NIA ตั้งเป้า 3 ปี ปั้น 100 Deep Tech Startup ลงแข่งสนามจริง

NIA

เอ็นไอเอ (NIA) เผยกลยุทธ์เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม พร้อมรุกขยายโอกาสสู่ระดับภูมิภาค ตั้งเป้า 3 ปีปั้น 100 ดีพเทคสตาร์ทอัพลงแข่งสนามจริง…

highlight

  • สำนักงานนวัตกรรมแหงชาติ (องค์การมหาชน) เปิดกลยุทธ์ 7 เครื่องมือส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม ภายใต้แคมเปญ “เสริมพลังสร้างโอกาสทางระบบนวัตกรรมภูมิภาค (Empowering Regional Innovation System)” เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียมทั้งด้านองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และเครือข่าย
  • ตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะสามารถสร้างสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเชิงลึกจากทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 100 ราย และสร้างบริษัทสตาร์ทอัพหน้าใหม่ 3,000 ราย พร้อมเผย 7 นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ ได้แก่ 1) นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจ 2) นวัตกรรมเชิงพื้นที่ 3) นวัตกรรมสังคม 4) นวัตกรรมภาครัฐและสาธารณะ 5. นวัตกรรมข้อมูล 6) นวัตกรรมกระบวนทัศน์ และ 7) นวัตกรรมเชิงศิลป์

NIA ตั้งเป้า 3 ปี ปั้น 100 Deep Tech Startup ลงแข่งสนามจริง

NIA
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาสังคมไทยถูกดึงเข้าสู่สังคมในยุค New Normal อย่างกะทันหัน ซึ่ง เอ็นไอเอ คาดว่าปัญหาเหล่านี้จะยังคงอยู่ไปอีกหลายปี และส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรุนแรง

เนื่องจากปัญหาที่เกิดกระทบต่อโครงการสร้างพื้นฐานทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ สำหรับปี 2564 การสร้างนวัตกรรมจะไม่ได้ตอบโจทย์แค่ปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เท่านั้น แต่จะสะท้อนไปถึงการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน และลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ 

NIA

โดย เอ็นไอเอ จะเน้นการเสริมพลัง และสร้างโอกาสนวัตกรรมท้องถิ่นผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งเอกชน รัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างให้จังหวัดหัวเมืองกลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในระดับภูมิภาค และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพในพื้นที่ได้สร้างสรรค์นวัตกรรม

ด้วยการส่งเสริมให้เข้าถึงการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยหรือองค์ความรู้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น ให้เกิดการจ้างงานภายในภูมิภาคเพื่อสร้างความเท่าเทียม สร้างโอกาสทางนวัตกรรมในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเชิงลึกในภาคธุรกิจให้มากขึ้น

NIA

โดยวางเป้าหมายว่าในปี 3 ปีข้างหน้าจะต้องสามารถสร้าง Deep Tech Startup 100 ราย และสร้างบริษัทสตาร์ทอัพหน้าใหม่ 3,000 ราย จาก 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีเชิงลึก 

ได้แก่ เกษตร (Agritech) อาหาร (FoodTech) อารีย์ (AI, Robotic, Immersive; ARI) อวกาศ (SpaceTech) สุขภาพ (Healthtech) และ นวัตกรรมเชิงคอนเท้นท์ได้แก่ มาร์เทค (MARtech – ดนตรี/ศิลปะ/นันทนาการ) และการท่องเที่ยว/ไมซ์ (Traveltech & MICE)

NIA

สำหรับการตีโจทย์วิกฤตให้เป็นโอกาส จะพบว่า เงิน ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรม หากแต่เป็นโอกาสทางนวัตกรรมที่ถูกหยิบยื่นให้กับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพในภูมิภาค เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

ดังนั้น เอ็นไอเอ จึงออกแบบ และพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพให้ครอบคลุมในทุกมิติ ผ่าน 7 เครื่องมือพร้อมเสิร์ฟ ได้แก่

  • Incubator/Accelerator ซึ่งมีทั้งมหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เพื่อให้ความรู้ บ่มเพาะ และเร่งการเติบโตของผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพ เช่น โครงการ AgGrowth, Space F
  • Investment ดย เอ็นไอเอ จะเป็นสะพานเชื่อมผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพให้เข้าถึงแหล่งลงทุนมากขึ้น ผ่านเครือข่ายนักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ
  • Innovation Organization/Digital/Transformation เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้องค์กรมีการใช้ระบบดิจิทัล หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจตัวเองให้สอดรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงการใช้เครื่องมือในการประเมินองค์กรนวัตกรรม

