Fortinet แนะวิธีป้องกัน Ransomware ให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข

0
3

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) แนะวิธีที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถป้องกันตนเองให้พ้นภัยเรียกค่าไถ่ “แรนซัมแวร์” (Ransomware) เลี่ยงข้อมูล หรือประวัติผู้ป่วยสูญหาย…

Fortinet แนะวิธีป้องกัน Ransomware ให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข

ฟอร์ติเน็ตออกโรงประกาศแนะนำวิธีการที่หน่วยงานที่ให้บริการด้านสาธารณสุข และโรงพยาบาลสามารถป้องกันตนเองให้พ้นภัยเรียกค่าไถ่ แรนซัมแวร์ (Ransomware) ที่แพร่ระบาดได้ โดยสำรองระบบและข้อมูลที่สำคัญ ตรวจสอบและป้องกันภัยโดยใช้อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยเครือข่ายอันครบวงจร

ที่อยู่บนแพลทฟอร์ซีเคียวริตี้ แฟบริค (Security Fabric) ของฟอร์ติเน็ต ในปัจจุบัน ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลางไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ พบว่า 90% ของข้อมูลทั่วโลกถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมายในช่วงสองปีที่ผ่านมา และมีการละเมิดข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 54% เช่นกัน

อาชญากรไซเบอร์เองเห็นมูลค่าของข้อมูลจึงหันมาใช้ไวรัสเรียกค่าไถ่ที่เรียกว่า แรนซัมแวร์ (Ransomware) เป็นช่องทางในการสร้างรายได้มากขึ้นเช่นกันผู้ไม่หวังดีเข้าแทรกซึมเข้าสู่ระบบไอที และเข้าถึงข้อมูลผ่านการแฮ็กการเข้ารหัส การล็อกและการกรองไฟล์ต่าง ๆ  องค์กรที่ถูกแฮ็กจะถูกบังคับให้จ่ายเงิน เพื่อแลกกับการที่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของตนอีกครั้ง 

Fortinet

ภัยแรนซัมแวร์ขยายตัวเพิ่มขึ้น

พบว่ามีการโจมตีด้วยภัยแรนซัมแวร์เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 เท่า ในปีที่แล้ว โดยแฮ็กเกอร์ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตีเพื่อมุ่งการจ่ายเงินที่มีจำนวนสูงมากขึ้น ในขณะที่มีเพียง 1 ใน 3 องค์กรจากทั่วโลกเท่านั้นที่มั่นใจว่าตนเองสามารถติดตาม และแก้ไขการโจมตีเหล่านั้นได้ 

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบทั่วโลกที่เกิดจากภัยแรนซัมแวร์สูงถึง 20 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2021  โดยทั่วไปแล้ว แรนซัมแวร์เรียกร้องค่าไถ่ที่มูลค่ารวมกันถึง 6 หลักด้วยกัน และเนื่องจากการชำระเงินค่าไถ่มักจะทำโดยใช้ตระกูลเงินบิตคอยน์ จึงทำให้อาชญากรไซเบอร์สามารถฟอกเงินได้โดยไม่ร่องรอยให้ติดตาม

ความเสียหายทางอ้อมคือการที่ธุรกิจถูกทำให้หยุดชะงักลง ซึ่งพบว่า 42% ขององค์กรในภาคธุรกิจเอกชน ได้รับผลกระทบจากไวรัสเรียกค่าไถ่แรนซัมแวร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยในจำนวนนั้นมีองค์กร 73% ประสบปัญหาระบบหยุดทำงานสองวัน หรือมากกว่านั้น

ผลกระทบทางธุรกิจที่เกิดจากแรนซัมแวร์

Fortinet

ในปัจจุบัน ความเสียหายที่เกิดจากการที่ระบบหยุดทำงานและการไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเนื่องจากการโจมตีของแรนซัมแวร์มีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็นหลายหมื่นล้านเหรียญได้เนื่องจากแฮ็กเกอร์ส่งไวรัสแรนซัมแวร์ผ่านอุปกรณ์ไอโอที InternetofThings (IoT) ที่มีจำนวนมากขึ้น

ใช้การข่มขู่ Doxxing : แทนที่ขู่ว่าจะลบข้อมูลที่ถูกล็อกนั้น อาชญากรไซเบอร์บางรายเริ่มขู่ว่าจะปล่อยข้อมูลขององค์กรที่เป็นข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ เช่น องค์กรให้บริการทางการเงิน โรงพยาบาล สำนักงานกฎหมาย และอื่น ๆ หรือที่เรียกว่า ด็อกซิ่ง (Doxxing)

ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กร เช่น หน่วยงาน Health Insurance Portability and Accountability Act (HIPAA) ได้ออกการแจ้งเตือนให้กับลูกค้า และมีกิจกรรมที่มีความเสียหายนับล้านเหรียญดอลลาร์

การเก็บบิตคอยน์เรียกค่าไถ่ : ผลกระทบของแรนซัมแวร์มีมากกว่าองค์กรที่ถูกแฮ็ก เช่น หากธุรกิจธนาคารถูกเรียกค่าไถ่ จะส่งผลให้ธุรกิจประสบปัญหาข้อมูลสูญหายหรือไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล แม้จะช้าเพียงหลักวินาทีหรือนาที ธุรกิจต่าง ๆ จึงไม่สามารถรอให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึงข้อมูลที่ถูกแฮ็กได้นานหลายวัน จึงเกิดการเริ่มสะสมบิตคอยน์ไว้บ้าง

เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นจริง : ในช่วงปี 2019 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมในทุกภาค และองค์กรในทุกขนาดได้รับผลกระทบจากแรนซัมแวร์ พบการโจมตีที่หน่วยงานของรัฐ 113 แห่งรวมถึงสำนักงานเทศบาล และองค์กรรัฐวิสาหกิจ ผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข 764 แห่ง และมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันการศึกษาในเขต 89 แห่ง โรงเรียนอีก 1,233 แห่ง

หน่วยงานด้านสาธารณสุข : หน่วยงานด้านสาธารณสุขอันรวมถึงโรงพยาบาลในทุกขนาดเป็นเหยื่อที่แรนซัมแวร์มุ่งเป้าหมายมา เนื่องจากเป็นหน่วยงานมีระบบไอทีและข้อมูลในการดูแลสุขภาพจำนวนมากของผู้ป่วย หากถ้าระบบหยุดทำงานหรือบุคลากรไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อาจทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง  

อาชญากรอาจใช้วิธี Doxxing ในการเรียกค่าไถ่คือขู่ว่าจะปล่อยข้อมูลสำคัญออกมาแทนที่จะลบข้อมูลส่วนตัวเหล่านั้น และหากผู่ไม่หวังดีเข้าควบคุมอุปกรณ์ไอโอทีที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วย อาจส่งผลกระทบ และกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2019 พบการโจมตีของแรนซัมแวร์เพิ่มขึ้350% โดยพบการโจมตีทีอุปกรณ์ไอทีที่ส่งผลให้บริการในสถานให้บริการทันตกรรม และการพยาบาลหลายร้อยแห่งหยุดชะงักลง ในขณะที่มีรายงานจากโรงพยาบาล ระบบสุขภาพและหน่วยงานอื่น ๆ หลายแห่งว่าธุรกิจหยุดชะงักลง

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังมีตัวอย่างการคุกคามมากมาย รวมถึงวิธีที่แฮ็กเกอร์แอบเข้าถึงฐานข้อมูลของ MongoDB อันเป็นแหล่งบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ป่วย 200,000 ราย ที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์สุขภาพใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งแฮกเกอร์ได้ลบข้อมูลไปจนหมด และเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 180,000 เหรียญสหรัฐ ในบิตคอยน์

Fortinet

นอกจากนี้ ศูนย์การแพทย์ใหญ่อีกแห่งในฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากที่ระบบติดไวรัสแรนซัมแวร์ตระกูล Locky โดยที่แพทย์และผู้ดูแลคนอื่นๆ ถูกล็อกบัญชี ไม่สามารถบันทึกข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ได้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ปากกา และกระดาษในการบันทึกข้อมูลผู้ป่วย

และใช้วิธีแฟกซ์แทนอีเมลในการสื่อสารกัน แฮกเกอร์เรียกร้องเงิน 40 บิตคอยน์ (หรือประมาณ 17,000 เหรียญสหรัฐ) เพื่อแลกกับกุญแจในการถอดรหัสไฟล์ที่ถูกล็อกซึ่งทางโรงพยาบาลยอมจ่ายให้ แต่ทั้งนี้ อาชญากรไซเบอร์ไม่ได้ให้สิทธิ์เหยื่อเข้าถึงข้อมูลของพวกเขาเสมอไป

