สกมช. (NCSA) ผนึก VNU Asia Pacific เปิดงาน Cybersec Asia 2026 ยกระดับความปลอดภัยดิจิทัลยุคปัญญาประดิษฐ์ ดันไทยผงาดศูนย์กลางไซเบอร์อาเซียน!…
NCSA ผนึกกำลัง VNU Asia Pacific เปิดงาน Cybersec Asia 2026 ยกระดับความปลอดภัยดิจิทัลไทย
สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ประกาศร่วมมือกับ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิก (VNU Asia Pacific) พร้อมพาประเทศไทยก้าวสู่เวทีความมั่นคงทางไซเบอร์โลก ด้วยการเปิดงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญกับการจัดควบคู่ร่วมกับงาน AI ASIA เป็นครั้งแรก สะท้อนวิสัยทัศน์ความปลอดภัยยุคใหม่ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI)

โดยภายในในงาน Cyber Week 2026 ในครั้งนี้ ได้การรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมจากทั่วภูมิภาคเอเชีย และนานาชาติ เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านความเชื่อมั่นทางดิจิทัล ความมั่นคงไซเบอร์ และการประยุกต์ใช้ AI รุ่นใหม่
ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4,000 คน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อร่วมสำรวจโซลูชันล้ำสมัย โอกาสทางการลงทุน และความร่วมมือระดับภูมิภาค ท่ามกลางภัยคุกคามไซเบอร์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วประเทศไทย กับบทบาทศูนย์กลางความมั่นคงดิจิทัลของอาเซียน
โดยบรรยากาศภายในงาน ปนัดดา ก๋งมา รองประธานฝ่ายธุรกิจ VNU Asia Pacific กล่าวถึงบทบาทของงานในการเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ (TCEB) ที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเทคโนโลยีระดับนานาชาติ
ที่สร้างมูลค่า เพิ่มการค้า นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร โดยมี Atul Kumar ผู้อำนวยการ Data Security Council of India ร่วมถ่ายทอดมุมมองระดับนานาชาติ ที่จำเป็นต้องมุ่งไปสู่การขยายความร่วมมือด้านไซเบอร์ข้ามพรมแดน
และ พลอากาศโท อมร ชมเชย เลขาธิการ (NCSA) ที่ชี้ให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการเสริมสร้างความพร้อมด้านความมั่นคงไซเบอร์ในระดับประเทศ และภูมิภาค
เวทีรวมพลังเทคโนโลยีระดับโลก

โดยงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week ในปี 2569 นี้ มีผู้แสดงสินค้าและผู้สนับสนุนกว่า 140 ราย จาก 15 ประเทศ โดยกว่า 60% เป็นบริษัทจากต่างประเทศ ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดงกว่า 3,500 ตารางเมตร นำเสนอทั้งนวัตกรรมจากบริษัทไทยชั้นนำ
อาทิ Yip In Tsoi, Nextwave, OPSWAT, SecureD, CompTIA และ Acer Cybersecurity Thailand ควบคู่กับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google Cloud Security, Bitdefender, Check Point Software, Synology, ManageEngine, Dream และ Huawei
AI ASIA ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีนี้ มุ่งเน้นนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐาน, AI, คลาวด์, แพลตฟอร์มข้อมูล และโซลูชัน AI เชิงประยุกต์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมไปถึงแนวทางในการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 แพลตฟอร์ม
ซึ่งสะท้อนภาพรวมที่ชัดเจนว่า AI และความมั่นคงไซเบอร์ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค
AI ASIA ยังรวบรวมผู้นำเสนอเทคโนโลจากบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม อาทิ Super Micro Computer, Sirisoft, SiS Distribution Thailand PCL., Com7 Public Company Limited, Datadog และ Seven Peaks Software ที่นำเสนอโซลูชัน AI และคลาวด์ซึ่่สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับองค์กรและอุตสาหกรรม
Cyber All Star Pavilion : พลังความร่วมมือรับมือภัยดิจิทัล

