เอสเอพี (SAP) เผยแนวทางการใช้ “ข้อมูล” (data) เพื่อเป็นกุญแจสำคัญช่วยขับเคลื่อนองค์กรในประเทศไทยสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน (ESG)…
highlight
- เอสเอพี เผยองค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน งานวิจัยใหม่ชี้ว่าการมุ่งเน้นที่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจเป็นอุปสรรคต่อผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
- บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกได้นำข้อมูลองค์กรมาใช้เพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2573
SAP เผยแนวทางการใช้ “ข้อมูล” ขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน
ผลการวิจัยล่าสุด โดย Oxford Economics และเอสเอพี (SAP) เผยว่าองค์กรธุรกิจทั่วเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น (APJ) ยังต้องดำเนินการในอีกหลายแง่มุมเพื่อเพิ่มประโยชน์ที่จะได้รับจากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ในขณะที่ 66% ของธุรกิจไม่คิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุความยั่งยืน และทำกำไรให้องค์กรได้ในเวลาเดียวกัน
แต่มีเพียง 8% เท่านั้น ที่บอกว่าพวกเขาได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนในปัจจุบัน งานวิจัยเน้นย้ำว่าการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทย มีผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่ดีขึ้น และบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG

เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นความท้าทายทางธุรกิจของคนรุ่นเราอย่างไม่ต้องสงสัย ธุรกิจส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีวิสัยทัศน์ที่ดีในด้านความยั่งยืน และได้เริ่มนำแนวปฏิบัติด้าน ESG มาใช้ในกลยุทธ์ของพวกเขา แต่จากงานวิจัยของเราพบว่า มีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากกลยุทธ์เหล่านี้
การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) เป็นทั้งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน และเป็นความท้าทายสำหรับองค์กรในเวลาเดียวกัน จากผลสำรวจบ่งชี้ว่าประโยชน์ที่องค์กรได้รับเป็นอันดับแรกจากกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน คือ การที่องค์กรสามารถลดความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (46%)
ซึ่งมากกว่าการปล่อยคาร์บอนที่ลดลง และผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยการให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบมากเกินไปถือเป็นความท้าทายสูงสุดอันดับสองต่อความสำเร็จด้านความยั่งยืนของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาค APJ รองลงมา คือ การขาดการคิดค้นกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งการขับเคลื่
เชื่อมโยงระบบดิจิทัลซัพพลายเชน รวมถึงการสร้างซัพพลายเชนให้มี
และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่มีทั้งจากภายใน และภายนอก (Big Data) มองเห็

“เอสเอพี ในฐานะผู้นำด้านการจัดการทรัพยากรขององค์กร หรือ ERP มีประสบการณ์กว่า 50 ปี ในการช่วยธุรกิจต่างๆ ใน 25 อุตสาหกรรมในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทของเราต้องการเห็นโลกที่ปราศจากการปล่อยมลพิษ
การก่อให้เกิดของเสีย และความไม่เท่าเทียมกันเป็นศูนย์ (zero emissions, zero waste, and zero inequality) ซึ่งเราอยู่ในจุดที่สามารถช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น” เอทูล กล่าว
การลงทุนในข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน
สำหรับองค์กรธุรกิจในภูมิภาค APJ, ความแม่นยำของข้อมูล (Accurate Data) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน รองจากเรื่องการจัดหาเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Sourcing)
อย่างไรก็ตาม มีเพียง 4 ใน 10 (40%) ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาลงทุนในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวัดความยั่งยืนในธุรกิจของตน และในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน (41%) กล่าวว่าพวกเขากำลังฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีการรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืน

ด้าน ชฎิลพร นาคทิพย์ อำนวยการฝ่ายขาย เอสเอพี ประเทศไทย กล่าวว่า กุญแจสำคัญในการปรับปรุงผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนและช่วยให้องค์กรต่าง ๆ บรรลุเป้าหมาย ESG คือ การใช้ข้อมูลองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อประกอบการตัดสินใจที่มีข้อมูลมากขึ้น
เอสเอพี แนะนำกลยุทธ์การใช้ข้อมูล 3 ประการ เพื่อช่วยให้องค์กรในประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย ESG
- ขั้นตอนแรก คือ การทำรายงานตามกฎระเบียบเพื่อสร้างความโปร่งใส จากข้อมูลของ BCG พบว่า องค์กรถึง 85% มีความกังวลเกี่ยวกับการลดการปล่อยมลพิษ แต่มีเพียง 9% เท่านั้นที่สามารถวัดการปล่อยก๊าซได้อย่างครอบคลุม องค์กรจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถในการติดตามผลกระทบของสภาพอากาศ และข้อมูลการปล่อยก๊าซคาร์บอน
- ขั้นตอนที่สอง คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ข้อมูลด้านความยั่งยืนในเชิงปฏิบัติทั้งในกระบวนการทางธุรกิจและการตัดสินใจ มาตรวัดความยั่งยืน เช่น การปล่อยคาร์บอน การใช้วัสดุ ของเสีย และข้อมูลความหลากหลาย สามารถผนวกเข้ากับกระบวนการธุรกิจหลัก เช่น ซัพพลายเชน, ERP, การเงิน และกระบวนการจัดซื้อเพื่อทำให้เกิดความยั่งยืนทั่วทั้งธุรกิจ สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในบริษัท โดยผลิตภัณฑ์จะได้รับ
การออกแบบ และผลิตเพื่อให้หมุนเวียนได้นานที่สุด - ขั้นตอนที่สาม คือ การขับเคลื่อนความยั่งยืนในเครือข่ายธุรกิจ ก้าวข้ามขอบเขตของธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งโดยการวัดผลและการจัดการความยั่งยืนทั่วทั้งห่วงโซ่คุณค่าและเครือข่ายธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ
เอสเอพี มีเทคโนโลยีที่สามารถรวบรวมข้อมูลที่เชื่อถือได้ และเป็นไปตามกฎระเบียบ เพื่อช่วยองค์กรวัดปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดจนมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมา เพื่อช่วยส่งเสริมให้องค์กรมีความคิดริเริ่มที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ
กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย SAP Responsible Design and Production ซึ่งช่วยให้นักออกแบบผลิตภัณฑ์สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้ตั้งแต่เริ่มแรก SAP Product Footprint Management ช่วยติดตามความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ และ SAP Sustainability Control Tower ซึ่งทำให้เห็นภาพรวมของโครงการด้านความยั่งยืนขององค์กร
นำเป้าหมายความยั่งยืนมาปฎิบัติให้เป็นความจริงด้วยเทคโนโลยีของ เอสเอพี

