กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับ SMEs ไทยสู่อนาคต ดันใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกรับเทรนด์เศรษฐกิจ BCG พร้อมเปิดตัวประกวด Green Pack Challenge 2026 เฟ้นหาดีไซน์แพคเกจจิ้งสุดล้ำ…
highlight
- กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนผู้
ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หนุนผู้ประกอบการเปลี่ ยนผ่านสู่ Green Packaging ด้วย 4 กลยุทธ์ทั้ง “การพัฒนาองค์ความรู้-การส่งเสริมวัสดุทางเลือก-เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ-สู่การผลิตจริง” เพื่อยกระดับขี ดความสามารถการแข่งขันของภาคอุ ตสาหกรรมไทย และสร้ างโอกาสจากตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์ โลก พร้อมจัดกิจกรรม “The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM” เวทีประกวดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รั กษ์โลกที่ส่งเสริมการพัฒนาต้ นแบบบรรจุภัณฑ์จากวัสดุทางเลื อกที่สามารถต่อยอดสู่การผลิ ต และใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ จริง โดยผลงานต้นแบบบรรจุภัณฑ์ “5 ต้นแบบ” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิ ศจากการผสานนวัตกรรมวัสดุ ความยั่งยืน และศักยภาพการใช้งานจริงในภาคอุ ตสาหกรรมได้อย่างโดดเด่น
DIPROM หนุน SMEs ไทยชูบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกรับเทรนด์ BCG พร้อมเปิดเวที Green Pack Challenge 2026 เฟ้นหานักออกแบบรุ่นใหม่

พลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องท่ามกลางผู้บริโภคที่ตระหนักถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาคการผลิตที่เร่งปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ตลาดที่มีดีมานด์ความยั่งยืนเกิดขึ้น
ซึ่งกระแส และการปรับตัวที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นโอกาสที่สำคัญของ BCG ECONOMY ของประเทศ และเป็นกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในระยะยาวจากการใช้วัสดุทดแทน เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ การเติบโตที่ส่งต่อไปถึงธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์ พร้อมลดความเสี่ยงจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก
และโอกาสในการขยายตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง“ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดโลก โดยข้อมูลจาก Statista ระบุว่า ตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั่วโลกมีมูลค่า
มากกว่า 310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 590,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2035 สะท้อนให้เห็นว่า “บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก” หรือ Green Packaging ไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่คือหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมูลค่าสูงที่อาจสร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาล ซึ่งผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

“แนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านบรรจุภัณฑ์ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ดีพร้อมได้ดำเนินภายใต้ศูนย์ออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือศูนย์ DIPROM Thai-IDC ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ตั้งแต่ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกแบบ และสร้างสรรค์, การส่งเสริมนวัตกรรมวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การเชื่อมโยงนักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญ และการสนับสนุนการต่อยอดต้นแบบสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมาดีพร้อมได้ดำเนินโครงการด้านการออกแบบ และพัฒนาบรรจุภัณฑ์ผ่านศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ DIPROM Thai-IDC สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการแล้วกว่า 220 ราย พัฒนา และสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ มากกว่า 340 ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์
และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 170 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของสินค้า แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่า สร้างความแตกต่างทางการตลาด ช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการได้มากขึ้น
และในปี 2569 ดีพร้อมได้วางแผนการดำเนินงานด้านการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรม “The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM” ขึ้นเพื่อส่งเสริม และสร้างความตระหนัก
ในการใช้บรรจุภัณฑ์จากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่ นักศึกษา และผู้ประกอบการ SMEs ได้ร่วมแสดงศักยภาพผ่านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่สามารถทดแทนการใช้พลาสติกได้ ซึ่งเปิดกว้างสำหรับผู้เข้าร่วมจากทั่วประเทศ
ภายใต้แนวคิด “Industrial-driven Design” หรือ การออกแบบที่เชื่อมโยงกับการผลิตจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยกิจกรรมในปีนี้ ได้รับความสนใจจากผู้สมัคร จำนวน 33 ทีม ทั่วประเทศ โดยแนวคิดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
ได้แก่ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร วัสดุชีวภาพ และวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการสร้างนวัตกรรมที่มุ่งเพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรในประเทศควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักออกแบบบรรจุภัณฑ์รุ่นใหม่ของไทยให้สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านดีไซน์ เทคโนโลยี วัสดุรักษ์โลก และภาคการผลิตเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างต้นแบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ตอบโจทย์ตลาดโลก


ซึ่งผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ภูดิศ ปัญญาวานิชกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากผลงาน “รักษ์คู่” (Green Mate Bi-Pod) ภาชนะจากชานอ้อย เยื่อไผ่ เคลือบผิวด้วยไขรำข้าว ที่ควบรวมฟังก์ชันการกินและดื่มให้อยู่ในชิ้นเดียว เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว และช่วยลดปริมาณขยะในงานเทศกาล ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ


รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ คนโปรด งานวิไลศิริวงศ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน “BOXgourmand2026” บรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่เมื่อใช้งานเสร็จแล้วสามารถส่งต่อเปลี่ยนเป็นอาหารสัตว์ได้


รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ นฤพร องค์มรดก สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จากผลงาน “Lotus – Straw Bowl” ชามทรงใบบัวจากเยื่อฟางข้าว และแป้งมันสำปะหลัง ที่มีแกนท่อตรงกลาง ช่วยให้ผู้บริโภคถือชามอาหารและแก้วน้ำได้พร้อมกันในมือเดียว
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลชมเชย และรางวัลพิเศษสำหรับผลงานที่ได้รับการคัดเลือก พร้อมเกียรติบัตร นอกจากนื้ผลงานต้นแบบทั้งหมดจะได้รับโอกาสพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และโอกาสทางการตลาดในอนาคต เพื่อผลักดันต้นแบบบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

“กิจกรรม The Green Pack Challenge 2026 : Beyond Plastic with DIPROM ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว แต่คือการมองหาแนวทางใหม่ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงด้านวัตถุดิบในอนาคต
ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และช่วยยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยสู่มาตรฐานสากล โดยดีพร้อมคาดว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 2.6 ล้านบาท และเป็นการแสดงศักยภาพของคนรุ่นใหม่
ที่สามารถผสานความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีสู่ต้นแบบบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตที่ไม่เพียงตอบโจทย์ตลาดโลก แต่ยังช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนได้อย่างแท้จริง”

ด้าน พลาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า ดีพร้อมเล็งเห็นว่าการเปลี่ยนสู่ Green Packaging ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจโลก จากเดิมที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังพึ่งพาพลาสติกและวัสดุจากปิโตรเคมีเป็นหลัก
ไปสู่การใช้วัสดุชีวภาพ วัสดุหมุนเวียน วัสดุรีไซเคิล และวัสดุจากผลพลอยได้จากภาคการเกษตร เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่และแหล่งเงินทุนด้านความยั่งยืนในอนาคต
ขณะเดียวกัน การปรับตัวสู่ Green Packaging ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยข้อมูลจาก The 2025 Sustainable Packaging Consumer Report พบว่า ผู้บริโภคกว่า 90% มีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่งานวิจัยระดับนานาชาติ ยังพบว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินดีจ่ายเพิ่มประมาณ 10-20% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน สะท้อนให้เห็นว่า Green Packaging ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างทางการตลาด เพิ่มมูลค่าให้สินค้า ขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