ซึ่งพบในกรณีของโรงพยาบาลในแคนซัส ที่โรงพยาบาลได้ยอมจ่ายเงินค่าไถ่เบื้องต้น แต่แฮ็คทิวิสต์ไม่ได้ปลดล็อกไฟล์ทั้งหมด และเรียกร้องเงินเพิ่มขึ้น แต่ทางโรงพยาบาลเลือกที่จะปฏิเสธการเรียกค่าไถ่เพิ่มเติม

แรนซัมแวร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

แรนซัมแวร์สามารถแฝงวิธีการดิจิทัลใดๆ ก็ได้ ตั้งแต่อีเมล ไฟล์แนบบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชันทางธุรกิจ โซเชียลมีเดียและยูเอสบีไดร้ฟ รวมถึงกลไกการจัดส่งแบบดิจิทัลอื่น ๆ โดยอีเมลเป็นช่องทางการแฝงเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง

  • แนบลิงก์มาในอีเมล 31%
  • ไฟล์แนบในอีเมล 28%
  • ไฟล์แนบบนเว็บไซต์ 24%
  • ไม่ทราบแหล่งที่มา 9%
  • โซเชียลมีเดีย 4%
  • แอปพลิเคชั่นทางธุรกิจ 1%

 

Fortinet

ในกรณีที่แฝงมากับอีเมลนั้น อีเมลล่อลวงที่เรียกว่า ฟิชชิ่ง นั้นจะถูกส่งมาในรูปแบบการแจ้งเตือนหรือคำขอปลอมขอให้เหยื่ออัปเดตซอฟต์แวร์ เมื่อเหยื่อหลงกลเผลอคลิกที่ลิงค์หรือไฟล์แนบ จะดาวน์โหลดส่วนประกอบที่เป็นอันตรายเพิ่มเติมเข้ามาในระบบ

โดยภัยคุกคามจะเข้ารหัสไฟล์ด้วยการเข้ารหัสคีย์ส่วนตัว RSA 2048 บิตทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ใช้จะถอดรหัสไฟล์ได้ ในกรณีอื่นๆ แรนซัมแวร์ถูกฝังเป็นไฟล์บนเว็บไซต์ ซึ่งเมื่อดาวน์โหลด และติดตั้งจะเปิดใช้งานการโจมตีทันที

Fortinet

ประเภทต่าง ๆ ของแรนซัมแวร์

แรนซัมแวร์แบบดั้งเดิมจะติดตามข้อมูลของเหยื่อ และเข้าล็อกไฟล์จนกว่าเหยื่อจะจ่ายค่าไถ่ แต่ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์ไอโอที ทำให้เกิดแรนซั่มแวร์สายพันธุ์ใหม่ ๆ ภัยจะพัฒนาให้สามารถมุ่งเป้าไปที่ระบบควบคุม (เช่น ยานพาหนะ สายการผลิต ระบบไฟฟ้าสาธารณูปโภค) และทำการปิดระบบจนกว่าจะได้เงินค่าไถ่

แรนซัมแวร์ที่แพร่หลายมากที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ 

OfftheShelf Ransomware : คือแรนซัมแวร์บางตัวที่มีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์ที่อาชญากรไซเบอร์สามารถซื้อได้จากตลาดดาร์กเน็ตและติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ที่ชั่วร้ายของตนเองได้ หลังจากนั้น จะทำการแฮ็กและเข้ารหัสข้อมูลและระบบโดยตรงจากซอฟต์แวร์ที่ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของอาชญากรไซเบอร์ เช่น Stampado และ Cerber

RansomwareasaService (RaaS) : การให้บริการการโจมตีแบบแรนซัมแวร์ RaaS ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คือ CryptoLocker  หลังจากเซิร์ฟเวอร์ของ CryptoLocker ถูกทำให้ดาวน์ไป (taken down) จะพบ RaaS ประเภท CTBLocker บ่อยที่สุดแทน ทั้งนี้ อีกสายพันธุ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วคือ Tox ซึ่งเป็นชุดที่อาชญากรไซเบอร์สามารถใช้ดาวน์โหลดได้ไปติดตั้งหรือแจกจ่ายได้ โดยจะแบ่ง 20% ของค่าไถ่ทั้งหมดให้ Tox เป็นในรูปแบบบิตคอยน์

แรนซัมแวร์แบบใช้เครือข่าย : เป็นลักษณะที่ผู้ให้บริการ RaaS จะใช้แฮกเกอร์ในเครือข่ายที่มีประวัติในการแพร่กระจายมัลแวร์ของตนออกไป

