โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป (GTG) จุดพลุปั๊มดีมานด์ตลาดกัญชงในประเทศ เปิดตัวคอนซูเมอร์โปรดักส์ CBD Everyday Balm กระตุ้นตลาดแมส ตั้งเป้าโต 55%…
highlight
- โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป เดินหน้าจุดพลุตลาดกัญชงในประเทศเต็มสูบ กางแผนสร้างการรับรู้กระตุ้นตลาดเจาะตลาดB2C หนุนกัญชงขึ้นแท่นพืชเศรษฐกิจใหม่ให้สำเร็จ จัดมหกรรม “RAKSA CBD EVENT BY GTG” ยกขบวนสินค้าและบริการ เจาะตลาดกัญชงเต็มสูบ พร้อมเปิดตัว CBD Everyday Balm บาล์มอเนกประสงค์ คอนซูเมอร์โปรดักส์ชูโรงตัวแรก ราคาย่อมเยาให้คนไทยทุกวัยได้ทดลอง หวังผลบอกต่อซื้อซ้ำในตลาดสกินแคร์ แย้มครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องดื่มอาหารเพิ่ม หวังสร้างดีมานด์ต่อยอดธุรกิจB2B ชี้ตลาดมีมูลค่ากัญชงไทยมหาศาลคาดปี คาดปี 68 มีมูลค่า 15,770 ล้านบาท และโตเฉลี่ย 126% ต่อปี ปักเป้าเติบโตปีละ 55 %
GTG จุดพลตลาดกัญชงเปิดตัว CBD Everyday Balm พร้อมตั้งเป้าโต 55%

กฤษณ์ ธีรเกาศัลย์ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป จำกัด (Golden Triangle Group Co., Ltd.) หรือ “GTG“ เปิดเผยว่า บริษัทมีความพร้อมทำตลาดกัญชงเชิงพาณิชย์ในประเทศอย่างเต็มรูปแล้วภายหลังจากการการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์กัญชงภายใต้ชื่อ “รักษา“ (RAKSA)
เป็นสายพันธุ์ของตนเองด้วยกระบวนการปลูกที่มีคุณภาพ และมาตรฐานในโรงปลูกที่ผ่านการรับรองจาก FDA จนสามารถนำส่วนของดอกที่มีคุณภาพมีส่วนประกอบของสาร THC ต่ำกว่า 0.2% ตามที่กฎหมายกำหนด และยังมีสาร CBD 15.8% จนได้เป็นสารสกัด RAKSA CBD Full–Spectrum คุณภาพสูงรายแรกของเอเชีย
ซึ่งใช้เวลาวิจัย และพัฒนามานานกว่า 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2562 โดยมองว่าการกระตุ้นความต้องการหรือดีมานด์ในตลาดประเทศจะเป็นปัจจัยความสำเร็จในการผลักดันกัญชงให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศนอกหนือจากการรักษาคุณภาพ และมาตรฐาน
โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างการรับรู้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อเกิดการบอกต่อ และซื้อซ้ำ ผ่านกลยุทธ์การสร้างการรับรู้ทดลองผ่านงานโรดโชว์ทั่วประเทศไปพร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์โปรดักส์
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัว “CBD Everyday Balm” หรือ “บาล์มอเนกประสงค์” ในงาน “RAKSA CBD EVENT BY GTG“ ซึ่งเป็นคอนซูเมอร์โปรดักส์ตัวแรก ในกลุ่มสกินแคร์ซึ่งผลิตจากสารสกัด RAKSA CBD Full–Spectrum ที่คงสารธรรมชาติทั้งหมดของพืชสกุลกัญชง
ไว้ครบถ้วนรายเดียวของเอเชียที่สกัดจากกัญชงสายพันธุ์ไทยภายใต้ชื่อ “รักษา“ (RAKSA) โดยภายในงานมหกรรม “RAKSA CBD EVENT BY GTG“ ได้ยกขบวนสินค้าและบริการที่ผลิตจากสารสกัด RAKSA CBD Full–Spectrum เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิม และใช้ผลิตภัณฑ์จากกัญชงของ GTG และจากพันธมิตรทางธุรกิจ และยังรวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของกัญชง
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ CBD Everyday Balm บาล์มอเนกประสงค์ มีเป้าหมายทำการตลาดในกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป (Consumer) เป็นหลัก เพื่อให้ได้ทดลองใช้ และสัมผัสสรรพคุณด้านการรักษาของสายพันธุ์กัญชง RAKSA CBD Full–Spectrum ของ โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป ในวงกว้างมากขึ้น
