Huawei เปิดตัวโครงการ Spark & Blossom หนุน Cloud ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

0
196
Huawei

หัวเว่ย (Huawei) เปิดตัวโครงการ Spark & Blossom หนุน อีโคซิสเต็ม Cloud สำหรับตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อช่วยให้ธุรกิจดึงศักยภาพ Cloud ได้สูงสุด…

Huawei เปิดตัวโครงการ Spark & Blossom หนุน Cloud ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Huawei

หัวเว่ย เปิดโครงการ Spark & Blossom เพื่อสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพ และ SMEs ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานประชุม หัวเว่ย คลาวด์ Summit 2020 ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอีโคซิสเต็มคลาวด์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

หัวเว่ย คลาวด์ ร่วมด้วยพันธมิตรจากทั่วทุกภาคอุตสาหกรรมได้เปิดงาน Go Cloud Festival โดยเผยโฉมโครงการที่สนับสนุนทรัพยากรด้าน Cloud และแพ็กเกจโซลูชันต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจองค์กรต่าง ๆ สามารถดึงศักยภาพของเทคโนโลยี Cloud ออกมาได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการ Blossom ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการด้าน IT ที่มาพร้อมกับส่วนลดสำหรับการใช้ทรัพยากรด้าน Cloud และบริการในระยะยาวอื่น ๆ เช่น การอบรมทักษะการใช้งานฟรี หรือโอกาสต่างๆ ทางการตลาดสำหรับผู้ให้บริการด้าน IT ขนาดเล็ก และขนาดกลาง

ในขณะเดียวกัน เพื่อบ่มเพาะ และเร่งการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัพต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียเปซิฟิก หัวเว่ยยังได้เปิดตัวโครงการ Spark การแข่งขันสตาร์ทอัพระดับโลกในประเทศสิงคโปร์ไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยหัวเว่ยจะลงทุนเป็นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ

เพื่อส่งเสริมเหล่าบริษัท Deep Tech Startups ต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นไปที่บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G, AI/Machine Learning และ Analytics, IoT, Mobile Edge Computing รวมไปถึงแอปพลิเคชันมือถือ และ SaaS

ผู้เข้าร่วมโครงการ หัวเว่ย Spark จะได้รับทรัพยากรด้าน Cloud การสนับสนุนเชิงฮาร์ดแวร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โมดูล AI และโซลูชันอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่มีเทคโนโลยี AI เป็นพื้นฐาน ตลอดจนซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส การสนับสนุนอื่น ๆ

เช่น โครงสร้าง ฐานข้อมูล และระบบปฏิบัติการของ AI เพื่อนำมาใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน การให้บริการ และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของผู้เข้าร่วมโครงการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยบริษัทสตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะสามารถเข้าถึงทรัพยากรในอีโคซิสเต็มเฉพาะของหัวเว่ยผ่านโมเดล 3 ระดับที่ชื่อว่า Spark Fire

คือ ขายให้ (sell-to), ขายด้วย (sell-with) และขายผ่าน (sell-through) โดยอาจเป็นไปได้ว่าหัวเว่ยจะเป็นลูกค้ารายแรกของธุรกิจสตาร์ทอัพเหล่านี้ และจะทำงานร่วมกับพวกเขาในฐานะพาร์ทเนอร์ธุรกิจ พร้อมทั้งให้บรรดาสตาร์ทอัพได้รู้จักกับลูกค้าที่เป็นองค์กรธุรกิจจำนวนมากทั่วโลก

นอกจากนี้ บริษัทสตาร์ทอัพจะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือหัวเว่ยจำนวนมากกว่า 600 ล้านคน ผ่านระบบ หัวเว่ย Mobile Services (HMS) และ หัวเว่ย App Gallery รวมทั้งเข้าถึงผู้ใช้ที่เป็นองค์กรธุรกิจอีกหลายล้านรายทั่วโลกผ่าน หัวเว่ย Cloud Marketplace

Huawei
ลีโอ เจียง (Leo Jiang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล กลุ่มธุรกิจคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ของหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ลีโอ เจียง (Leo Jiang) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัล กลุ่มธุรกิจคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ของหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ไร้พรมแดนและจะเฟื่องฟูได้ด้วยความร่วมมือ หัวเว่ยให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานเสมอ

รวมถึงจะให้การสนับสนุนแก่พาร์ทเนอร์ในอีโคซิสเต็มของเราผ่านศักยภาพของเทคโนโลยีคลาวด์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าธุรกิจสตาร์ทอัพจะเติบโตอย่างรวดเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้นเมื่อมีคนให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนอย่างถูกต้องเหมาะสมผ่าน

โครงการ หัวเว่ย Spark และจะทำให้เกิดการสร้างงานขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่เพียงแค่ในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับโลกด้วย

งานประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังจัดแสดงถึงความร่วมมือระหว่าง หัวเว่ย คลาวด์ และ Nestia ของสิงคโปร์ แอปพลิเคชันไลฟ์สไตล์ ครบจบในที่เดียว และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนค้นหาข้อมูลเฉพาะจากในพื้นที่นั้น ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

การได้ทำงานร่วมกับ หัวเว่ย คลาวด์ ทำให้ Nestia สามารถขยายขอบเขตการบริการของบริษัทได้ ซึ่งรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ Cocos Game Integration, การประมวลผลภาพของโปรแกรม Open Broadcaster Software (OBS) และการทำ Content Moderation

โดยปัจจุบันแอปพลิเคชันดังกล่าวมอบประสบการณ์เหนือระดับผ่านบริการต่าง ๆ ให้กับผู้ที่ใช้เป็นประจำทุกวันกว่า 200,000 ราย ซึ่ง 96.6% ของจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ใช้ในพื้นที่

“หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นที่จะสร้างอีโคซิสเต็มที่เข้มแข็งเพื่อการประสบความสำเร็จร่วมกัน เราจะเดินหน้าให้การสนับสนุน และเปิดโอกาสให้กับพาร์ทเนอร์ของเราในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงลงทุนในการอบรมผู้มีความสามารถและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นโซลูชันร่วมกัน ผ่านโครงการต่าง ๆ

อย่างเช่น หัวเว่ย Spark และ AI Lab โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้าง Connectivity + Computing + Cloud synergy ของเราที่มีการทำงานร่วมกัน เราจึงสามารถมอบแพลตฟอร์มที่มีความอัจฉริยะ ทำงานได้อย่างอัตโนมัติ และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลให้แก่คอนเทนต์ แอปพลิเคชัน และอัลกอริทึมของพาร์ทเนอร์

ด้วยความร่วมมือกันดังกล่าว เราจะสามารถสร้างอีโคซิสเต็มที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูไปด้วยกัน และจะนำมาซึ่งโลกอัจฉริยะที่ก้าวไปข้างหน้า และเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ” แดเนียล โจว กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.