DE เดินหน้าปั้น “โคราชโมเดล” เตรียมพร้อมยกระดับสู่ “มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต”

DE

ดีอี (DE) เดินหน้าปั้น “โคราชโมเดล” เตรียมพร้อมยกระดับสู่ “มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” รับเป้าหมายการก้าวศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Hub)…

highlight

  • นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) เดินหน้าสานต่อเป้าหมาย “การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital Economy Hub) ภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand Vision “Ignite Thaland : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” พร้อมปลุกเมื่องโคราชในฐานะประตูสู่ภาคอีสานให้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่มีศักยภาพในระดับภูมิภาค โดยเปิดโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now-โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ใน 4 มิติ ประกอบด้วย ดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียม (ด้านสังคม), ดิจิทัลเพื่อความปลอดภัย (ด้านความมั่นคง), ดิจิทัลเพื่อโอกาสที่ดีกว่า (ด้านเศรษฐกิจ) และดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ด้านการดำเนินงานภาครัฐ)

DE เดินหน้าปั้น “โคราชโมเดล” เตรียมพร้อมยกระดับสู่ “มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” พร้อมสานต่อโครงการ Health Link และ Sikhio Smart Living

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) พร้อมทั้งเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้ายกระดับประเทศ ไปสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand Vision “Ignite Thaland : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง”

เพื่อสานต่อเป้าหมายในการเดินหน้ายกระดับ “การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital Economy Hub) ด้วยการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพประชาชน รวมถึงบุคลากรภาครัฐ

ผ่านการสร้างองค์ความรู้ และส่งเสริมการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชนทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค พร้อมต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

DE

ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Digital Korat: The Future Starts now-โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” โดยมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด

ร่วมด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และหน่วยงานในสังกัด กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สดช.)

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (บีดีไอ) บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (เอ็นที) บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.)

พร้อมทั้งเครือข่ายพันธมิตร และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2557 ศูนย์การศึกษาหนองระเวียง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลปัจจุบัน เรามีความต้องการยกระดับประเทศ ไปสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ Thailand Vision “Ignite Thaland : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง”

โดยหนึ่งในเป้าหมายคือ การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Hub) ดังนั้นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม จึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ ให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล

ร่วมกับการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้ได้รับบริการจากภาครัฐอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม พร้อมกับการพัฒนาศักยภาพประชาชน รวมถึงบุคลากรภาครัฐ สร้างองค์ความรู้ ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชนทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค

การนำดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำอย่างมั่นคงปลอดภัย ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน

DE
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)

ด้าน ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า โครงการ “Digital Korat: The Future Starts now-โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” เป็นการขับเคลื่อน และยกระดับจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นจังหวัดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เป็นประตูสู่ภาคอีสาน

ที่มีศักยภาพความพร้อมในหลายด้าน สู่การเป็นเมืองดิจิทัลในระดับภูมิภาค ภายใต้ภารกิจของกระทรวง ดีอี ใน 4 มิติ ประกอบด้วย ดิจิทัลเพื่อความเท่าเทียม (ด้านสังคม), ดิจิทัลเพื่อความปลอดภัย (ด้านความมั่นคง), ดิจิทัลเพื่อโอกาสที่ดีกว่า (ด้านเศรษฐกิจ) และดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ด้านการดำเนินงานภาครัฐ)

ผ่านการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง ดีอี และภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่

  • การขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นจังหวัดต้นแบบในการใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช้กระดาษ (Paper Less) การส่งเสริมการใช้งานด้านดิจิทัลในระบบบริการสาธารณสุข และการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล
  • ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สดช.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อร่วมมือกันในการพัฒนากำลังคน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านดิจิทัล ให้กับนักศึกษา และบุคลากรของสถาบันการศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา
  • ความร่วมมือระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) และส่งเสริม Soft Power ของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น ศิลปะ และการสร้างสรรค์ผลงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

DE

นอกจากนี้กระทรวง ดีอี ยังได้จัดกิจกรรมสัมมนา และอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลในด้านต่าง ๆ ได้แก่

  • การจัดกิจกรรมอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการฯ เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เครือข่ายอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยมีผู้เข้าร่วมการอบรมกว่า 2,0000 คน
  • กิจกรรมแนะนำอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) และแอปพลิเคชัน อสด. โดยผู้แทน สดช. เพื่อให้เกิดการพัฒนาและขยายเครือข่าย อสด.
  • กิจกรรมแนะนำบริการ และข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวออนไลน์
  • โครงการ GCC 1111 แจ้งเบาะแสข่าวปลอม เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อลามก อนาจาร เว็บไซต์พนัน รวมทั้งข้อมูลอาชญากรรมออนไลน์ในทุกรูปแบบ ผ่านโทรสายด่วน 1111
  • ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ให้คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากภัยออนไลน์ ประสานเรื่องการแจ้งความดำเนินคดี ระงับบัญชีธนาคาร
  • กิจกรรมจัดแสดงนิทรรศการของกระทรวงดิจิทัลฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และภาคเอกชน ได้แก่ การนำเสนอภารกิจ/โครงการสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ดีอี, การนำเสนอหลักสูตรวิชาการด้านดิจิทัลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เช่น VR Training และ EV เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และการนำเสนอนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของภาคเอกชน ได้แก่ Smart City ของบริษัท Huawei และ AI Mapping Robot ของบริษัท Metthier รวมถึงเทคโนโลยีทางการสื่อสารจาก บริษัท AIS และ True

“กระทรวงดีอี พร้อมขับเคลื่อน และยกระดับ จังหวัดนครราชสีมา เป็นต้นแบบของมหานครดิจิทัลแห่งอนาคต ก่อนขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ที่มีศักยภาพ และความพร้อม ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง สร้างสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างองค์ความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์ให้กับประชาชน

และบุคลากรหน่วยงานรัฐ ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยทุกคนอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล ( Digital Economy Hub) ของภูมิภาค” รมว.ประเสริฐ กล่าว

พร้อมดัน Health Link สู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ

DE

รมว.ประเสริฐ กล่าวถึงโครงการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ (Health Information Exchange: Health Link) และระบบ Health Link ว่า หลังจากที่ได้มอบหมายมอบหมายให้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ บีดีไอ (BDI) วางแผนดำเนินการแบบบูรณาข้อมูลสุขภาพ การร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข

เพื่อนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยเริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานครฯ ไปก่อนหน้านี้ วันนี้โครงการดังกล่าวได้มีการต่อยอดขยายผลการใช้งานในพื้นที่มาสู่จังหวัดนครราชสีมา แล้วเนื่องจากต้องการสร้างต้นแบบของการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ

ในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพกับหน่วยบริการทุกระดับ ส่งผลให้ประชาชนเกิดการรักษาแบบไร้รอยต่อ พร้อมพัฒนากลไกการใช้ประโยชน์จากข้อมูล Health Link อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความยั่งยืน และเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน

DE

ทำให้แพทย์สามารถดูประวัติการรักษาข้ามสถานพยาบาลนอกสังกัด ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยในการตรวจวินิจฉัยซ้ำซ้อน และสามารถได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ทันท่วงที และในอนาคตจะช่วยทำให้สามารถจัดทำแผนงบประมาณระยะยาว ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน

และทำให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบัน Health Link มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ  ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ได้แล้ว

จับมือ “ดีป้า” พัฒนา Sikhio Smart Living ยกระดับความปลอดภัย การบริการรัฐ และจัดการข้อมูลเมือง

DE

รมว.ประเสริฐ กล่าวเสริมว่า ในส่วนของการเดินหน้าพัฒนา Digital Korat เป็นหนึ่งในแผนพัฒนา Mega Program ภายใต้นโยบาย เพื่อพลิกโฉมประเทศไทย ซึ่งแผนการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City Plan) ของรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัลในการสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ

อีกทั้งยังเป็นการยกระดับให้สังคมให้มีความน่าอยู่ มีคามทันสมัย และเป็นการกระจายความเจริญ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ภูมิภาค ด้วยการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนภาคเอกชน ซึ่ง เทศบาลเมืองสีคิ้ว เองก็มีถือเป็นอีกหนึ่งที่มีได้มีการเตรียมความพร้อม และศักยภาพ

DE

จึงเสนอขอเข้าร่วมในโปรเจ็กซ์ Smart City Smart Living ของภาครัฐ ซึ่งมีมี ดีป้า เป็นหน่วยงานหลักดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรระดับพื้นที่ โดยในการเข้าร่วมโครงการ Sikhio Smart Living ของ เทศบาลเมืองสีคิ้ว ในครั้งนี้ จะครอบคลุมการพัฒนาในหลายส่วน ทั้งใน มิติด้านความปลอดภัย ด้านบริการภาครัฐ

และด้านการบริหารจัดการข้อมูลเมือง (City Data Platform: CDP) และยังเป็นการสานต่อการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการเมืองในภาคประชาชน สังคม และท้องถิ่นในพื้นที่ อีกด้วย ทั้งนี้ภายในงาน Sikhio Smart Living ยังได้มีการส่งมอบอุปกรณ์ดิจิทัลแก่โรงเรียน

DE

ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ซึ่งอยู่ในแผนการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของรัฐบาล โดยปัจจุบันมีเมืองที่ผ่านการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 36 เมืองจาก 25 จังหวัดทั่วประเทศ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay