ไลน์แมน (LINE MAN) ถกกระแสร้อน “คนละครึ่งพลัส” สเตียรอยด์เศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นยอดจริงโต 5 เท่า เคาะ “คนละครึ่งเดลิเวอรี” วันที่ 3 พ.ย. นี้…
LINE MAN ชี้ “คนละครึ่งพลัส” หนุนเศรษฐกิจฐานราก ยอดพุ่ง 5 เท่า
โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะมาตรการสำคัญที่เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ยังสร้างโอกาสให้ร้านอาหารเล็กทั่วประเทศเข้าถึงผู้บริโภค และต่อยอดการเติบโตได้จริง ไลน์แมน ในฐานะเบอร์ 1 คนละครึ่งเดลิเวอรี่
จัดเวทีสนทนาโต๊ะกลม “ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหาร และปากท้องคนไทย“ สะท้อนบทบาทของแพลตฟอร์ม พร้อมหยิบยกประเด็นจริงที่สังคมกำลังเผชิญ ทั้งความกังวลด้านภาษี และความหวังของผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเติบโตมากกว่าการเพียงอยู่รอ
เพื่อผลักดันให้เกิดมาตรการสนับสนุนที่ต่อเนื่องเป็นระบบ และเหมาะสมกับร้านค้าทุกขนาด โดยมี “คนละครึ่ง“ เป็นต้นแบบความร่วมมือที่พิสูจน์แล้วว่าควรได้รับการต่อยอดอย่างยั่งยืน
ข้อมูลที่น่าสนใจจากเวทีสนทนาโต๊ะกลม ถกกระแสคนละครึ่งพลัส ความหวังร้านอาหาร และปากท้องคนไทย
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไลน์แมน วงใน เปิดเผยข้อมูลสำคัญตอกย้ำ ไลน์แมนเบอร์ 1 คนละครึ่ง ว่า จากสถิติความสำเร็จคนละครึ่งบน ไลน์แมน รอบก่อนหน้ามีร้านกว่า 100,000 ร้านเข้าร่วมบนระบบเดลิเวอรี และกว่า 70% ของร้านค้าที่เข้าร่วมเลือกขายบนแพลตฟอร์ม ไลน์แมน
ขณะที่กว่า 90% ของยอดการใช้สิทธิคนละครึ่งบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ทั้งหมดเกิดขึ้นบน ไลน์แมน สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำตลาด และความเชื่อมั่นจากทั้งร้านค้า และผู้บริโภคอย่างแท้จริง โครงการ คนละครึ่ง ยังช่วยสร้างการเติบโตให้ยอดขายเฉลี่ย 1-5 เท่า บางร้านเติบโตสูงสุดถึง 16 เท่า

ตอกย้ำว่าโครงการนี้สร้างการเติบโตที่จับต้องได้ และยั่งยืนให้กับร้านอาหารทั่วประเทศ ไลน์แมน ยังมีการช่วย Up-Skill และ Re-Skill ร้านค้าเพิ่มเติม โดยมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้ร่วมกับ Depa เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย
และการใช้เทคโนโลยีอย่างซอฟต์แวร์จัดการร้าน หรือ POS เพื่อมุ่งสร้างความเติบโตให้ร้านค้า ปูทางไปสู่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของร้านค้า ซึ่งทาง ไลน์แมน มีการสนับสนุนโซลูชันตรงนี้ให้พร้อม นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือร้านค้าในด้านอื่นเพิ่มเติม
ได้แก่ ลดค่า GP เหลือ 7%, ส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก พร้อมกันนนี้อัดงบการตลาด 300 ล้านบาท ผ่านแคมเปญต่าง ๆ และสร้างความมั่นใจด้วยพรีเซ็นเตอร์อย่าง พี่หนุ่ม กรรชัย ส่วนการสนับสนุนไรเดอร์จะมีการเพิ่มเงินอัดฉีดในไรเดอร์ เพื่อรองรับปริมาณงานที่มากขึ้น
ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย
ด้าน ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นเหมือน “สเตียรอยด์” ที่ฉีดแล้วเศรษฐกิจฐานรากจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 เดือนนี้ และรัฐบาลชุดนี้ ฉลาดและแก้ไขจุดอ่อน จากโครงการที่ผ่านมาได้ดี โดยบทบาทในการร่วมผลักดันร้านอาหารในโครงการได้ผลักดันเรื่องคนละครึ่ง
