MTEC NSTDA ร่วมกับโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีพัฒนาหลักสูตรสร้างเยาวชนยุค AI

0
125
MTEC

เอ็มเทค (MTEC) สวทช. (NSTDA) ร่วมกับ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics and AI) สร้างเยาวชนยุค AI…

MTEC NSTDA ร่วมกับโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีพัฒนาหลักสูตรสร้างเยาวชนยุค AI

ดร.ชำนาญ เหล่ารักผล ผู้อำนวยการ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี (ACT) กล่าวว่า การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีในสังคมยุคปัจจุบัน และการคาดการณ์ต่อการขยายตัวของการใช้เทคโนโลยีในสังคมอนาคต ทำให้โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมเด็กไทยให้มีทักษะที่จำเป็น และสอดคล้อง

กับแนวโน้มของพัฒนาการทางด้านสังคมในศตวรรษที่ 21 จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม และวิทยาการหุ่นยนต์จึงเป็นความรู้ที่จำเป็นสำหรับนักเรียนที่สมควรได้รับการเตรียมความพร้อมตั้งแต่วัยเด็ก

MTEC

เพื่อจะได้เกิดความคุ้นเคยและมีทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้เทคโนโลยี ด้วยเหตุนี้โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจึงมีแนวคิดที่จะสร้างหลักสูตรและรูปแบบการสอน โดยบูรณาการศาสตร์ทางด้านวิทยาการหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์รวมกับหลักสูตรการเรียนการสอนปกติ

เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (learning by doing)”ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านเนื้อหาทฤษฎี ด้วยแนวคิดดังกล่าว โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจึงได้จัดทำโครงการ ACT CREATIVE AND INNOVATIVE LEADER

เพื่อส่งเสริมศักยภาพครูผู้สอนในระดับมัธยมศึกษา จากกลุ่มสาระฯ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ ให้มีทักษะที่สามารถบูรณาการเทคโนโลยีเข้าไปสู่หลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อจะได้เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการทำงานร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. ในการพัฒนาต้นแบบสื่อการเรียนการสอนสำหรับใช้ในหลักสูตรเชิงบูรณาการเพื่อการเรียนรู้แบบโครงการ รวมถึงการจัดอบรมเสริมสร้างความรู้พื้นฐานที่จำเป็นให้แก่ครูกว่า 40 คน

เพื่อให้ครูเข้าใจการบูรณาการศาสตร์ทางด้านการเขียนโปรแกรม และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในหลายมิติ

MTEC

ด้าน ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

มีหน้าที่หลักในการวิจัย และพัฒนาเพื่อนำไปต่อยอดสร้างประโยชน์ และคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจ และสังคม ในยุคที่เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิสรัปทีฟ (disruptive technology) ทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในโลกอนาคต

MTEC

การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กเพื่อเตรียมความพร้อมให้มีทักษะที่จำเป็นจึงไม่ใช่ภาระหน้าที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น ความร่วมมือระหว่างเอ็มเทค และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีในการพัฒนาต้นแบบสื่อการเรียนการสอนและหลักสูตรเชิงบูรณาการ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 นับเป็นมิติใหม่ในการวางรากฐานการปฏิรูปการเรียนการสอนแบบ STEM Education อย่างเป็นรูปธรรม

“ทีมวิจัยจากกลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรม และการคำนวณ มีแนวคิดในการนำเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์ ระบบเซ็นเซอร์และปัญญาประดิษฐ์มาบูรณาการกับหลักสูตรการสอนปกติโดยการพัฒนาต้นแบบสื่อการเรียนการสอน Garden of STEM

MTEC

ซึ่งเป็นต้นแบบที่นักเรียนสามารถเรียนรู้การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโพนิกส์ (hydroponics) ทำให้สามารถควบคุมปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชรวมถึงปริมาณน้ำ ปุ๋ย ความชื้น อุณหภูมิ และย่านแสง RGB ได้ตามเงื่อนไขการออกแบบการทดลอง

สื่อการเรียนการสอนนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้มีโอกาสเรียนรู้ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยการเก็บข้อมูลจากระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะการเขียนโปรแกรม การนำเซ็นเซอร์ชนิดต่างๆ มาตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ทำให้เข้าใจถึงประโยชน์ และวิธีการในการนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างธุรกิจในชุมชน การเรียนรู้นี้ยังเป็นผลดีที่จะกระตุ้นให้มีความคุ้นเคยที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการทำการเกษตรอัจฉริยะ (smart farming) ตั้งแต่เด็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเกษตรสมัยใหม่

MTEC

ซึ่งจะเป็นการยกระดับความสามารถในการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการเกษตรในระยะยาว ผลงานต้นแบบอีกอย่างหนึ่งคือ เครื่องยิงลูกบอลแบบโพรเจกไทล์ (projectile) ซึ่งออกแบบให้นักเรียนได้นำความรู้ทางด้านฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมไฟฟ้า โดยนำความรู้ทางด้านการโปรแกรมไมโครคอนโทรลเลอร์มาผนวกกับการใช้เซ็นเซอร์ต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนในการเคลื่อนที่แนววิถีโค้งโพรเจกไทล์

ความร่วมมือกันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างเด็กไทยให้มีความรู้ และทักษะที่พร้อมจะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและก้าวสู่การเป็น Deep Tech Startup ที่มีนวัตกรรม และเทคโนโลยีพร้อมแข่งขันในอุตสาหกรรมของโลกอนาคตได้” ดร.จุลเทพ กล่าว

การศึกษาไทยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับ และก้าวข้ามความท้าทาย

MTEC

ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวว่า ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจหมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้การศึกษาไทยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับและก้าวข้ามความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

โดยมุ่งออกแบบระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ เน้นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคง และบูรณาการเพื่อเป็นทุนสำหรับการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เน้นการปฏิรูปไปที่ ตัวผู้เรียน เตรียมพร้อมคนก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ

MTEC

ในโอกาสที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะ และวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้แบบโครงงานด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ โดยส่งเสริมครูผู้สอนที่เป็นกำลังหลักในการพัฒนาการศึกษาจากสาขาวิชาต่าง ๆ

ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่ไม่เป็นภาระงานในห้องเรียนกับทั้งผู้เรียน และผู้สอน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา ให้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และการทำงานของผู้เรียนในอนาคต รวมถึงหากมองไปข้างหน้าจะพบว่า การส่งเสริมการศึกษาด้านหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์

โดยเน้นการปฏิบัติจริงและศึกษาข้อมูลเชิงลึก เป็นการบ่มเพาะเยาวชน และสนับสนุนให้เกิด Deep Tech Innovation ในประเทศไทย

MTEC

“ศูนย์ปฏิบัติการ ACT AI Lab ที่โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีจัดตั้งขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาทักษะด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไทย สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ทันสมัย เท่าเทียม ยั่งยืน เพื่อพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ และเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ” ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าวเพิ่มเติม

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.