เอ็นไอเอ (NIA) ปลื้ม Hide & Seek นิลมังกรไทยตัวแรก เตรียมขยายตลาดทาสแมว ผ่านโมเดลร่วมทุนกับบิ๊กธุรกิจ พร้อมลุยปั้น “นิลมังกร รุ่น2” เพิ่มวิสาหกิจฐานนวัตกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจ…
highlight
- สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำกัด และบริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด ร่วมลงนามการลงทุนในธุรกิจทรายแมว “ไฮด์แอนด์ซีค” (Hide & Seek) นวัตกรรมเพื่อคนรักสัตว์เลี้ยง ได้รับรางวัลแชมป์จากเวทีโครงการแข่งขันประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ นิลมังกร 2565
- เตรียมอต่อยอดความสำเร็จจาก “นิลมังกร” ตัวแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ที่เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2563 กับการผลิตสินค้านวัตกรรมที่ช่
วยสร้างโอกาสการแข่งขันกั บตลาดจนเป็นที่รู้จักในแบรนด์ ทรายแมวไฮด์แอนด์ซีค ที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลัง 100% สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับมั นสำปะหลังที่ปลู กโดยเกษตรกรไทยได้ถึง 16 เท่า
NIA ปลื้ม Hide & Seek นิลมังกรไทยตัวแรก เตรียมขยายตลาดทาสแมว

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ กล่าวว่า เอ็นไอเอ ในฐานะหน่วยประสาน และขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมของประเทศ มุ่งสร้างให้เกิดการเพิ่มจำนวนวิสาหกิจฐานนวัตกรรมเพื่อปฏิรูปโครงสร้างทางธุรกิจ
การเร่งการเติบโตในการลงทุนทางนวัตกรรมเชื่อมกับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย และการกระตุ้นกิจกรรม และข้อมูลในระบบการร่วมลงทุน เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนแก่ธุรกิจนวัตกรรมให้กับภาคเอกชนไทย ซึ่งการร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมทรายแมว “ไฮด์แอนด์ซีค“ ในครั้งนี้
จึงเสมือนเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศนวัตกรรมของ เอ็นไอเอ ที่ตอบโจทย์การพัฒนาธุรกิจนวัตกรรม และใช้เครื่องมือทางนวัตกรรม มาเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการร่วมลงทุนให้มากขึ้น
ทั้งนี้ จะส่งผลให้ผู้ประกอบการระดับภูมิภาค และประชาชนทั่วไปเกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญในการใช้นวัตกรรมเพื่อพัฒนาธุรกิจท้องถิ่น และยกระดับเศรษฐกิจของพื้นที่
“นิลมังกร” ตัวแรกของประเทศไทย จาก “รายการนิลมังกรเดอะเรียลลิตี้“

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง รองผู้อำนวยการด้านระบบนวัตกรรม เอ็นไอเอ กล่าวว่า โครงการประกวดสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมประเทศไทย หรือ นิลมังกร เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ศูนย์แบรนด์เคยู คณะบริหารธุรกิจ กับภาคีเครือข่าย 20 หน่วยงานทั่วประเทศ
ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างมูลค่า และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าหรือบริการนวัตกรรม เพื่อเฟ้นหาผู้ประกอบการทั้งเอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพในภูมิภาคที่มีการนำอัตลักษณ์ของพื้นที่มาสร้างสรรค์ร่วมกับการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
ผ่านการสื่อสารในรูปแบบของการให้ความบันเทิงควบคู่ไปกับสาระ (Edutainment) ภายใต้ “รายการนิลมังกรเดอะเรียลลิตี้“ ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นให้กับทั้ง 20 แบรนด์นวัตกรรมไทยได้กว่า 400 ล้านบาท

รวมถึงการปั้น “นิลมังกรตัวแรกของประเทศไทย“ คือ ผลิตภัณฑ์ทรายแมวไฮด์แอนด์ซีค บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ทรายแมวที่ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังที่ปลูกในประเทศไทย ผ่านกระบวนการในการปรับปรุงคุณสมบัติที่ช่วยเก็บกลิ่น และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ
ตลอดระยะเวลาที่อยู่ใน “รายการนิลมังกรเดอะเรียลริตี้“ รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 6.5 เท่า ภายในระยะเวลา 3 เดือน และมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 50 เท่า ภายในระยะเวลา 2.5 ปี ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวอย่างธุรกิจนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ เตรียมรอพบกับนิลมังกรเดอะเรียลริตี้ ซีซั่น 2 ได้ เร็ว ๆ นี้
ระดมทุนจากนักลงทุนอิสระ