อีกครั้งตั้งแต่ช่วงหลังสงกรานต์ เนื่องจากเห็นว่าเศรษฐกิจแย่มาก และร้านอาหารต้องการทางรอด โดยมีหลักฐานจากข้อมูลที่ปรึกษาร่วมกับ ไลน์แมน วงใน สนับสนุนว่ายอดขายร้านอาหารเติบโตขึ้นได้จริงในช่วงที่มีคนละครึ่งความสำเร็จหลังจากผลักดันโครงการคนละครึ่งร่วมกับ ไลน์แมน ทางรัฐบาลชุดปัจจุบันรับหลักการ
ให้มีโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งถือเป็น ของขวัญที่ดีที่สุด สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารและ Micro SME อื่น ๆ (ร้านสปา, ร้านตัดผม, ขนส่งสาธารณะ, ชุมชน) ผลที่ได้คือ ร้านไซซ์ S (ยอดขาย 15,000-30,000 บาทต่อวัน) และ Micro SME (ร้านรายได้ไม่เกิน 5,000 ต่อวัน) รวมจำนวนกว่า 600,000 ได้เข้าร่วม
ทั้งร้านอาหาร ร้านขายของ ขนส่ง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เรื่องการเสียภาษีเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร้านค้าเติบโตได้ ซึ่งรัฐก็ควรช่วยเหลือ แม้ว่าร้านเล็กกลัวว่าถ้าบวก 7% ขึ้นไป ลูกค้าจะไม่กิน เพราะต้องขายแพงขึ้น
ในความเห็นสมาคม คิดว่ารัฐควรให้ Value สร้างแรงจูงใจ และควรขยายการเข้าร่วมของร้านที่มีรายได้ 1.8 ล้านขึ้นไป เพราะตอนนี้ต้นทุนร้านอาหารสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษีป้าย ประกันสังคมที่เจ้าของต้องทำให้ลูกจ้าง
“คนละครึ่ง” คือ “โอกาสทอง” ของร้านอาหาร
คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน
คุณาพงศ์ เตชวรประเสริฐ กูรูร้านอาหาร เจ้าของเพจขายดีไปด้วยกัน กล่าวว่า จากเสียงสะท้อนของร้านค้าทั่วประเทศ พบว่าผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีความลังเลในการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เนื่องจากกังวลเรื่องภาษี ขณะที่ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมมาก่อนเห็นตรงกันว่า
โครงการนี้ช่วยเพิ่มยอดขาย และขยายฐานลูกค้าได้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรีทำให้เข้าถึงลูกค้าได้สะดวก และครอบคลุมมากขึ้น แม้จะมีความกังวลบางอย่าง แต่โดยภาพรวมร้านค้า และผู้บริโภคต่างตื่นตัว และรอคอยการกลับมาของโครงการในรอบใหม่นี้อย่างคึกคัก
ในมุมของเจ้าของร้านข้าวมันไก่ที่มียอดขายบน ไลน์แมน กว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มองว่าการเสียภาษีไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะการอยู่ในระบบภาษีช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและต่อยอดสู่การขยายกิจการได้ในอนาคต
พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุน และส่งเสริมผู้ประกอบการนิติบุคคลมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจร้านอาหารไทยให้แข็งแกร่งในระยะยาว การใช้เดลิเวอรีเป็นช่องทางที่สะดวกมาก ไม่อยากให้ร้านค้าลังเลที่จะเข้าร่วม ซึ่งจากประสบการณ์การใช้ส่วนตัวมองว่า ไลน์แมน ตอบโจทย์
ร้านค้ามั่นใจถึงระบบการใช้งานที่เสถียร ไม่ค้าง ซึ่งจากโครงการรอบที่แล้วแอป ไลน์แมน ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การจัดการร้านเป็นได้สะดวกรวดเร็ว
ธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น
ด้าน ธนันท์รัท เกื้อหนุน เจ้าของร้านตำยำยั่ว by โบตั๋น ตัวแทนร้านที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ชวนร้านเล็กเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ดันยอดขายโตด้วยแพลตฟอร์มเดลิเวอรี กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นความหวังของผู้ประกอบการ เพราะเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น
