สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) รวมพลัง รัฐ-เอกชน-ประชาสังคม ปั้นบุคลากร AI ในโครงการ “Super AI Engineer Season 5” หวังช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนคนทำงานด้าน AI ในยุค AI Disruption…
AIAT รวมพลัง รัฐ–เอกชน–ประชาสังคม ในโครงการ “Super AI Engineer Season 5” หวังปั้นบุคลากร AI ที่ขาดแคลนในยุค AI Disruption
เพราะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญมากในโลกยุคปัจจุบัน ความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น การพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และอุตสาหกรรม
เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย อันจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมไทย โดย สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), หน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน
และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT)
จึงได้ขยายความร่วมมือการขับเคลื่อนพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภายใต้โครงการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิด นวัตกร, วิศวกร และนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์
เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว (Super AI Engineer Season 5)

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นประธานในงาน
พร้อมกับการกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “แนวทางนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Disruption)”
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน อาท ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
ที่ได้กล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “บพค. กับ การพัฒนาคนสมรรถนะสูงด้านปัญญาประดิษฐ์”, ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ปาฐกถา ในหัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์กับการพัฒนาคนเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน”

ภายในงานยังได้มีการจัดเวทีการเสวนาพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์จะช่วยประเทศไทยได้อย่างไร ?” โดยมี ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ,
รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผน และยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer, SCBX,
และ อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแชร์แนวคิดที่น่าสนใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบถึงประเด็นที่น่าสนใจในแง่มุมต่าง ๆ

โดยงานนี้ ได้สะท้อนถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ, ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อย่างแท้จริง โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้งจากหน่วยงานที่ดำเนินโครงการ Super AI Engineer Season 5 และหน่วยงานผู้ให้การสนับสนุน
มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก อาทิ ผศ.ดร.นงนุช เกตุ้ย หัวหน้าโครงการ Super AI Engineer Season 5, ผู้บริหารจาก LG, SCBX, บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด, AXONS Corporate, เดอะไพน์ รีสอร์ท, บริษัท อัลโต้เทค โกลบอล จำกัด, SCG, บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด,
บริษัท ทัชเทค โซลูชั่น จำกัด, ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภูมิภาค 5 ศูนย์ และมหาวิทยาลัยในเครือข่าย, ศูนย์ทรัพยากรคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณขั้นสูง (NSTDA Supercomputer Center: ThaiSC, สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งประเทศไทย (DCT),
หน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ผสมผสาน, สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย เป็นต้น

พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ปัญหาด้าน AI ของประเทศไทย พบว่ามี 2 ปัญหาหลัก คือ การขาดแคลนบุคลากร และการประยุกต์ใช้ AI
ที่ปัจจุบันยังมีบุคลากรในจำนวนน้อย รวมไปถึงแผนพัฒนา ทางกระทรวง อว. จึงได้กำหนดนโยบาย อว. for AI มุ่งเน้นการดำเนินการใน 3 เสาหลัก ได้แก่
- AI for Education : การใช้ AI ในการเรียนการสอนให้คนไทยมีศักยภาพสูงสุด และเร็วที่สุด
- AI Workforce Development : การพัฒนาบุคลากรด้าน AI และการสร้างพื้นฐานด้าน AI ให้คนไทยในระบบการศึกษาและตลาดแรงงาน
- AI Innovation : การสนับสนุนนวัตกรรม AI สู่ตลาด การพัฒนามาตรฐาน และทดสอบ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดความแพร่หลายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทย
ซึ่งหากดูข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พบว่า ปัจจุบันมีการขาดแคลนคนทำงานด้าน AI กว่า 8 หมื่นคน แต่คน AI กว่าครึ่งไม่ได้ทำงานด้าน IT และธุรกิจยังมีความต้องการจ้างคนไปทำวิจัยพัฒนาในสัดส่วนที่สูงที่สุด (ร้อยละ 35)

ด้าน ดร.ภาวดี อังค์วัฒนะ รองผู้อำนวยการ บพค. กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของ บพค. ที่เป็นหน่วยงานขับเคลื่อน ส่งเสริม สานพลัง ระบบ ววน. ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และงานวิจัยขั้นแนวหน้า เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทยสู่อาเซียน
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ อว. ด้าน AI Workforce Development ดังนั้น การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของประเทศแบบ demand driven ให้พร้อมรับการ disruption ของโลก จึงมีความสำคัญ
ซึ่งเห็นได้จากการสนับสนุนทุนด้านพัฒนากำลังคน ด้าน AI ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ภายใต้โครงการ AI for All โดยเฉพาะโครงการ Super AI Engineer ได้พัฒนาวิศวกรด้าน AI และกลุ่มผู้ใช้เครื่องมือ AI Tools (AI Beginner/Prompt Engineer) จำนวนมาก
โดยจากข้อมูลสถิติของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ปีการศึกษา 2565-2566 มีบัณฑิตที่จบหลักสูตรสาขาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์โดยตรง ไม่ถึง 500 คน โครงการ Super AI Engineer จึงมีส่วนในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนคนทำงานด้าน AI

