Huawei เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อการร่วมมือที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก

Huawei

หัวเว่ย (Huawei) เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อการร่วมมือที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific : APEC)…

Huawei เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อการร่วมมือที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก

ภายในงานเสวนา เร่งเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อการร่วมมือที่แข็งแกร่งในเอเชียแปซิฟิก-เชื่อมต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด (Accelerate Digital Economy for Inclusive Integration in Asia Pacific-Connecting Digital Industries in Pandemic)

ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงาน เรียกร้องให้มีการนำโอกาสใหม่ ๆ ในโลกดิจิทัลมาสร้างอีโคซิสเต็มที่ไร้การแบ่งแยก พร้อมสนับสนุนการร่วมมือในภูมิภาคอันเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับโรคระบาดนี้

Huawei

ฯพณฯ ยูฮารี โอรัตแมนกาน (H.E.Djauhari Oratmangun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เน้นในช่วงหนึ่งของการกล่าวปาฐกถาว่า การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลนั้นถูกเร่งให้เร็วขึ้นในช่วงของโรคระบาด และเร่งให้ภาคธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลง

โดยอินโดนีเซียมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตของเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อช่วยฟื้นฟูภาคสังคม และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง เมื่อดูจากองค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐานที่มีแล้ว เศรษฐกิจดิจิทัลนั้นเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ของภูมิภาค

รวมทั้งจะช่วยกระตุ้นการปรับตัวท่ามกลางภาวะโรคระบาด บรรดาประเทศสมาชิกอาเซียนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะเข้ามามีส่วนช่วยสร้าง GDP ในภูมิภาคนี้ได้สูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปีนี้ สำหรับประเทศไทยเองก็มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะมีมูลค่าคิดเป็น 30% ของ GDP ของประเทศภายในปี พ.ศ. 2573

ซึ่งหากดูจากแผนงานนโยบาย Thailand 4.0 แล้ว เทคโนโลยี 5G IoT และคลาวด์จะร่วมกันสร้างรากฐานให้กับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

การพัฒนาอีโคซิสเต็มของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นจำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากหลากหลายฝ่ายรวมถึงภาคเอกชน เรายินดีที่ หัวเว่ย ริเริ่มจัดงานเสวนานี้ขึ้นเพื่อเดินหน้าสนับสนุนเรื่องดังกล่าว

Huawei

ดร. ลี ขวาง หลาน (Dr. Le Quang Lan) รองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่าย ICT และท่องเที่ยว สำนักงานเลขาธิการอาเซียน หรือ ASEAN Secretariat กล่าวว่า ภายใต้หัวข้อการนำอีโคซิสเต็มของเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ามาช่วยการฟื้นตัวภาคสังคมและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ด้าน เจย์ เฉิน รองประธานหัวเว่ยเอเชียแปซิฟิก เผยว่า ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็ม หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้แผนแม่บท Digital Masterplan 2025 ของอาเซียนเป็นจริง ผ่านสามแนวทาง ได้แก่ การเชื่อมต่อทาง ICT การสนับสนุนบุคลากรในด้านดิจิทัล และการร่วมสร้างอีโคซิสเต็มที่แข็งแกร่ง

การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคนี้ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางด้านดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมยิ่งขึ้น ช่วยทำให้สตาร์ทอัพมีโอกาสเติบโต รวมถึงช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มีความยั่งยืน

ขณะที่ ดร. อัลวิน พี. อัง (Dr. Alvin P. Ang) จากมหาวิทยาลัย Ateneo de Manila University กล่าวว่า ระบบการศึกษาจะต้องรวมความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นในหลักสูตรเบื้องต้น หลักสูตรสำหรับนักศึกษา หรือแม้แต่วัยทำงานก็ตาม

องค์ความรู้เหล่านี้ต้องได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และเราต้องเดินหน้าลงทุนเพื่อทำให้ชุมชนในชนบทสามารถก้าวทันเทคโนโลยีได้ โดยอย่างน้อยจะต้องมีการส่งมอบทักษะพื้นฐานในด้านนี้ให้พวกเขา ด้วยเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเศรษฐกิจแบบดิจิทัล หัวเว่ยตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการส่งเสริมทักษะทางดิจิทัล