แรนซัมแวร์ที่โจมตีที่อุปกรณ์ไอโอที : แรนซัมแวร์ประเภทนี้จะแทรกภัยคุกคามไปยังอุปกรณ์ไอโอทีที่ควบคุมระบบที่สำคัญต่อธุรกิจ และจะเข้าปิดระบบเหล่านั้นจนกว่าจะมีการจ่ายค่าไถ่เพื่อปลดล็อก

ฟอร์ติการ์ตแล็ปส์อันเป็นศูนย์วิเคราะห์ภัยของฟอร์ติเน็ตพบตระกูล และสายพันธ์ของแรนซัมแวร์เกิดขึ้นในปีค.ศ. 2016 มากขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งมีวิวัฒนาการเป็นรูปแบบใหม่ ๆ มากมายทุกวันตลอดปีอย่างต่อเนื่อง ทำให้โซลูชันป้องกันไวรัสที่ใช้ซิคเนเจอร์แบบดั้งเดิมไม่เพียงพอ 

เมื่อไวรัสใดถูกพบระบุสายพันธุ์แล้ว อาชญากรไซเบอร์จะพัฒนาไปอยู่ในรูปแบบใหม่ เช่น ตระกูล Ryuk และ Sodinokibi ransomware จึงทำให้มูลค่าค่าไถ่ที่ผู้โจมตีต้องการเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 1 ของปี 2020 ขึ้นอย่างมากมาย

Fortinet

กระบวนการป้องกันแบบต้นทางจนปลายทางจากฟอร์ติเน็ต

อุปกรณ์ FortiMail ช่วยป้องกันฟิชชิ่ง : ฟอร์ติเมล (FortiMail) มีคุณสมบัติป้องกันการสแปมเมลและแอนตี้มัลแวร์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเสริมด้วยเทคนิคการป้องกันขั้นสูง เช่น การป้องกันการแพร่ระบาด (Outbreak protection)

การปลดภัยออกจากคอนเท้นต์ และการสร้างคอนเท้นต์ที่ปลอดภัยใหม่ (Content disarm and reconstruction), การวิเคราะห์แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox analysis)  และการตรวจจับการแอบอ้างบุคคลอื่ (Impersonation detection)

บริการ FortiGuard Web Filtering หยุดไม่ให้ผู้ใช้คลิกที่ URL ที่เป็นอันตราย

บริการ FortiGuard Web Filtering Service ช่วยเพิ่มศักยภาพความสามารถในการกรองเว็บหลักของไฟร์วอลล์ FortiGate NGFW โดยการจัดเรียงหน้าเว็บหลายพันล้านหน้าออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ที่ผู้ใช้สามารถอนุญาตหรือบล็อกได้ จึงทำให้เป็นการใช้งานที่ปลอดภั

FortiEDR ช่วยตรวจจับ และตอบสนองต่อมัลแวร์ก่อนที่จะเกิดการคุกคาม

โซลูชันการรักษาความปลอดภัยปลายทางแบบเรียลไทม์ของ FortiEDR จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีในแบบเชิงรุก และปกป้องอุปกรณ์ปลายทางโดยใช้เทคโนโลยีการตรวจจับมัลแวร์ และการตรวจจับตามพฤติกรรม ทั้งนี้ เพลย์บุ๊ก (Playbooks) จะตอบสนอง โต้ตอบ และแก้ไขตามขั้นตอนที่วางไว้โดยอัตโนมัติ

FortiSandbox ระบุภัยคุกคามที่ยังไม่รู้จัก และป้องกันการโจมตีขั้นสูง

คุณสมบัติการวิเคราะห์ของ FortiSandbox จะใช้ประโยชน์จากการรันเพื่อทดสอบไฟล์ และโมเดลแมชชีนเลิร์นนิงมาปรับปรุงการวิเคราะห์ภัยคุกคามทั้งที่เป็นแบบสเตติค และไดนามิก สามารถทำงานร่วมกับทั้งผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ตและที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของฟอร์ติเน็ต เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามที่มีรูปแบบซับซ้อน เช่น แรนซัมแวร์ และไวรัสใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

FortiToken ช่วยป้องกันการโจรกรรมข้อมูล

ด้วยวิธีการพิสูจน์ตัวตนแบบ 2 ปัจจัย (Two-factor authentication) รหัสผ่านจะถูกใช้ร่วมกับโทเค็นที่ปลอดภัยเพื่อให้มีความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ พนักงานที่ได้รับอนุญาต จะสามารถใช้และเข้าถึงทรัพยากรของบริษัทได้อย่างปลอดภัย