วัฒนพร ตั้งสง่า ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการ บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ทรายแมวไฮด์แอนด์ซีคเป็นมิตรต่อแมวผู้กลบ และทาสผู้เก็บ เป็นนวัตกรรมที่เริ่มต้นจากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และมองหาวัตถุดิบที่เป็นผลผลิตทางการเกษตรจนมาลงตัวที่มันสำปะหลัง
เนื่องจากคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับกลิ่น และของเหลว และที่สำคัญสามารถทิ้งลงชักโครกได้ เพราะผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทรายแมวไฮด์แอนด์ซีคสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้น และต้องเริ่มวางแผนขยายกำลังการผลิตให้ตอบสนองความต้องการ

ของตลาด จึงทำให้เกิดการระดมทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต การตลาด และการส่งออกให้กับผลิตภัณฑ์ โดยมีภาคธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่อย่างโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ที่อยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงอันดับต้นของประเทศไทย และนักลงทุนอิสระ บุญปวีณ บุญมีโชติ ร่วมลงทุน โดยมูลค่าของการร่วมลงทุนในครั้งนี้ 10 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 ได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นทรายแมวเปลี่ยนสี โดยรองศาสตราจารย์ ดร.คเณศ วงษ์ระวี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.ลัญจกร อมรกิจบำรุง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ซึ่งได้รับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ในการพัฒนาสูตรทรายแมวเปลี่ยนสีที่จะช่วยติดตามอาการป่วยของแมวจากการปัสสาวะได้ ผู้เลี้ยงจะสามารถทราบถึงความผิดปกติของแมวได้ล่วงหน้า เพื่อรับการรักษาอย่างทันถ่วงที ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลเหรียญทองสิ่งประดิษฐ์จาก Korea Invention Promotion Association สาธารณรัฐเกาหลี
และรางวัล The Best Innovation จากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จากยอดขายในปี 2565 ของ บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด มียอดขายอยู่ที่ 8 ล้านบาท และในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายให้มียอดขายอยู่ที่ 20 ล้านบาท
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเฉลี่ยประมาณ 5–10% ต่อปี

พูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร กรรมการบริษัท และผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี และการเงิน และผู้ประสานงานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำกัด กล่าวว่า โอกาสการเติบโตในธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเฉลี่ยประมาณ 5–10% ต่อปี และขยายตัวต่อเนื่องจากคู่รักที่ไม่มีบุตร กลุ่ม LGBTQ และกลุ่มผู้สูงวัย
ที่พร้อมจะจับจ่ายใช้สอยในเรื่องอาหาร ของใช้ รวมถึงบริการต่างๆ เพื่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ซึ่ง “ผลิตภัณฑ์ทรายแมว“ ก็เป็นสินค้าที่น่าสนใจที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ สามารถย่อยสลายได้ และตอบโจทย์การใช้งานที่ง่าย สะดวกสบาย เหมาะกับผู้เลี้ยงแมวในระบบปิด
ทั้งนี้ ในช่วงแรกทางโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้มีการจ้างผลิตแบบ OEM (Original Equipment Manufacturing) ภายใต้แบรนด์ Dr.Choice ซึ่งทำให้มองเห็นโอกาส และแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมนี้ จึงตัดสินใจร่วมลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจร่วมกัน

โดยได้เชิญ บุญปวีณ บุญมีโชติ นักลงทุนอิสระ และผู้จัดการแผนกจัดซื้อ และวางแผน บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด เข้าร่วมการลงทุนในครั้งนี้ เพื่อผลักดันเรื่องของการปรับปรุงกระบวนการผลิต การลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการผลิต รวมถึงช่องทางการจำหน่าย และเพิ่มโอกาสการส่งออกผลิตภัณฑ์ทรายแมวไปขายยังต่างประเทศอีกด้วย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