และการมีเดลิเวอรียังทำให้ความแออัดหน้าร้านน้อยลง ทำให้ร้านยอดขายโตขึ้น 2-3 เท่า รวมทั้งยังทำให้ร้านเราเป็นที่จดจำมีตัวตนกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เช่น การมีรีวิวที่ดีบน ไลน์แมน ทำให้ร้านเล็กมีศักยภาพสู้กับร้านใหญ่ได้ดีขึ้นในส่วนการเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการคือ การเทรนพนักงานว่าไม่ควรจัดการออเดอร์หนึ่งนานเกิน 15 นาที
เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้า และไรเดอร์ไม่ต้องรอนาน ซึ่งความพิเศษของ ไลน์แมน ในรอบนี้คือ ลดค่า GP เหลือ 7% จึงอยากเชิญชวนให้ร้านค้าเข้าร่วม เพราะช่วยสร้างการเติบโตของยอดขายได้จริง
เจ้เอ๋ คุณณัฐฐารินทร์ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง
ด้าน เจ้เอ๋ คุณณัฐฐารินทร์ เจ้าหนี้คนดัง ตัวแทนประชาชนผู้ใช้คนละครึ่ง เผยถึงบรรยากาศความคึกคักจากการเปิดใช้คนละครึ่งวันแรก พร้อมเป็นตัวแทนส่งเสียงถึงภาครัฐ เดินหน้าให้ความรู้ภาษีประชาชน กล่าวว่า ในมุมมองของผู้บริโภคจากจังหวัดสระบุรี พบว่าผู้ประกอบการร้านค้ามีความคึกคักสูงมาก
เพราะการมีคนละครึ่งทำให้คนรู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย และยังเป็นโอกาสให้ร้านเป็นที่รู้จักเพิ่ม นำไปสู่การต่อยอดโอกาสการขายใหม่ ๆ ในอนาคตแม้โครงการจะจบลงไปแล้ว เม็ดเงินจากคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายไปทุกหย่อมหญ้าในชุมชนได้จริง ถ้าชาวบ้าน ร้านค้า และไรเดอร์ เมื่อยอดมาคึกคักทุกคนก็มีความหวัง ได้เลี้ยงปากท้อง
ส่วนที่ต้องการให้รัฐช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมคือ อยากให้รัฐมาช่วยให้ความรู้เรื่องภาษี เพราะชาวบ้านร้านค้าไม่เข้าใจเรื่องระบบภาษี ทำให้ร้านค้ากลัวที่จะเข้าโครงการ โดยการให้ความรู้จะเป็นพื้นฐานที่ทำให้ร้านค้าเข้าใจ และกล้าเข้าร่วมโครงการมากขึ้น และนำไปสู่การเติบโตได้

เตรียมพร้อมร้านค้าต้องรู้ 3 เรื่อง ก่อนเริ่มรับออเดอร์ “คนละครึ่ง พลัส” กับ ไลน์แมน บน Wongnai Merchant App ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.lmwnmerchantcenter.com/half–half–manual–guide
สำหรับร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส“ ผ่าน ไลน์แมน ที่แอปถุงเงิน ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้
- รับ 7% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการกับ ไลน์แมน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 หรือรับ 9% GP สำหรับออเดอร์คนละครึ่งพลัส ที่สมัครเข้าร่วมโครงการหลังวันดังกล่าวจนจบโครงการ
- คูปองส่วนลดเร่งยอดขายสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชันสูงสุด 4,000 บาท
- ไลน์แมน ออกส่วนลดให้ลูกค้าเพิ่ม 2,500 บาท
- เครดิตโฆษณาเพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
- ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
- สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้
- ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท
- วงเงินกู้เพื่อร้านค้า นำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ
- กิจกรรมทางการตลาดออนไลน์ และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