ให้แก่ทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หลายปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้เปิดตัวโครงการต่าง ๆ เพื่อฝึกทักษะด้าน ICT ให้แก่ประชาชนภายในภูมิภาคมากกว่า 100,000 คน จากการร่วมมือกับรัฐบาล มหาวิทยาลัย และองค์การไม่แสวงหาผลกำไรมากมายในประเทศต่าง ๆ สำหรับประเทศไทย

Huawei

หัวเว่ยได้จัดตั้งศูนย์ Huawei ASEAN Academy โดยร่วมมือกับธุรกิจในประเทศรวมถึงโรงเรียนด้านเทคนิคและวิศวกรรม เพื่อผลิตพนักงานที่ปฏิบัติงานด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีให้ได้ถึง 100,000 คน ภายในระยะเวลา 5 ปีด้วยวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ ศาสตราจารย์ โฆเซ่ เดโคลอนกอน (Professor Jose Decolongon)

ประธานฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการผู้จัดการด้านวิสัยทัศน์องค์กร บริษัทเอมบิกเกน ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมและกลยุทธ์ (Embiggen Consulting) ในประเทศฟิลิปปินส์ ได้กล่าวว่า ธุรกิจขนาดย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลางต่างต้องเข้าใจในการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล เพื่อจะรู้เท่าทันโอกาส

เมื่อมีการเปิดช่องทางด้านดิจิทัลให้แก่ธุรกิจ ไม่เพียงแต่ธุรกิจเหล่านี้เท่านั้นที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่าง ๆ องค์กรขนาดใหญ่ก็ยังต้องเผชิญความท้าทายดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความสามารถด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้ครอบคลุม และรวดเร็ว

และนี่คือจุดที่เหล่าธุรกิจโทรคมนาคมอย่าง หัวเว่ย และบริษัทต่าง ๆ ในประเทศจะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ ในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ธุรกิจ SMEs กำลังกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ และโอกาสทางธุรกิจ ในฐานะพันธมิตรผู้ส่งเสริมศักยภาพด้าน ICT หัวเว่ยมุ่งมั่นสนับสนุนให้ธุรกิจ SMEs

ได้เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นดิจิทัล และส่งเสริมการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจของประเทศไทย รวมถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังที่หัวเว่ยได้เซ็นลงนามบันทึกข้อตกลง (Memorandum of Understanding-MoU) กับสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่

Huawei

ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงพาณิชย์ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรด้านดิจิทัลสำหรับธุรกิจ SMEs และประชากรกลุ่มเจเนอเรชัน Z ในยุคนิว นอร์มัล จวบจนปัจจุบันนี้ หัวเว่ยได้จัดการฝึกอบรมให้แก่บุคคลทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจ SMEs สำเร็จลุล่วงไปแล้วเกือบ 10,000 ราย ด้วยกัน

สำหรับอีโคซิสเต็มของเศรษฐกิจดิจิทัลแบบยั่งยืนนั้น เทคโนโลยีใหม่อย่าง 5G, Internet of Things และคลาวด์ ล้วนมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการใช้พลังงานที่ไม่ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์และเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนเป็นอย่างมาก โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หัวเว่ยได้เพิ่มการลงทุนสำหรับโซลูชันที่มุ่งรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ช่วยยกระดับการผลิตพลังงานสะอาด การคมนาคมโดยใช้ยานพาหนะพลังไฟฟ้า และการจัดเก็บพลังงานอย่างอัจฉริยะ

“ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราอาจเห็นภูมิภาคอาเซียนมุ่งสู่ก้าวที่ยิ่งใหญ่แห่งการเป็นสังคมยุคดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านนี้จะส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกสามารถฟื้นฟูจากโรคระบาดได้เร็วยิ่งขึ้น โดยหัวเว่ยพร้อมทั้งพาร์ทเนอร์ในภูมิภาคอาเซียน มุ่งมั่นสนับสนุนแผนแม่บท Digital Master Plan 2025 ของอาเซียน รวมถึงการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคมดิจิทัลและกลุ่มประเทศทางเศรษฐกิจชั้นนำแห่งนี้อีกด้วย” เจย์ เฉิน กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.