ที่สุดของความคุ้ม!! Huawei FreeBuds SE 4 ANC หูฟัง True Wireless Stereo ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวน (ANC) ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย…
หัวเว่ย คอมซูมเมอร์ กลับมากระตุ้นตลาดหูฟังแบบพกพาอีกครั้ง!! ในช่วงปลายปี 2568 ด้วยการเปิดตัว “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4” (Huawei FreeBuds SE 4) หลังจากที่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ปล่อย “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 3” (FreeBuds SE 3) หูฟังไร้สายที่มาพร้อมดีไซน์สุดเก๋ไก๋ในราคาสุดคุ้มค่าออกมาสร้างความตื่นเต้นให้ตลาดไปแล้ว แต่!! การกลับมาลุยตลาดหูฟังในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้นครั้งนี้ แม้จะไม่ได้มาในดีไซน์ที่โดดเด่นเหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่กลับอัดเทคโนโลยีที่มีในรุ่นเรือธงเข้ามาให้แทน ซึ่งงานนี้เรียกเสียงความฮือฮาให้ตลาดหูฟังได้มากพอควรเลยทีเดียว ซึ่งจะดียังวันนี้ ITday จะมารีวิวให้ได้อ่านกันครับ
Review : Huawei FreeBuds SE 4 ANC หูฟังไร้สายราคาเบา คุณภาพเกินตัว!

อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 คือหูฟัง TWS รุ่นล่าสุดที่ หัวเว่ย ส่งมาลุยตลาดกลาง-ล่าง แต่กลับอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธง โดยเฉพาะ ระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) ที่เคลมว่าสูงสุดถึง 50 เดซิเบล! ถ้ามองหาหูฟังฟีเจอร์ครบ ๆ ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ บอกเลยว่าตัวนี้น่าสนใจสุด ๆ ครับ
ตัวดีไชน์ของ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 จะมาในรูปทรงคล้ายกับตัว ฟรีบัด โปร เพียงแต่มีขนาดความกว้างกว่าเล็กน้อย โดยตัวหูฟังมีน้ำหนักรวมอยู่แค่ 4.3 กรัม ต่อข้าง และออกแบบมาเป็นแบบ In-Ear ที่กระชับช่องหูได้ดี ทำให้ใส่ต่อเนื่องได้นานโดยไม่รู้สึกอึดอัดหรือเจ็บหู และด้วยความที่ตัวเคสชาร์จก็มีขนาดกะทัดรัด พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ


แต่จุดขายที่โดดเด่นที่สุดของ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความคุ้มค่าที่ดัดมาให้แบบจุก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (Active Noise Cancelling) หรือ ANC ที่สามารถลดระดับของเสียงรบกวนได้ถึง 50dB (ตามข้อมูลที่เปิดตัวในไทย) มาให้ด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะไม่มีในรุ่นก่อนหน้าอย่าง “ฟรีบัด เอสอี 3” (ซึ่งมี NCVM metallic coating มาให้แทน)
ซึ่งตัวฟีเจอร์ ANC ที่ใส่มาใน หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 จะช่วยให้ผู้ใช้ลดเสียงรบกวนในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงพัดลม เสียงแอร์ หรือเสียงพูดคุยในออฟฟิศได้ดีในระดับที่น่าพอใจมาก ทำให้คุณสามารถโฟกัสกับเพลง หรือพอดแคสต์ได้ง่ายขึ้น เพราะมี โหมดปรับระดับเสียงอัจฉริยะ
มาให้ถึง 3 โหมด (Ultra, General และ Cozy) ทำให้ช่วยให้สามารถปรับการใช้งานได้ตามสภาพแวดล้อมได้ง่าย โดยเฉพาะโหมด Ultra สำหรับที่เสียงดังมาก ๆ และโหมด Cozy สำหรับอยู่ในที่เงียบแต่ต้องการตัดเสียงรบกวนเล็กน้อย ขณะที่ General สำหรับลดเสียงรบกวนรอบข้างเมื่ออยู่ในสถานที่จอแจ

