OPPO แจงปิด และงดขายโทรศัพท์ใหม่ที่มี แอปฯ Fineasy แล้ว!! ด้าน สภาองค์กรผู้บริโภค จี้! ต้องโปร่งใส และชดเชยให้ผู้บริโภค

OPPO

ออปโป้ (OPPO) แจงปิด และงดขายโทรศัพท์ใหม่ที่มี แอปฯ Fineasy แล้ว!! ด้าน สภาองค์กรผู้บริโภค จี้! ต้องโปร่งใส และชดเชยให้ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ…

OPPO แจงปิด และงดขายโทรศัพท์ใหม่ที่มี แอปฯ Fineasy แล้ว!! ด้าน สภาองค์กรผู้บริโภค จี้! ต้องโปร่งใส และชดเชยให้ผู้บริโภค

เมื่อวานเวลาตี 2 โนประมาณ ออปโป้ ประเทศไทย ได้ออกมาร่อนจดหมายขออภัยให้แก่ทางสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยพิจารณาเผยแพร่ข้อความชี้แจ้ง และมาตราการที่จะดำเนินการ หลังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สั่งการให้ บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ออปโป้ 

ยุติการจำหน่ายโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของ ออปโป้ ทั้งหมดที่ติดตั้งแอพพลิเคชั่นสินเชื่อ หรือแอพพลิเคชั่นใด ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยที่ไม่แจ้ง หรือขอความยินยอมจากผู้ใช้งาน เนื่องจากเข้าข่ายความผิดฐานละเมิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

และต้องสามารภให้ผู้ใช้งานสามารถลบแอพพลิเคชั่นดังกล่าวออกจากเครื่องได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ออปโป้ ประเทศไทย ได้เข้าประชุมร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.),

สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.), สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) แล้วเพื่อรับทราบถึงข้อเรื่องร้อง และข้อบังคับที่ทาง บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายต้องดำเนินการ

ในทันทีใน 5 ด้าน ได้แก่ 1. ขอสัญญาการแต่งตั้งตัวแทนของไทย ตามมาตรา 37(5) 2. พิจารณามาตรการทางกฎหมายติดตั้งแอพพลิเคชั่นตามมาตรา 23 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 3. ข้อมูลไม่ได้รับความยินยอมเปิดช่องทางให้ลบได้อย่างไร 4. เครื่องใหม่ต้องไม่มีแอพพลิเคชั่นอยู่ในเครื่อง 

รวมถึงต้องสรุปสรุปข้อมูลมาให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่า 5. เจ้าของแอปฯ “Fineasy” คือใคร? มีตัวแทนในการรับผิดชอบข้อมูลตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่ โดยหากพบว่าทำความผิดจริงจะต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง และอาญา และปรับไม่เกิน 3 ล้านบาท

โดยล่าสุด บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ออปโป้ ในประเทศไทย ได้ออกหนังสือชี้แจ้งดังกล่าวข้าวต้นโดยมีข้อความดังนี้

OPPO

ด้าน แอปพลิเคชั่น Fineasy” หลังจากที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมาหลายวัน เมื่อวานนี้หลังจากการตรวจสอบแอปพลิเคชั่นดังกล่าวได้ยุติให้บริการแล้ว เมื่อวานนี้ (13 มกราคม 2568) โดยภายในตัวแอปไม่สามารถใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ดีผู้ใช้ที่มีตัวแอปอยู่ในเครื่องนั้น “ไม่สามารถถอนการติดตั้งได้”

เนื่องจากตัวแอปฯ Fineasy มีสถานะเป็นแอประบบ (system app) ที่ถูกฝังมากับรอม ทำให้ไม่สามารถลบได้ด้วยวิธีปกติ แต่ทำได้เพียง “ถอนการติดตั้งการอัปเดต” เพียงเท่านั้น

OPPO

สภาองค์กรผู้บริโภคยันต้องชัดเจนโปร่งใสตั้งแต่เริ่ม และต้องมีมาตรการชดเชยให้ผู้บริโภค

อย่างไรก็ดีเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะจบเพียงแค่ให้ชี้แจง และแก้ไขเพียงเท่านั้นแล้ว เนื่องจากล่าสุดทางสำนักงานสภาองค์กรผู้บริโภค มองว่าทาง บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ออปโป้ ไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรม และไม่มีการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด

ทำให้คาดว่าน่าจะมีผลประโยชน์ หรือส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับผู้พัฒนาแอปฯ “Fineasy” โดยที่หากเจ้าของเครื่องต้องการลบ แอปฯ ออกจำเป็นต้องเดินทางที่ศูนย์บริการขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างภาระให้ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งหากไม่สามารถดำเนินการให้สามารถผู้ใช้สามารถลบแอปเงินกู้เถื่อนเองได้

รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนว่าแอปฯเงินกู้ดังกล่าวถูกติดตั้งมาตั้งแต่ขั้นตอนใด ก่อนจำหน่าย สำนักงานสภาองค์กรผู้บริโภคขอให้ บริษัท โพสเซฟี่ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ออปโป้ จ่ายเงินเยียวยาค่าเดินทางค่าเสียเวลาให้ผู้บริโภค 2,000 บาทต่อราย

ซึ่งหากพิจารณาจากเอกสารชี้แจ้งดังกล่าว จะไม่ได้มีข้อมูล หรือมาตรการในเรื่องดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด อีกทั้งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เองก็ยังไม่มีการระบุว่าปล่อยให้เครื่องรุ่นต่าง ๆ ดังกล่าว

ผ่านกระบวนการตรวจสอบก่อนอนุญาตให้จำหน่ายได้อย่างไร กสทช.ควรมีบทบาทที่ชัดเจนในการเข้ามากำกับดูแลซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ตามอำนาจหน้าที่ในประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ในเรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคม พ.ศ. 2566 กำหนดชัดเจนว่าผู้รับใบอนุญาตต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูล และความปลอดภัยของผู้บริโภค ให้ดีกว่านี้

OPPO

อนึ่งทาง สำนักงานสภาองค์กรผู้บริโภค ได้แนะนำให้ผู้ใช้ครื่องจากบริษัทฯ ที่ได้ลับคามเดือดร้อนจากแอปฯ เงินกู้ ดังกล่าว ชำระเฉพาะเงินต้นเท่านั้น หากถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือหากพบว่ามีทวงหนี้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

สามารถแจ้งร้องเรียนมาที่สภาผู้บริโภคเพื่อขอคำปรึกษา และความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ โดยติดต่อสายด่วน 1502 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ tcc.or.th

truemoney ยันไม่เหมือนกัน? หลังถูดพาดพิง!

OPPO

ด้าน บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ ทรูมันนี่ (truemoney) ได้ออกมาชี้แจ้งหลังถูกพาดพิงเรื่องการติดตั้งแอปพลิเคชันทางการเงินบนอุปกรณ์มาจากโรงงาน โดยชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่ากระบวนการขออนุญาตไม่เหมือนกับที่ถูกกล่าวอ้าง แลพพาดพิงถึง โดยมีรายละเอียดดังนี้

“แอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ (truemoney) เป็นแอปพลิเคชันที่ให้บริการทางการเงินอย่างถูกกฎหมาย ซึ่ง บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด และบริษัทในเครือทั้งหมด รวมถึง บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง

โดย บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ จากธนาคารแห่งประเทศไทย และบริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล จากธนาคารแห่งประเทศไทย อีกทั้งไม่มีนโยบาย หรือการร่วมมือกับผู้ผลิตมือถือแบรนด์ใด ๆ

ที่ทำการติดตั้งแอปพลิเคชันทรูมันนี่ ตั้งแต่ผลิตที่โรงงาน รวมทั้งไม่มีการติดตั้ง Pre-Install แอปพลิเคชัน ของ ทรูมันนี่ ในมือถือที่จำหน่ายที่ร้าน หรือตัวแทนจำหน่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยการใช้งานแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่  ต้องทำการดาวน์โหลดแอปฯ ก็สามารถด้วยตนเอง

ผ่าน Apple Store (iOS) หรือ Play Store (Android) และเป็นผู้ให้ความยินยอมเองตลอดกระบวนการสมัคร และใช้บริการ โดยที่สามารถติดตั้ง หรือถอถอนตัวแอปฯ ได้ทันที อนึ่ง บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด และบริษัทในเครือทั้งหมด ให้ความสำคัญในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และความปลอดภัย

ในการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้งานในระดับสูงสุด บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยยึดตามหลักตามกฏหมาย อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และมีการขออนุญาตเพื่อเก็บ รวบรวม และเข้าถึงข้อมูลใด ๆ ของผู้ใช้ก่อนทุกครั้ง และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

และให้ความสำคัญในการปกป้องความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้งานสูงสุด ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทรูมันนี่ ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 3X Protection ตรวจ–จับ-หยุด” มาใช้เพื่อสร้างความรัดกุมในการเข้าใช้บัญชีด้วยการยืนยันตัวตนหลายชั้น และหยุดธุรกรรมแปลกปลอม

พร้อมป้องกันการดูดเงิน โดยปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีทรูมันนี่หากอุปกรณ์ของผู้ใช้มีการเปิดการตั้งค่า หรือติดตั้งแอปที่ไม่ปลอดภัยอีกด้วย ทั้งนี้ หากลูกค้ามีข้อสงสัย หรือ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อศูนย์บริการลูกค้าทรูมันนี่ โทร 1240 หรือ Live Chat ผ่านแอปพลิเคชันได้ทุกวัน ตลอด24 ชม.”

OPPO

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay