มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Chiang Mai University) จับมือ หัวเว่ย (Huawei) ประกาศเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน…
มช. จับมือ Huawei ประกาศเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ยเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วย “5G Powered Smart University Enabled with Cloud and AI“
วันที่ 22 มีนาคม 2564 เวลา 10.00 น. ณ สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับ และติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีและการใช้เทคโนโลยี 5G ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย เพื่อให้มีห้องเรียนอัจฉริยะ และโซลูชั่นเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
นอกเหนือไปจากการมีความร่วมมือด้านวิจัยที่กว้างขึ้นแล้ว ยังให้บริการเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Big Data และบริการ Cloud ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายในมหาวิทยาลัย เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์, แพทยศาสตร์, เกษตรศาสตร์, ศูนย์บริหาร และการจัดการเมืองอัจฉริยะ
สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะแพทยศาสตร์ จะกลายเป็นโรงพยาบาลอัจฉริยะ โดยได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมดิจิทัลล่าสุดและบริการขั้นสูงด้วยเทคโนโลยี 5G และเทคโนโลยีด้านอื่น ๆ
บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำในภูมิภาคอาเซียนและเป็นผู้นำด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เพิ่มพูนเทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะ ซึ่งนอกเหนือจากข้อได้เปรียบทางวิชาการแล้วยังเป็นแบบอย่างสำหรับอุตสาหกรรมอื่น ๆ
ที่จะรับทราบถึงประโยชน์ของโซลูชันที่รวดเร็ว และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับธุรกิจเฉพาะของตน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้ มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย พิริยะ เข็มพล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ร่วมให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามด้วย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเป็นพันธมิตรระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับหัวเว่ย ว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับการพัฒนาในยุคดิจิทัล เทคโนโลยี 5G นับว่าเป็นกุญแจสำคัญ
ต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ อุตสาหกรรม เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านเชิงดิจิทัลในทุก ๆ ด้าน อาทิ Smart Agriculture, Smart Hospital, Smart City, Smart Port, Smart Campus, Smart Store และ Smart Entertainment
เพื่อสร้างการเติบโตทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G เพื่อการศึกษาและนำไปสู่ Digital Transformation ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะพัฒนาให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวไปเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลชั้นนำ และยังตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาประเทศได้
ด้าน ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือของ มช. กับ หัวเว่ย ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัย ที่จะนำความทันสมัยของเทคโนโลยี 5G มาขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษา พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีสนับสนุนการวิจัยที่รองรับการเติบโตของโลกยุคดิจิทัล
และนำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G แห่งแรกในอาเซียน CMU : Moving Forward to “5G Campus : First in ASEAN“ (The First 5G campus in ASEAN) ยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทยให้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของ ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดี ได้กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวเว่ยประสบความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรทางวิชาการเป็นอย่างดี และผมมั่นใจว่าความร่วมมือในวันนี้จะก่อให้เกิดความสำเร็จในการนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ ไม่เพียงแต่ด้านการศึกษา
แต่รวมทั้งการพัฒนาในด้านอื่น ๆ ต่อไป เพราะนโยบายของเราคือการเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล โดยเราจะสร้างความร่วมมือกับองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อการเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่มุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน“
พัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT
อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร หัวเว่ย กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกครั้ง หัวเว่ยมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนางานร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีจำนวนนักศึกษากว่า 35,000 คน
โดยการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวไม่เพียงแต่นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสังคม ท้องถิ่น และประเทศโดยรวม ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือกับหัวเว่ยครั้งแรกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT ผ่านโครงการ Huawei ICT Academy ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรภาคปฏิบัติและการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพที่ประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัลต่อไป

ด้าน พิริยะ เข็มพล อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง และที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับหัวเว่ย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะยกระดับขีดความสามารถของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ 5G ที่นำเทคโนโลยี คลาวด์ และ AI มาช่วยจัดการเรียน
การสอน และการดําเนินการวิจัย ผมมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายประเทศไทย 4.0 ได้ ในขณะที่ รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์ กรรมการ กสทช. ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีด้วยการมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสที่ มช. และ หัวเว่ย ได้ลงนามในบันทึกความร่วมมือร่วมกันในวันนี้ด้วย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