ขณะที่ในด้านของคุณภาพเสียง หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ก็ยังมาพร้อมกับไดรเวอร์ขนาด 10 มม. ให้เสียงที่มีมิติในระดับที่ฟังสนุก และยังมีฟีเจอร์ Multi-EQ modes หรือ EQ custom ซึ่งสามารถปรับแต่งเสียงเบส หรือเสียงแหลมให้เข้ากับแนวเพลงที่ชอบได้ถึง 4 แบบ (ปรับแต่งภายในแอปพลิเคชั่น Huawei AI Life) ด้วยกัน ซึ่งเมื่อโหลดมาเรียบร้อยก็เปิดสัญญาณ บลูทูธ (Bluetooth) ที่ตัวเครื่อง และเข้าไปที่แอปพลิเคชั่น
เพื่อเตรียมเชื่อมต่อครับ ซึ่งวิธีการใช้งานก็เพียงแค่เปิดเคสชาร์จ แอปฯ ก็จะเจอเห็นตัวเครื่อง แล้วก็กดเชื่อมต่อเพียงเท่านั้น หรือถ้าไม่เห็นก็แค่กดปุ่มที่อยู่ด้านล่างของเคส ให้ไฟกระพริบ ซึ่งตัวแอปฯก็จะเด้งถามขึ้น เข้าสู่การแจ้งเตือนเพื่อเชื่อมต่อ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ซึ่งสำหรับคนที่ใข้ iPnone สามารถโหลดตัวแอปฯ ได้ที่ Huawei Audio Connect ภายใน App Store


ส่วนในด้านระยะเวลาในการใช้งานก็หมดห่วงได้เลย เพราะ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ใส่แบตเตอรี่ขนาด 41mAh มาให้ในหูฟังละข้าง และตัวเคสชาร์จอีก 510mAh ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานรวมสูงสุด 50 ชั่วโมง อีกทั้งตัวเครื่องยังรองรับ ชาร์จไว โดยชาร์จ 10 นาที ฟังเพลงได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 มีให้เลือกใช้งานด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีขาว ซึ่งตัวที่แอดมินได้มารีวิวนั้นเป็นตัวสีขาวครับ
สเปคข้อมูล (Specification) : หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4
- ขนาดเคส : 46.5 มม. X 61.8 มม. X 24.7 มม.
- ขนาดหูฟัง : 32.3 มม. X 21.3 มม. X 24.0 มม.
- น้ำหนัก : 4.3 กรัม (หูฟังข้างล่ะ) / 36 กรัม (น้ำหนักเคส) รวม 40.3 กรัม
- สี : สีเบจขาว (beige white) และ สีดำ (black)
- ไดรเวอร์ : 10 มม. (20Hz ถึง 20kHz)
- ระบบตัดเสียงภายนอกระหว่างการฟัง : รองรับ (Call noise cancellation) และ
- ไมโครโฟน : 3 ตัว (หูฟังแต่ละข้าง)
- ระบบปรับเสียงเพลง หรือเสียงเครื่องดนตรี : รองรับ (Multi-EQ)
- รูปแบบไฟล์เสียงที่รองรับ : SBC, AAC and mSBC
- ระบบการควบคุม : ระบบควบคุมแบบสัมผัส (Hall effect sensor/Touch sensor) ผ่านเซ็นเซอร์โดยสัมผัส 2 จังหวะ (Double-tap) เล่นเสียง/หยุดเสียงชั่วคราว, รับสาย หรือวางสาย / สัมผัส 3 จังหวะ (next track) ข้ามไปยังแทร็กถัดไป (ค่าเริ่มต้น) หรือข้ามไปยังแทร็กก่อนหน้า และสัมผัสค้างเพื่อสลับระหว่างโหมดตัดเสียงรบกวน (ค่าเริ่มต้น), ปรับระดับเสียง, เปิดระบบผู้ช่วยเสียง หรือปฏิเสธสาย
- แบตเตอรี่ : Lithium polymer แบบถอดออกไม่ได้
- ความจุแบตเตอรี่ : 41 mAh (หูฟังไร้สาย) / 510 mAh (เคสชาร์จ)
- ระยะเวลาในการใช้งาน : 50 ชม. (เมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ) / 7 ชม. (เมื่อใช้งาน ANC)
- การชาร์จ : ผ่านสาย USB Type-C (ชาร์จ 10 นาที ฟังเพลงได้นานถึง 4 ชั่วโมง)
- มาตรฐาน (กันน้ำ) : IP54 (หูฟัง) / เคสชาร์จ (ไม่กันน้ำ)
- การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.4 (รองรับการจับคู่อัตโนมัติ และระบบตรวจจับการสวมใส่) *เฉพาะเครื่องที่ใช้ EMUI 10.0 หรือใหม่กว่า
- ราคา : 1,499 บาท *ราคาพิเศษ 849 บาท เมื่อเมื่อซื้อผ่าน Shopee ระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 น. ถึง 15 ธันวาคม 2568
- วันจำหน่าย : 11 พฤศจิกายน 2565
บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