FortiGate Intent-Based Segmentation หยุดการเคลื่อนไหวและคุกคามภายในเครือข่าย

โดยการแบ่งกลุ่มเครือข่ายตามวัตถุประสงค์ สามารถให้การป้องกันแบบ Endtoend ทั่วทั้งเครือข่าย สามารถแบ่งกลุ่มสินทรัพย์ในเครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานด้วยการกำหนดเองโดยผู้ดูแลระบบ และด้วยการตอบสนองแบบอัตโนมัติ

ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้งานในองค์กร หรือบนระบบมัลติคลาวด์หลายประเภท  ทั้งนี้ ความสามารถในการวิเคราะห์และการทำงานที่เป็นแบบอัตโนมัติจะช่วยให้สามารถตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็ว และมีมาตรฐานสูง

ประเด็นสำคัญ

Fortinet

ชาญวิทย์ อิทธิวัฒนะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต ได้ให้คำแนะนำว่า แรนซัมแวรมีวิวัฒนาการ และกลายพันธุ์เป็นภัยคุกคามที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นอันตรายต่อองค์กรแทบทุกขนาด องค์กรต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติตาม ดังนี้

หยุดการคุกคามที่รู้จักแล้ว : ใช้โซลูชันการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่สามารถหยุดการคุกคามของแรนซัมแวร์ที่รู้จักกันแล้วทั้งหมด ซึ่งต้องการการรักษาความปลอดภัยแบบมัลติเลเยอร์ที่มีข่าวกรองภัยคุกคามระดับโลก เพื่อให้การป้องกันที่เครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง แอปพลิเคชัน และศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์

ตรวจจับภัยคุกคามใหม่ :  เนื่องจากแรนซัมแวร์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ไม่หวังดีเผยแพร่แรนซัมแวร์ใหม่อยู่ตลอดเวลา จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องสร้างแซนด์บ็อกซ์ที่เหมาะสม และเทคนิคการตรวจจับขั้นสูงอื่นๆ เพื่อระบุหาแรนซัมแวร์ในสายพันธุ์เดียวกัน

แบ่งปันสิ่งที่มองไม่เห็นให้มากขึ้น :  แบ่งปันข้อมูลอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ไปให้ทั่วระหว่างชั้นการรักษาความปลอดภัยที่แตกต่างกัน (และหมายรวมถึงในทุกผลิตภัณฑ์ของผู้จำหน่ายทุกค่าย) และยังขยายไปยังกลุ่มที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่กว้างขึ้นภายนอกองค์กรของท่าน

เช่น Computer Emergency Response Teams (CERTs), Information Sharing and Analysis Centers (ISACs) และกลุ่มพันธมิตรในอุตสาหกรรม เช่น Cyber Threat Alliance ซึ่งการแบ่งปันอย่างรวดเร็วนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตอบสนองต่อการโจมตีที่รวดเร็ว และสามารถทำลายเครือข่ายการคุกคามก่อนที่มันจะกลายพันธุ์ หรือแพร่กระจายไปยังระบบหรือองค์กรอื่น ๆ

เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิด : การแบ่งส่วนการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Segmentation of network security) ช่วยป้องกันพฤติกรรมที่เหมือนแรนซัมแวร์ เช่น SamSam และ ZCryptor ทั้งนี้ การสำรองและกู้คืนข้อมูลมีความสำคัญเช่นกัน  องค์กรที่มีการสำรองข้อมูลล่าสุดสามารถปฏิเสธการเรียกค่าไถ่และกู้คืนระบบได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

สำรองระบบและข้อมูลที่สำคัญ : แม้ว่าอาจเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานานในการกู้คืนระบบที่เข้ารหัสรวมถึงการหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจและการเพิ่มผลผลิต แต่การกู้คืนข้อมูลสำรองเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการถูกจับเป็นตัวประกัน โดยไม่มีการรับประกันว่าถึงแม้ว่าท่านจ่ายค่าไถ่แล้ว

จะมีการปลดล็อกข้อมูล และระบบอย่างแน่นอน ในกรณีนี้ ท่านต้องใช้เทคโนโลยี กระบวนการ และพันธมิตรทางธุรกิจที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าการสำรองข้อมูลของท่านเป็นไปตามข้อกำหนดทางธุรกิจและการกู้คืนจะทำได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.