NIA

  • SID หรือหน่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคม เพื่อบ่มเพาะ ยกระดับ และพัฒนาขีดความสามารถด้วยการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม ให้แก่วิสาหกิจเพื่อสังคมหรือผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมจนสามารถพัฒนาแนวคิดสู่ต้นแบบ หรือโครงการนำร่องได้ ซึ่งปัจจุบันมี 8 แห่ง กระจายอยู่ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
  • Grant เงินทุนอุดหนุนให้กับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพ ผ่านกลไกการสนับสนุนของ NIA หรือ สถาบันการเงินพันธมิตร ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  • Region/Innovation Hub/Innovation District เพื่อสร้างให้เกิดการทำงานร่วมกันในแบบเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นการสร้างศักยภาพให้แก่พื้นที่นั้น ๆ โดยการสร้างนวัตกรรมเชิงพื้นที่จำเป็นต้องเลือกพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  • Entrepreneurial University การส่งเสริม และสนับสนุนความเป็นผู้ประกอบการในระดับมหาวิทยาลัย โดยมุ่งเน้นให้ความรู้ และความเข้าใจในการทำธุรกิจนวัตกรรม สามารถสร้างโมเดลการทำธุรกิจใหม่ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยหลัก ๆ ตามหัวเมืองใหญ่ของประเทศ เพื่อกระจายความรู้และโอกาสไปยังท้องถิ่น

NIA

อย่างไรก็ตาม เอ็นไอเอ ตั้งเป้าอยากเห็นผู้ประกอบการที่ได้รับการสนับสนุนสามารถสร้างโมเดลธุรกิจนวัตกรรมให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน โดย เอ็นไอเอ เล็งเห็นถึง 7 นวัตกรรมที่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้ในช่วงที่ระบบนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนแปลง ได้แก่

  • นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจ (Business Model Innovation) ส่งเสริมให้บริษัทเอกชนสามารถสร้างโมเดลธุรกิจในรูปแบบใหม่ด้วยนวัตกรรม รวมถึงการหาเครื่องมือใหม่ ๆ เข้ามาลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ
  • นวัตกรรมเชิงพื้นที่ (Area-Based Innovation) โดยสร้างหน่วยนวัตกรรมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อขยายโอกาสทางนวัตกรรมในระดับภูมิภาค ช่วยให้เกิดการจ้างงาน และสร้างรายได้ในพื้นที่
  • นวัตกรรมสังคม (Social Innovation) เน้นลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชุมชนเมือง และพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผู้คนให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19

NIA

  • นวัตกรรมภาครัฐ และสาธารณ(Public-Sector Innovation) เป็นเรื่องใหม่ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมในภาคการบริการประชาชน และเปิดโอกาสให้หน่วยงานระดับกรมทำงานใกล้ชิดกับสตาร์ทอัพมากขึ้น เนื่องจากเอสเอ็มอีขนาดกลาง และใหญ่มักจะสามารถเข้าทำงานร่วมกับภาครัฐอยู่แล้ว
  • นวัตกรรมข้อมูล (Data-Driven Innovation) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญสำหรับใช้วิเคราะห์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการวิเคราะห์ว่าพื้นที่ใดมีโอกาสในการเข้าถึงระบบนวัตกรรม โดยผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพสามารถหยิบข้อมูลไปประกอบการทำธุรกิจได้เลย ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้เข้าถึงข้อมูลได้ประมาณกลางปี 2564

NIA

  • นวัตกรรมกระบวนทัศน์ (Paradigm Innovation) เน้นเรื่องการมองอนาคตนวัตกรรม เพื่อคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น ทำให้สามารถเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
  • นวัตกรรมเชิงศิลป์ (Aesthetic Innovation) ทั้ง ดนตรี ศิลปะ และนันทนาการ โดยเป็นนวัตกรรมที่จะส่งเสริมเพื่อเกาะกระแสความต้องการของคนในสังคมที่เสพคอนเท้นท์บันเทิงต่าง ๆ เพราะที่ผ่านมาหลายประเทศไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และจีน สามารถสร้างสรรค์จนประสบความสำเร็จและสร้างรายได้มหาศาลกลับเข้าสู่ประเทศ

NIA

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.