การออกแบบแพคเกจจิ้ง (Packaging Design) ตัวกล่องของ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 จะไม่ค่อยแตกต่างกับหูฟังไร้สายรุ่นก่อนหน้า หรือรุ่นอื่น ๆ ของ หัวเว่ย เท่าไร โดยตัวกล่องสีขาวมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่จากเดิมที่จะใช้โลโก้ หัวเว่ย และชื่อรุ่นอุปกรณ์ ที่เป็นสีทอง แต่เปลี่ยนเป็นสีแดง โดยไม่มีการปั้มนูนที่ตัวชื่อรุ่น หรือโลโก้
โดยด้านหน้าจะมีรูปผลิตภัณฑ์ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ซึ่งจะแบ่งไปตามสีของตัวเครื่องที่ขาย ซึ่งก็คือ สีดำ และสีขาว แต่จะพิมพ์ ANC เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ และ Multi-EQ modes/Active noise cancellation/50h (ระยะเวลาใช้งาน)/IP54 เป็นตัวอักษรสีเทาแทน

และด้านขวาสกีน โลโก้ ความสามารถด้าน แบตเตอรรี่, ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความสามารถในการชาร์จเพื่อนำไปใช้งาน ด้านหลังสกีนข้อมูล โลโก้ของตัวเคส ไม่ว่าจะเป็นความสามารถแบตเตอรรี่, ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, ความสามารถในการชาร์จเพื่อนำไปใช้งานของเคส,
ความสามารถของระบบสัมผัส, ความสามารถในการเชื่อมต่อของบลูทูธ และความสามารถป้องกันละลองน้ำ และ คิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อสแกนแอป Huawei AI Life มาติดตั้งในเครื่อง
ขณะที่ผ่านในกล่องเมื่อแกะออกมาจะเจอตัวเคสเครื่อง “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4” ซึ่งมีตัวหูฟังอยู่ภายใน และมีคู่มือการใช้งาน รวมถึง ใบรับประกันสินค้า มาให้ แต่ภายในกล่องไม่มีสายชาร์จแถมมาให้ซึ่งเราสามารถใช้สาย USB Type-C ที่มีอยู่มาใช้แทนได้
การเชื่อมต่อตัวเครื่อง

ในการเชื่อมต่อตัว “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4“ ต้องโหลดแอปพลิเคชั่น Huawei AI Life หรือ Huawei Audio Connect (สำหรับ iPhone) มาก่อน ซึ่งเมื่อโหลดมาเรียบร้อยก็เปิดสัญญาณ บลูทูธ (Bluetooth) ที่ตัวเครื่อง และเข้าไปที่แอปพลิเคชั่น เพื่อเตรียมเชื่อมต่อ ซึ่งวิธีการใช้งานก็เพียงแค่แค่เปิดเคสชาร์จ แอปฯ ก็จะเจอตัวเครื่องแล้วครับ