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ Combined PET, Integrated Oxides and Derivatives และ Fibers ด้วยสำนักงาน 147 แห่งใน 35 ประเทศ
และพนักงานกว่า 26,000 คน บริษัทฯ วางแผนที่จะขยายการดำเนินงานทั่วโลกโดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ในฐานะผู้ผลิต PET รีไซเคิลรายใหญ่ที่สุดของโลกสำหรับขวดเครื่องดื่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ต้องการสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงานทั้งหมด
ให้เป็นไปตามแก่นสำคัญขององค์กร (Purpose) ที่กำหนดขึ้นใหม่ นั่นคือ “Reimagining Chemistry Together to Create a Better World” บริษัทมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายระยะสั้น และระยะกลาง โดยสอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ของสหประชาชาติ
มุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนทั่วโลก อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมมือกับ เอสเอพี ตั้งแต่ปี 2563 ผ่าน “Project Olympus“ เพื่อติดตั้งระบบ ERP ของเอสเอพี แบบบูรณาการ

แอนโทนี วาตานาเบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2573 อินโดรามา เวนเจอร์ส วางแผนที่จะลงทุนในการลดการใช้ถ่านหิน ลดระดับและดักจับคาร์บอนที่เกิดจากการผลิตของบริษัทฯ และเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน
โดยในประเทศไทยเราวางแผนที่จะเลิกใช้ถ่านหินในโรงงานสามแห่งให้เสร็จสิ้นภายในปี 2570 และขยายการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่โรงงานของเราภายในสิ้นปี 2566 สำหรับการวัดผลความคืบหน้าของการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ จะต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการวิเคราะห์
เพื่อปรับปรุงการจัดการข้อมูลด้าน ความยั่งยืน และการรายงานของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงให้ข้อมูลในองค์กรมีความแม่นยำและมีคุณภาพมากขึ้น ความร่วมมือกับ เอสเอพี
เพื่อพัฒนาระบบ ERP จะช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดระดับโลกในการรายงานความยั่งยืน ตลอดจนสามารถใช้ข้อมูลในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์กรได้
ภาครัฐมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังต้องเร่งปรับตัวเพื่อก้าวสู่หน่วยงานรัฐที่ยั่งยืน

วรพิชญา ระเบียบโลก ผู้เชี่ยวชาญงานพิเศษด้านข้อมูลชํานาญการอาวุโส สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์ และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (สวข.) หรือ GBDi กล่าวว่า แน่นอนว่าการวิเคราะห์ข้อมูลอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่หลายองค์กรเอกชนได้เดินหน้าปรับตัวไปแล้ว
เพราะเป็นโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงยกระดับองค์กรได้เหนือคู่แข่ง แต่การที่จะสามารถทำได้ก็ต้องเข้าใจว่าข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์นั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งหมายรวมถึงข้อมูลทั้งมีประสิทธิภาพ และข้อมูลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การที่จะสามารถวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นอยู่ทุก ๆ เวลา
ดังนั้นจะต้องเพิ่มศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโซลูชั่นที่สามารถรวบรวม ข้อมูล, ตัวแปร และความความสัมพันธ์ ต่าง ๆ เข้าไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าปัจจุบันหน่วยงานต่าง ๆ ของภาตรัฐ ก็เล็งเห็นแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ และเริ่มมีหลายหน่วยงานของภาครัฐ
จัดระเบียบของข้อมูลใหม่ เพื่อที่จะทำให้สามารถใช้ข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างมหาศาล (Big data) ให้เข้ามาอยู่ในรูปแบบดิจิทัล และพัฒนาทักษะของบุคลากรของรัให้ พร้อมเชื่อมโยงกับภาคประชาชน และภาคเอกชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
แต่อย่างไรก็ดีในหน่วยงานภาครัฐในปัจจุบันเอง ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ใกล้เคียงกับเป้าหมาย ของการเป็นหน่วยงานที่มีขีดความสามารถในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และก้าวสู่การเป็น Sustainability Management Process เพราะหลายหน่วยงานยังประสบปัญหาในการจัดเรียงข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในหลายรูปแบบ และแปลงสู่รูปแบบดิจิทัล
อีกทั้งมีเพียงที่ไม่กี่หน่วยงานเท่านั้น ที่มีแนวปฏิบัติด้าน ESG โดยมีเพียง 30–40% ของหน่วยงานรัฐเท่านั้นที่เริ่มวางแนวปฏิบัติด้าน ESG ของตนเอง ซึ่งแน่นอนว่าเรื่งดังกล่าวยังถือเป็นความท้าทายที่หน่วยงานของรัฐต้องเร่งปรับตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หากสามารถปรับสู่การใช้โซลูชั่นดิจิทัลที่ทันสมัย

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