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ Cyber All Star Pavilion ซึ่งสะท้อนแนวคิดการป้องกันภัยไซเบอร์ผ่านความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม และพรมแดน โดยมีองค์กรชั้นนำร่วมจัดแสดง
อาทิ Protos Labs, Div0, TXOne Networks, ISC2, OT-ISAC, YesWeHack, Mimecast และ StealthMole Intelligence ส่งสารชัดเจนว่า “ในโลกไซเบอร์ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยพลังจากความร่วมมือ”
นอกจากนี้ ยังมีพาวิลเลียนนานาชาติจาก จีน, ไต้หวัน, อินเดีย, อิสราเอล และประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทของงานในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยีกับตลาดอาเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรชั้นนำ อาทิ EC-Council, NECTEC, CIPAT, CREST, CompTIA, สมาคม IoT ไทย, AISP, DDAS
และ AIAT เสริมความแข็งแกร่งให้ Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) ในฐานะแพลตฟอร์มที่ได้รับความเชื่อถือสำหรับการพัฒนาวิชาชีพ และการกำหนดนโยบาย

พลอากาศโท อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) กล่าวว่า ความมั่นคงไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือความมั่นคงของประเทศ ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดน ภัยคุกคามจะรับมือได้ด้วยความร่วมมือเท่านั้น
งาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) เป็นเวทีที่รวมภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระดับโลก เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงไซเบอร์ให้เป็นโอกาสที่มั่นคงสำหรับอนาคตของประเทศไทย

ปนัดดา ก๋งมา รองประธานฝ่ายธุรกิจ VNU Asia Pacific กล่าวว่า การจัดงาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 ควบคู่กับ AI ASIA ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านดิจิทัลอย่างมั่นคง
แพลตฟอร์มนี้สร้างโอกาสทางธุรกิจจริง เชื่อมโยงนวัตกรรมกับองค์กร ภาครัฐ และนักลงทุน เพื่อเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการค้า และบุคลากรด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค

ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ กล่าวว่า การบรรจบกันของความมั่นคงไซเบอร์ และ AI กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรม งานนี้รวบรวมผู้นำระดับโลกเพื่อร่วมกันสร้างอนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัย และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง MICE ของอาเซียน ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และความร่วมมือภาครัฐ และเอกชน
NCSA สั่งเร่งเครื่อง “Cyber Security 2026” ดัน Zero Trust สยบภัยคุกคาม AI – Cyber Scam ห่วงรหัสผ่านซ้ำเป็นช่องโหว่ใหญ่