เนื่องจากจัดเป็นสินค้าที่คนไทยนิยมมีไว้ติดบ้านและพกติดตัวตลอดเวลา เหมาะสำหรับตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ อีกทั้งยังเป็นสินค้าราคาย่อมเยา ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงสรรพคุณด้านการรักษาจนเกิดการบอกต่อในช่วงครึ่งปีหลัง โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป จะเปิดตัวในกลุ่มเครื่องดื่ม อาหาร และตลอดทั้งปีนี้

โดยเราตั้งเป้าเปิดตัวสินค้าเพิ่มเติมอีกกว่า 10 รายการ เพื่อสร้าง Economy of scale ของตลาดกัญชงในภาคธุรกิจอื่นๆ ทั้งกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ยาเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อปูทางต่อยอดขยายกลุ่มลูกค้าไปในตลาด B2B ในอุตสาหกรรมเหล่านี้
อย่างไรก็ดีตลาดกัญชงในประเทศไทยมีมูลค่ามหาศาลตามมูลค่าตลาดสุขภาพความงาม และการแพทย์เนื่องจากเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่มีสรรพคุณด้านการรักษาสามารถตอบโจทย์เทรนด์ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หรือออแกนิคที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจ และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น
โดยเฉพาะในกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล กลุ่มแม่ และเด็ก และผู้สูงอายุ ที่มีการขยายตัวประมาณ 20% ในช่วงปี 2560-2564 สอดคล้องกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยธนาคารกรุงศรีที่ระบุเอาไว้ว่าใน 2564 คาดว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีกัญชงผสมจะมีมูลค่า 280 ล้านบาท รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจากกัญชง 240 ล้านบาท
ยา และอาหารเสริมจากกัญชง 50 ล้านบาท เครื่องแต่งกายที่ทำด้วยใยกัญชง 30 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลประเมินว่ายังอยู่ในช่วงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีการนำกัญชงไปใช้มูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท รวมทั้งคาดการณ์ว่าตลาดกัญชงไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 15,770 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 หรือเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 126% ต่อปี
ซึ่งในปีนี้ โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล กรุ๊ป ตั้งเป้ารายได้ 270–300 ล้านบาท และเฉลี่ยเติบโตปีละ 55% และอีก 3 ปีคาดว่าจะสามารถมีส่วนแบ่งทางการตลาดได้ถึง 6.3% จากมูลค่ารวมของตลาดสินค้ากัญชงไทย
“ปัจจัยสำคัญของการสนับสนุนให้กัญชงในประเทศเพื่อเป็นบันไดก้าวแรกของการผลักดันกัญชงให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศได้สำเร็จ จำเป็นจะต้องสนับสนุนให้มีการใช้สารสกัดจากกัญชงในตลาดสินค้าคอนซูเมอร์อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่ม เครื่องสำอาง ของใช้ดูแลส่วนบุคคลในชีวิตประจำวัน
เช่น สบู่ ยาสีฟัน แชมพู รวมไปถึงกลุ่มยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และสร้างความเข้าใจและการรับรู้เพื่อตอบโจทย์ตลาดสินค้าคอนซูเมอร์ว่าสารสกัด CBD จากกัญชงไม่ใช่สารมึนเมาอีกต่อไป แต่เป็นส่วนประกอบที่มีสรรพคุณในการรักษาและดูแลสุขภาพจากธรรมชาติ
และหัวใจสำคัญคือการรักษาคุณภาพ และมาตรฐานของกัญชงไทยเพื่อสร้างมูลค่าให้กับกัญชงให้ยืนอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน” กฤษณ์ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























