิตรชุมชนต่าง ๆ

เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดฝึกอบรมของโครงการสามารถเข้าถึงผู้ประกอบการที่มาจากชุมชนชายขอบที่มีความสำคัญ เพื่อมอบโอกาสในการสนับสนุนการเติบโตเชิงเศรษฐกิจแก่ชุมชนที่มีความหลากหลาย

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้โครงการประสบความสำเร็จในการจัดฝึกอบรมให้แก่ธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมจากกลุ่มชุมชนชายขอบในประเทศไทย 2,183 ราย ผ่านการจัดฝึกอบรมในรูปแบบออฟไลน์ 19 ครั้งและออนไลน์ 27 ครั้ง

โดย 60% ของผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้ประกอบการหญิง และ 38% มาจากชุมชนชายขอบที่มีความสำคัญ เช่น กลุ่มเพศทางเลือก (LGBTQI) กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี และชนกลุ่มน้อย เป็นต้น

Facebook

เบธ แอน ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายโครงการเพื่อชุมชน ประจำ Facebook เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ในขณะที่ธุรกิจในประเทศไทยกำลังปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาวะนิวนอร์มอล เรายังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือธุรกิจเหล่านั้นในการฟื้นตัว และต้องทำให้แน่ใจว่าความพยายามของเราจะเข้าถึงคนทุกกลุ่ม

โดยไม่มีข้อแม้ ไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถ เพศวิถี และภูมิหลังด้านเศรษฐกิจ และสังคมอย่างไร จากการดำเนินโครงการนี้ เราคาดหวังที่จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อมเพื่อช่วยลดปัญหาช่องว่างทางทักษะ ด้วยการให้ความรู้ เสริมสร้างทักษะ และสนับสนุนธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมในประเทศไทย และชุมชนที่มีความหลากหลาย

รวมถึงช่วยเสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เราทุกคนกำลังก้าวผ่านผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นสถานการณ์ระดับโลกในครั้งนี้

ด้าน ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียได้ร่วมมือกับ เฟซบุ๊ก เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดย่อมและผู้ประกอบการชาวไทย ด้วยทักษะและความเข้าใจที่มีต่อความรู้ด้านดิจิทัลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ประชาสังคม และภาคเอกชน

เราได้มองเห็นถึงการเติบโตของผู้ที่เข้าร่วมโครงการจากคะแนนหลังการฝึกอบรมของพวกเขา และการนำความรู้ที่ได้ไปใช้งานจริง เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของเราว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในไทยจำนวนมากมีศักยภาพในการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล พวกเขาเพียงต้องการโอกาสในการเรียนรู้เท่านั้น

โดยภายในงานครั้งนี้ ยังเล่าถึงกรณีศึกษา และตัวอย่างจากในไทยเกี่ยวกับวิธีการที่ธุรกิจต่าง ๆ กระตุ้นยอดขาย และเชื่อมต่อกับลูกค้าใหม่ ๆ ในยุคดิจิทัล

Facebook

มานพ เอี่ยมสะอาด รองประธานบริหาร บริษัท เรย์วิสาหกิจ เพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนทั่วไปได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างมากขึ้น อย่างบริษัทต่างๆ ที่เคยมีการจ้างงานผู้พิการตามอัตราโควต้า 1:100 พอบริษัทต้องปลดพนักงานทั่วไปออกเป็นหมื่น ๆ คน

โอกาสของการจ้างงานคนพิการก็ยิ่งน้อยลงอีก ปัญหาสำคัญที่เรามองเห็นคือความท้าทายสำหรับชุมชนผู้พิการที่จะผันตัวเองไปประกอบอาชีพอื่น ๆ เมื่อเทียบกับคนทั่วไป การที่ได้มาร่วมอบรมในเฟซบุ๊ก ทำให้เขามีโอกาส เรียนรู้เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น เราเห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรม

เช่น ภายในกลุ่มของเรา มีสมาชิกที่เริ่มมีอาชีพส่วนตัวหันมาขายของออนไลน์มากขึ้น หรืออย่างน้อยพวกเขาเริ่มเรียนรู้การใช้งาน เครื่องมือต่าง ๆ ของ เฟซบุ๊ก และเป็นการเปิดช่องทางให้เขามีพื้นที่ได้แสดงออกหรือสื่อสารประสบการณ์ ของพวกเขา ทำให้รู้สึกมีคุณค่า หรือมีอิสระในการหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้ ร้านอาหาร อาม่า ติ่มซำ ยังได้เล่าถึงการเข้าร่วมการฝึกอบรมของโครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อผู้ที่มีความบกพร่องด้านการได้ยินโดยเฉพาะ โดยเป็นครั้งแรกที่การฝึกอบรมเช่นนี้ถูกจัดขึ้นพร้อมล่ามภาษามือ สำหรับกลุ่มสิชลมัดย้อม

โครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ได้ช่วยให้กลุ่มผู้พิการสามารถเพิ่มทักษะดิจิทัลใหม่ ๆ เพื่อจำหน่าย และโปรโมทงานหัตถกรรมของพวกเขา ด้วยการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ ๆ ให้เดินทางมาเยี่ยมชมหน้าร้านของพวกเขาในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ธุรกิจเอสเอ็มอี La’Poon Organic ซึ่งก่อตั้งขึ้นในจังหวัดลำพูน ทางภาคเหนือของประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณอรุณี พร้อมชัย ผู้ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากสมุนไพรออร์แกนิค ด้วยการใช้ภูมิปัญญาไทยและสมุนไพรท้องถิ่น

และ เฟซบุ๊ก ได้ช่วยให้ธุรกิจของเธอเติบโตขึ้น 15% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านั้น ปัจจุบัน เธอจ้างพนักงานทั้งหมด 11 คน และยังมีบทบาทในการสนับสนุนชุมชนของเธอด้วย

อรุณี ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ได้พบว่าความรู้เชิงดิจิทัลที่เธอได้รับ ไม่เพียงทำให้เธอสามารถสร้างบทบาทบนโลกออนไลน์ให้กับธุรกิจของเธอได้สำเร็จ แต่ยังช่วยให้เธอเชื่อมต่อกับชุมชนใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

โดย อรุณี กล่าวว่า ฉันเพิ่งเคยได้รับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นครั้งแรกจากธุรกิจค้าปลีกในประเทศพม่า หลังจากที่ฉันเริ่มปรับปรุงการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของฉัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมการฝึกอบรมของโครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

คู่มือพลิกสถานการณ์เสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อมจากสถานการณ์โควิด-19 โดย เฟซบุ๊ก ประเทศไทย และมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

Facebook

ความสามารถในการฟื้นตัวเป็นทักษะที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในปัจจุบัน ซึ่งธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่างพยายามที่จะฟื้นตัวจากผลกระทบที่ได้รับอย่างรุนแรงจากโควิด-19 ต่อธุรกิจของพวกเขา

รายงานสภาวะธุรกิจขนาดเล็ก ในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นรายงานล่าสุดของ เฟซบุ๊ก ที่จัดทำร่วมกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ระบุว่า 38% ของธุรกิจในประเทศไทยที่ดำเนินงานบน เฟซบุ๊ก

กล่าวว่าพวกเขาได้ลดจำนวนพนักงานลงในเดือนสิงหาคม ในขณะที่71% ของธุรกิจบน เฟซบุ๊ก ที่มีเจ้าของเป็นผู้ประกอบการหญิง รายงานว่ายอดขายของพวกเธอในเดือนที่ผ่านมาลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านั้น

เฟซบุ๊ก ประเทศไทย ยังได้เปิดตัวคู่มือพลิกสถานการณ์เสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อมสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นระยะยาวในการสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อม โดยพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย

เพื่อเสริมการจัดฝึกอบรมในโครงการ Boost with เฟซบุ๊ก ศูนย์กลางทรัพยากรเพื่อธุรกิจ (Business Resource Hub) และโครงการมอบเงินทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมในประเทศไทยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในสภาวะนิวนอร์มอลได้

คู่มือดังกล่าว ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นโดยผู้ดำเนินโครงการ Global Resiliency ของ เฟซบุ๊ก และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมด้านการจัดการภาวะวิกฤต การวางแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ การเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการฟื้นตัวของธุรกิจ ได้แบ่งปันกลยุทธ์และสิ่งที่ควรพิจารณาที่สามารถนำมาใช้ได้กับการดำเนินธุรกิจ

ขนาดกลาง และขนาดย่อมในประเทศไทย โดยคู่มือดังกล่าวเน้นย้ำถึงโอกาสของธุรกิจในการปรับขั้นตอนการดำเนินงานของพวกเขาให้เหมาะสม และการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งต่อไปที่เรียกว่า เน็กซ์ นอร์มอล และยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวัดผลเพื่อลดปัญหาช่องว่างต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม และรับชมคู่มือพลิกสถานการณ์เสริมสร้างศักยภาพการฟื้นตัวของธุรกิจขนาดย่อมได้ที่ https://www.kenan-asia.org/re-emergence-interactive-guide

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.