พลอากาศโท อมร ชมเชย เลขาธิการ (NCSA) ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า วันนี้เรื่องภัยคุกคามทางไซเบอร์ ยังคงเป็นปัญหาที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภัยคุกคามในปัจจุบันมีความ ซับซ้อน เร็วขึ้น และรุนแรงขึ้น วันนี้เรายังคงเห็นภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง การหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Scam),
การสร้างข่าวปลอม หรือบิดเบือน (Misinformation/Disinformation) หรือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความฉลาด และวิเคราะห์หาช่องโหว่เพื่อโจมตีระบบ หรือการเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และรวมไปถึงการเชิญชวนให้ใช้บริการ หรือเล่นกิจกรรมเกมต่าง ๆ
เพื่อเจาะระบบ และนำข้อมูลยูสเซอร์เนม (Username) และพาสเวิร์ด (Password) หรือ “รหัสผ่าน” ไปใช้ประโยชน์ หรือเรียกค่าไถ่ โดยอาศัยควาทประมาทของยูสเซอร์ที่นิยมใช้รหัสผ่านเดียวกันในการเข้าใช้บริการ หรือสมัครเล่นกิจกรรมเกมต่าง ๆ ก็ยังคงมีอัตราการโจมตีที่สูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“วันนี้เราจำเป็นย่างยิ่งที่ต้องเร่งเครื่องในกระบวนการป้องกันภับคุกคาม และการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ๆ ด้วยการสื่อสารพร้อมวางแนวทางในการป้องกันให้แก่ทั้ง ภาคประชาชน ภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ ในภาคธุรกิจ ซึ่งภายในปีนี้ สกมช. เน้น ผลักดันในเรื่องของ กลยุทธ์ และสถาปัตยกรรมความปลอดภัยไซเบอร์สมัยใหม่ที่ยึดหลัก
“ความไว้วางใจเป็นศูนย์” (zero trust) มากขึ้นเพราะเป็นความเสี่ยงที่ป้องกันยาก โดยปีนี้เตรียมที่จะออก คู่มือป้องกันข้อมูลรหัสผ่านรั่วไหล หรือ zero trust Guide Line for All เพื่อสร้างมาตราฐานให้แก่สังคม ซึ่งเราคาดว่่จะเริ่มจากกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน อาทิ หน่วยงานที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์
และหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ของประเทศ (ประปา / ไฟฟ้า /การสื่อสาร) แล้วค่อย ๆ ขยายไปกลุ่มอื่น ๆ โดยคู่มือตี้จะเป็นความรู้ที่ช่วยให้กลุ่มผู่บริหารให้รู้เท่าทันภัยคุกคามมากขึ้น และสามารถนำไปวางแนวทางในการป้องกันภัยไซเบอร์ให้แก่ฝ่ายไอทีภายในองค์กรของตนเองได้
ในส่วนของภาครัฐ สกมช. เองก็ได้มีการวางแนวทางป้องกันปัญหา เว็บไซต์ปลอม (Fake Website) และ ข้อมูลประจำตัวรั่วไหล (Credential Leak) และได้ประกาศ “มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ พ.ศ. 2568” ใน ราชกิจจานุเบกษา
ซึ่งมีผลบังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ๆ ของประเทศ โดยประเมินตนเองปีละ 1 ครั้ง โดยไม่มีข้อยกเว้น และต้องปฏิบัติตาม และต้องวางระบบในการการยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multi-Factor Authentication หรือ MFA) เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันพื้นฐาน
และการประเมินความเสี่ยงของเว็บไซต์ของหน่วยงานของตนเอง ซึ่งรวมไปถึงหน่วยงานที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐด้วย แต่อย่างไรก็ดีเราก็เข้าใจดีว่าแต่ละหน่วยงานก็มีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เราจึงคิดว่าตัวมาตราฐานดังกล่าวอาจจะเห็นในรูปแบบของการแบ่งเป็นระดับ ๆ ซึ่งจะมีข้อกำหนดมาตราฐานที่เหมาะสมแต่ส่วน
ในส่วนแนวทางการป้องกัน การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความฉลาด และวิเคราะห์หาช่องโหว่เพื่อโจมตี ทาง สกมช. ก็ได้วางแนวปฏิบัติการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมั่นคงปลอดภัย (AI Security Guidelines) โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC และ OWASP รวมถึงกฎระเบียบภายในประเทศ
เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน AI ซึ่งมีความเสี่ยงที่ซับซ้อน และสามารถกระทบต่อทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ควบคู่ไปกับการการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี AI ในอนาคต อีกด้วย
ขณะที่ในด้านของการป้องกันการใช้ ควอนตัมเทคโนโลยี (Quantum Technology) เพื่อเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสลับไว้แล้วค่อยนำมาถอดรหัสในภายหลัง ทาง สกมช. ก็ได้มีแผนที่จะพัฒนา แพลตฟอร์ม Self-assessment เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ประเมินความพร้อมของตนเอง และวางแผนในการรับมือได้ดีขึ้น”

ทั้งนี้งาน Cybersec Asia x Thailand International Cyber Week 2026 (powered by NCSA) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Plenary Hall 1, 2 และ 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