หรือถ้าไม่เห็นก็แค่กดปุ่มที่อยู่ด้านล่างของเคส ให้ไฟกระพริบ ซึ่งตัวแอปฯก็จะเด้งถามขึ้น เข้าสู่การแจ้งเตือนเพื่อเชื่อมต่อ ฟรีบัด เอสอี 3 ครับ หลังการเชื่อมต่อครั้งแรกเพียงครั้งเดียว หูฟังจะคอนเนคกับโทรศัพท์ หรือแท็บเล็ตอัตโนมัติ ซึ่งตัวเครื่องนั้นสามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการไม่ว่าคุณจะใช้ Android หรือ iOS ก็ตาม (*หากเคยโหลดมาแล้วต้องเช็ดอัพเดทเพื่อทำการอัพเดทก่อนอีกครั้ง)
คุณสมบัติที่โดดเด่น (Outstanding features)
คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของเจ้า “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4” คือการที่เป็นหูฟังไร้สายในราคาที่จับต้องได้ง่ายรุ่นแรกในซีรีส์ SE ที่มาพร้อม ANC ซึ่งสามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 50 เดซิเบล (ตามข้อมูลโปรโมทในไทย ซึ่งสูงกว่าข้อมูลสเปคในตลาดอื่นที่ระบุ 24dB) มี 3 โหมดอัจฉริยะ ให้เลือกปรับตามสภาพแวดล้อม (เช่น Ultra, General, Cozy) ทำให้ลดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคาไม่ถึง 1,500 บาท

ตัวเครื่องที่มาพร้อมกับ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ ทั้งใน เอียร์บัด (หูฟัง) 41 mAh และ เคสชาร์จ 510 mAh ที่สามารใช้งานยาวนานกว่า 50 ชั่วโมง อีกทั้งยังรองรับ ชาร์จไว (Fast Charge) โดยเพียงชาร์จ 10 นาที ฟังเพลงได้นานถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 กลายเป็นหูฟังที่เหมาะสำหรับสายเดินทางไกล หรือคนที่ใช้หูฟังตลอดวันจริง ๆ
ซึ่งการันตีว่าเราจะสามารถใช้งานได้หลายวันโดยไม่ต้องพกที่ชาร์จไปด้วยซ้ำ และถ้าลืมชาร์จจริงๆ ก็มีระบบ Fast Charge ที่ช่วยชีวิตได้ทันเวลา นอกจากนี้ตัวเครื่องรองรับ Multi-EQ modes ซึ่งสามารถปรับแต่งเสียงเบส หรือเสียงแหลมให้เข้ากับแนวเพลงที่ชอบได้ถึง 4 แบบ (Default, Bass Boost, Treble Boost, Voices) จากภายในแอปพลิเคชั่น อีกทั้งยังรองรับคุณสมบัติกันน้ำ และฝุ่นระดับ IP54 (เฉพาะตัวหูฟัง)
ขณะที่ในส่วนของการดีไซน์บบ In-Ear ก็ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของใบหูกว่า 10,000 โมเดล และมีจุกหูฟัง 3 ขนาด ให้เลือก เพื่อให้กระชับกับช่องหู มีน้ำหนัก เบาสบาย จนแทบไม่รู้สึก (หูฟังแต่ละข้างหนักเพียง 4.3 กรัม *เบากว่ากระดาษ A4) เป็นไปตามมาตรฐานสากลจาก SGS และผ่านการทดสอบกว่า 26 รายการ
อาทิ การทดสอบถอด และเสียบสายชาร์จกว่า 10,000 ครั้ง, การเปิด-ปิดฝาตัวเคสชาร์จกว่า 50,000 ครั้ง, ความทนทานในการรองรับตกกระแทกกว่า 50,000 ครั้ง, ความทนทานต่อเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ จาก -40 องศา เป็น +70 องศา (ภายใน 20 วินาที) เป็นต้น

ตัวหูฟังไร้สายยังมาพร้อมกับไมโครโฟน 3 ตัว แบบ Crystal Clear ช่วยให้การสนทนาค่อนข้างชัดเจน มีการตัดเสียงรบกวนรอบข้างขณะโทรศัพท์ได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติ ถือว่าทำได้ดีกว่าหูฟัง TWS ทั่วไปในเรทราคานี้ แถมตัวหูฟังยังรองรับระบบควบคุมแบบสัมผัส (Hall effect sensor/Touch sensor) อีกด้วย
ข้อสรุปการใช้งานหลังจากทดสอบ

