ซอร์ท (ZORT) ร่วมกับ 2 พันธมิตร ไมโครซอฟท์ (Microsoft) บีม (Beam) เสริมแกร่ง คลาวด์-เพย์เมนต์ เล็งบุกตลาด e-Commerce ไทย-ฟิลิปปินส์ คาดปี 67 โต 7% ยันพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษี “e-Service” ได้…
highlight
- ซอร์ท ผนึกกำลัง 2 พันธมิตร ไมโครซอฟท์ และ บิม สร้างแพลตฟอร์มระบบคลาวด์มาตรฐานสากล ที่มีความปลอดภัย และช่วยยกระดับระบบการชำระเงิน รับกระแสอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) โตแบบก้าวกระโดด คาดภายในปี 2567 อีคอมเมิร์ซ จะโตแบบก้าวกระโดดกว่า 6 แสนล้านบาท หรือโตอย่างน้อย 7%
- ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังจะเป็นการช่วยให้ช่วยผู้ประกอบการออนไลน์ให้สามารถเข้าใจ และสามารถจัดการกฎหมายภาษี e-Service ทั้งในเรื่องของ ความเข้าใจในเรื่องของระบบการจัดเก็บภาษีออนไลน์ (e-Tax System), ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security), ระบบการจัดการด้านบัญชี หรือ แอคเคาน์ติ้ง (Accounting) และระบบการชำระเงิน (Payment System) ที่มีคามเชี่ยชาญ และชำนาญ ในตลาดไทย ทำให้เราดูแลผู้ประกอบการคนไทยได้ดีกว่า
ZORT ร่วมกับ 2 พันธมิตร Microsoft–Beam เสริมแกร่ง Cloud–Payment Gateway เล็งบุกตลาด e–Commerce ไทย-ฟิลิปปินส์ หลังพบแนวโน้มโต 7% ในปี 67

ซอร์ท ผนึกกำลัง 2 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ไมโครซอฟท์ และ บีม สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซปี 2024 ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่แพลตฟอร์มระบบคลาวด์มาตรฐานสากล ปลอดภัย มีความเสถียรสูง รวมถึง ช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านการชำระเงิน ที่ตอบโจทย์เทรนด์
การผสมผสานช่องทางการสื่อสารออน์ไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกัน (Omni Channel) หนุนยอดขายของธุรกิจเติบโตก้าวกระโดด ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่ง แพลตฟอร์มบริหารจัดการออเดอร์ และสต๊อกอัจฉริยะครบวงจร เปิดเทรนด์อีคอมเมิร์ซ ปี 2024 โตก้าวกระโดด
คาดทั้งปีมูลค่าตลาดรวม 6.34–6.94 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 7% พร้อมตั้งเป้าปี 2024 มีผู้ใช้งานระบบเพิ่มขึ้นอีก 55% หลัง 2023 ผลงานทะลุเป้าในปี 2023 ที่ผ่านมา ซอร์ท มีการเติบโตสร้างมูลค่าการเติบโตให้ลูกค้าถึง 35% และลดต้นทุนทางธุรกิจได้ถึง 30%

สวภพ ท้วมแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซอร์ทเอาท์ จำกัด แพลตฟอร์มบริหารจั
ที่เราจะก้าวไปในปี 2024 ด้วยกลยุทธ์พาธุรกิจสู่
และ บริษัท บีม จำกัด เพื่อสร้าง Ecosystem เพิ่ม จุดแข็งให้ ซอร์ท ในมิติ
มายกระดับแพลตฟอร์มตั้งแต่การขาย การจัดส่ง และการชำระเงินบนทุ
- การปรับปรุงระบบบริหารจัดการออเดอร์ และสต๊อกอัจฉริยะครบวงจร บนทุ
กแพลตฟอร์มที่เข้าใจความต้ องการของธุรกิจที่ต้องการสร้ างจุดแข็งในตลาด อีคอมเมิร์ซ และหน้าร้าน ออฟไลน์ เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยล่าสุดได้ยกระดับตัวระบบให้ สามารถดูยอดสั่งซื้อจากไลฟ์ สดจากทุกแพลตฟอร์มมาไว้ที่เดี ยวบนระบบ ซอร์ท และช่วยให้การไลฟ์สด กลยาเป็นเครื่องมือขายสินค้าออนไลน์ ที่มีประสิทธิภาพในการขาย - นำแพลตฟอร์มคลาวด์ Microsoft Azure ที่ความเสถียรของระบบ มาทำใ
ห้การซื้อขายของธุรกิจไม่สะดุด และระบบมีความปลอดภัยสูง ด้วยการรักษาความปลอดภัยจากที มงาน Microsoft Security มาเสริมแกร่งทำให้ผู้ใช้มั่นใจว่ าข้อมูลถูกป้องกันไว้อย่างดี โดยไม่จำกัดพื้นที่การใช้งาน ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้เรื่องของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของผู้ใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้อง - นำระบบ Payment gateway ของ บีม ที่ช่วยยกระดั
บประสบการณ์ การชำระเงินออนไลน์ ให้ทุกการทำธุรกรรมเป็นไปอย่างลื่นไหล สะดวก และปลอดภัยยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนั้นยังรองรับช่ องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งยังถูกดีไซน์มาเพื่อ ให้เชื่อมต่อกับระบบการขายของร้ านค้า และแพลตฟอร์มของพาร์ทเนอร์ได้ง่ าย สามารถใช้ได้ทันที
นอกจากนี้ความร่มมือในครั้งนี้ยังเป็นการเสริมความพร้อมของ ซอร์ท ที่ต้องการจะขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะไปที่ ประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากตลาดฟิลิปปินส์ มีอินไซด์ และระบบต่าง ๆ ค่อนข้างคล้ายไทย ในอนาคตเราจะบุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่รอบ ๆ ไทย เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว
ตั้งเป้าปี 2567 มีผู้ใช้แพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นหลังอีคอมเมิร์ซยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

“ในปีที่ผ่านมา ซอร์ท ประสบผลสำเ
โดยการขายสินค้าผ่านไลฟ์สดยั
ขณะเดียวกั
อีกทั้งสินค้าในตลาดออนไลน์มีจุ

ด้าน กฤติยา เอี่ยมศิริ Azure Success Manager บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์มคลาวด์ Microsoft Azure มีศักยภาพที่ตอบโจทย์

ขณะที่ วิน วารีเกษม ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง ของ บีม กล่าวว่า ประสบการณ์การชำระเงินที่ดีคื
ยันพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษี “e–Service“
นอกจากแผนที่ต้องการเสริมแกร่งในแพลตฟอร์มของ ซอร์ท แล้ว ซอร์ท ยังมีเป้ามหายที่จะเข้าไปช่วยผู้ประกอบการออนไลน์ให้สามารถเข้าใจ และสามารถจัดการกฎหมายภาษี e–Service ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย เพราะหลังจากที่ทางกรมสรรพากรได้มีประกาศออกมาว่าต้องการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากแพลตฟอร์มออนไลน์
จากต่างประเทศที่มาเปิดให้บริการในประเทศไทยจำเป็นต้องทำตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมตามประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ด้วยการสร้างความเป็นธรรมในการเสียภาษีระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างประเทศได้
ซึ่งแม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องทีดีเพราะสร้างให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ประกอบการที่ใช้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ภายในประเทศต่างเริ่มมองหาแพลตฟอร์มที่สามารถตอบโจกย์ในเรื่อง ต้นทุน หรือ ค่าเสียโอกาส ได้นั่นเอง

“ในเรื่องดังกล่าวที่ผ่านมา เราพบว่า ผู้ใช้บริการจากแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศ เริ่มแสดงความกังวลกันมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วหากผู้ใช้บริการทำคามเข้าใจในเรื่องของกฎหมายภาษี e–Service และทำตามกฏ ก็จะสามารถบริหารจัดการธุรกิจของตนเองได้อย่างไม่มีปัญหา ซึ่งในส่วนของ ซอร์ท เองที่ผ่านมาก็ได้มีการให้ความรู้
กับผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มของเรา ทั้งทางตรง และทางอ้อม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถึงแม้ว่าวันนี้ผู้ใช้บริการในแพลตฟอร์มของเราส่วนใหญ่จะยังไม่เข้าเกณฑ์ของการจัดเก็บภาษี e–Service ก็ตาม แต่เราเองก็พร้อมที่จะช่วยหากว่าผู้ใช้บริการของเรามียอดขายเข้าของการจัดเก็บภาษี e–Service
และหากถามว่าจะเกิดสถานการณ์ที่ผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มการค้าขายบนโลก e–Commerce ไหลออกไปทำเองเพื่อเลี่ยงภาษีนั้น ซึ่งเราเชื่อว่าคงจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากปัจจุบันช่องทางออนไลน์ ถือเป็นช่องทางที่สำคัญของการค้าขาย ไม่ว่าผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม แต่อย่างไรก็ดีวันนี้ สิ่งที่เรามอง คือ จะทำอย่างไรให้
หน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของการจัดเก็บภาษี สามารถมีมาตรการที่ช่วยผู้ประกอบการไทยสามารถค้าขาย และแข่งขันกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ซึ่งอยู่บนแพลตฟอร์มการค้าขายบนโลก e–Commerce ต่าง ๆ เช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการคนไทย ได้ดีมากขึ้น ไม่มีสิทธิพิเศษ หรือช่องโหว่ ที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่
ไม่เป็นธรรม และเท่าเทียม สิ่งนี้ไม่เพียงจะเป็นการทำให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาอยู่ในระบบของภาษีมากขึ้นเียงเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยให้ผูประกบการไทยสามารถใช้ “ข้อมูล“ (Data) ต่าง ๆ ทั้งในด้านภาษี และพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการที่เราร่วมมือกับพาทเนอร์ที่มีความเข้าใจในเรื่องของ
ระบบการจัดเก็บภาษีออนไลน์ (e-Tax System), ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security), ระบบการจัดการด้านบัญชี หรือ แอคเคาน์ติ้ง (Accounting) และระบบการชำระเงิน (Payment System) ที่มีคามเชี่ยชาญ และชำนาญ ในตลาดไทย ก็ทำให้เราดูแลผู้ประกอบการคนไทยได้ดีกว่า” สวภพ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