จากการทดสอบ และได้สัมผัสลองใช้งาน “หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4” คงต้องบอกว่า นี่คือหูฟังไร้สายที่สามารถนิยามของคำว่า “คุ้มค่าที่สุดในงบ” ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าอยากได้หูฟังดี ๆ แต่ต้องการจ่ายในราคาหลักพันต้น ๆ แต่ก็อยากได้หูฟังที่ตัดเสียงรบกวนได้ดี แบตเตอรี่ทนทาน และใส่สบายจนลืมไปว่าใส่อยู่… นี่คือหูฟังที่ให้คุณค่าเกินราคาไปไกลมาก
หากผู้อ่านต้องการหูฟังไร้สายที่มีฟีเจอร์ครบเครื่อง โดยเฉพาะ ANC และแบตเตอรี่ที่อึดโคตร ๆ โดยไม่ต้องการจ่ายเงินหลักหลายพันบาท ตัวนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุด การลงทุนใน หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 คือการลงทุนในความสงบ และการใช้งานที่ยาวนาน คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ที่จ่ายไปอย่างแท้จริงครับ! แต่ถ้าจะมีข้อเสียบางก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการปรับระดับเสียงที่เราไม่สามารถใช้ระบบสัมผัสในปรับระดับความดังได้แค่นั้นเองครับ
รวมไปถึงเรื่องที่ตัวเคสชาร์จนั้นไม่รองรับมาตรฐานกันน้ำระดับ IP54 ซึ่งรองรับแค่ตัวหูฟังเท่านั้น แต่ก็เข้าใจได้ไม่ยากครับ ด้วยการดีไซน์ที่ทาง หัวเว่ย คิดมาแล้วว่าเหมาะกับสภาพร่องหูหลาย ๆ แบบแล้ว จึงไม่ได้แถมมาให้ แต่หากย้อนกับไปดูที่ราคาแล้วก็พอจะยอมรับได้ครับ

ข้อดี
- ตัวเครื่องมีน้ำเบาโดยรวมเพียง 40.3 กรัม
- แบตอึดรองรับการใช้งานสูงสุด 50 ชั่วโมง
- ระบบควบคุมแบบสัมผัส (Hall effect sensor/Touch sensor)
- รองรับระบบการตัดเสียงรบกวนการโทร (Active noise cancellation)
- รองรับการปรับคุณภาพเสียง (Multi-EQ modes) 4 แบบ ผ่าน Huawei AI Life และ Huawei Audio Connect (สำหรับ iPhone)
- รองรับไมโครโฟน 3 ตัว แบบ Crystal Clear ช่วยให้การสนทนาชัดเจน
- รองรับคุณสมบัติกันน้ำ และฝุ่นระดับ IP54 (เฉพาะตัวหูฟัง)
- ผ่านมาตรฐานสากลจาก SGS
- ราคาย่อมเยา
ข้อเสีย
- ไม่แถมสายชาร์จ และปลอกซิลิโคนหูฟังมาให้
- ตัวเครื่องสีขาวเมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีสีที่มนลง และเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย
- ตัวเศจชาร์จไม่รองรับ IP54
- ไม่สามารถแตะเป็นจังหวะเพื่อปรับลดระดับเสียงได้ที่ตัวหูฟังได้
ข้อเสนอพิเศษ

“หัวเว่ย ฟรีบัด เอสอี 4 ANC” จะเริ่มวางจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 849 บาท จาก ปกติ 1,499 บาท เมื่อซื้อระหว่างวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 น. ถึง 15 ธันวาคม 2568พร้อมรับของสมนาคุ
อาทิ Lazada รับกระติกน้ำสแตนเลส มูลค่า 399 บาท (เฉพาะ 200 ออเดอร์แรก) Shopee รับร่มสีเงิน มูลค่า 490 บาท (เฉพาะ 200 ออเดอร์แรก) TikTok Shop รับกระเป๋าผ้า มูลค่า 790 บาท (เฉพาะ 100 ออเดอร์แรก) และ หัวเว่ย สโตร์ รับกระเป๋าผ้า มูลค่า 790 บาท (เฉพาะ 50 ออเดอร์แรก) พร้อมบริการส่งฟรีในทุกแพลตฟอร์
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