ขณะที่ รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผน และยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า ในบทบาทของ บพท. มุ่งเน้นการสร้างงาน เพื่อต่อยอดกำลังคนด้าน AI ที่มีอยู่สู่ชุมชน หรือ AI Localization ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงการพัฒนากำลังคน จาก บพค. สู่การสร้างงาน ในชุมชน ด้วย บพท.
“Super AI Engineer Season 5” มุ่งเสริมสร้าง และพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ ใน 3 กลุ่ม สำคัญ
สำหรับโครงการ Super AI Engineer ในปีนี้เป็น Season ที่ 5 แล้ว ซึ่งตั้งแต่ Season 1-4 ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการรวมมากกว่า 33,000 คน และ Super AI Engineer Season 5 นี้ เป็นการเสริมสร้าง และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์
ที่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมได้จริง มีศักยภาพทัดเทียมระดับสากล ภายใต้กำลังคน 3 กลุ่ม ได้แก่ นวัตกร (AI Innovator) วิศวกร (AI Engineer) และนักวิจัยระดับสูง (AI Researcher) พร้อมต่อยอดเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (AI Solopreneur/AI Entrepreneur)
เพื่อสร้างให้เป็นผู้มีทักษะในการถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้ได้ (AI Instructor) รวมไปถึงการพัฒนาระบบนิเวศการพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Workforce Development Ecosystem) และกระตุ้นความสนใจ และเกิดความร่วมมือเข้าสู่การพัฒนาศักยภาพปัญญาประดิษฐ์
ให้กับประชาชนทุกระดับ และสุดท้ายเป็นการสร้างกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพด้านปัญญาประดิษฐ์ เชื่อมโยงไปยังธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่มีอยู่ให้รองรับการพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง
ทั้งนี้โครงการได้รับความร่วมมือจาก 3 หน่วยงานหลัก เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมได้แก่ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT), ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT)

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิด ระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Ecosystem นั้น กำลังคน จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการขับเคลื่อน ดังนั้น การสร้าง และพัฒนา ให้คน มีความรู้
และความสามารถ ด้าน AI ที่มีมาตรฐานตามสมรรถนะของบุคคลในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงการเชื่อมโยงเครือข่าย โดยสมาคม ฯ เป็นสื่อกลางในการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลให้ประเทศมีความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ของประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืน

ด้าน ผศ.ดร.นงนุช เกตุ้ย หัวหน้าโครงการ Super AI Engineer Season 5 กล่าวเสริมว่า แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) ซึ่งมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ด้านจริยธรรม และกฎระเบียบ AI, ด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI, ด้านกำลังคน AI,
ด้านวิจัยพัฒนา และนวัตกรรม AI และ ด้านการส่งเสริมธุรกิจและการใช้ AI โดยมีการใช้นวัตกรรม AI ดังนั้นกิจกรรมของโครงการ Super AI Engineer ปีนี้ จึงเกิด Track ใหม่อีก 2 Track เพิ่มขึ้นจากเดิม ทำให้ในปีนี้ จะแบ่งเป็น 3 Track ได้แก่
- Track 1 : AI Innovator มุ่งสร้างนวัตกรด้านเอไอ ที่สามารถใช้ AI Software, AI Tools / API มาทำเป็นแอป, ทำเป็นบริการ, หรือมาช่วยแก้ปัญหาขององค์กร ชุมชน หรือปัญหาที่มีได้ ซึ่ง Track นี้เป็น Track ใหม่
- Track 2 : AI Engineer มุ่งสู่การเป็นวิศวกรเอไอ ที่สามารถพัฒนาโมเดล AI เพื่อประยุกต์กับงานด้านต่าง ๆ ซึ่ง Track นี้เป็น Track ที่มีอยู่เดิม
- Track 3 : AI Researcher มุ่งเน้นเผยแพร่องค์ความรู้ AI ใหม่ ๆ ในวงการวิชาการระดับสากล ซึ่ง Track นี้เป็น Track ใหม่เช่นกัน
ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ในยุทธศาสตร์ 3, 4, 5 นั่นเอง ทั้งนี้ต้องขอบคุณศูนย์ประสานงานเครือข่ายภูมิภาค 5 ศูนย์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา, มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต
ที่ได้ขับเคลื่อนร่วมกันมาตั้งแต่ Season 1-4 และในปีนี้ทางโครงการ ฯ ได้ขยายความร่วมมือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ
เช่น ราชมงคลธัญบุรี ราชมงคลล้านนา, ราชภัฎบุรีรัมย์ ราชภัฎกำแพงเพชร และอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ที่กำลังประสาน เพื่อเข้ากิจกรรม พัฒนากำลังคนในกลุ่ม AI Innovator อีกด้วย
รัฐ–เอกชน–ประชาสังคม ร่วมแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร AI ในไทย

อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิกส์ กล่าวว่า แอลจี เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคคลากรด้าน AI และในฐานะผู้นำ ด้านเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์การประยุกต์ใช้ AI ในชีวิตประจำวัน มีความมุ่งมั่นที่ จะร่วมผลักดันในการเสริมสร้างกำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับประเทศไทย
จึงได้ร่วมสนับสนุนโน้ตบุ๊ก LG gram มูลค่ารวมกว่า 2.4 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ Super AI Engineer ในครั้งนี้

ด้าน กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer, SCBX กล่าวว่า ในยุคที่ AI เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ SCBX เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะบุคลากรด้าน AI จึงร่วมสนับสนุนโครงการ Super AI Engineer รวมถึง การลงทุน และสร้าง AI Sandbox สำหรับการวิจัย และพัฒนา
และ SCBX ยังมุ่งพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ของไทย ผ่าน Typhoon-Large Language Model (LLM) ของไทย ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยโดยเฉพาะ เพื่อเสริมศักยภาพการสร้างนวัตกรรม AI ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ
และอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยได้ให้ผู้เข้าอบรม Super AI Engineer เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา Typhoon LLM ด้วย

ขณะที่ สุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล CTO Huawei Cloud Thailand จาก บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า หัวเว่ย ได้สร้าง Huawei Cloud ในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนทรัพยากรด้าน Cloud Computing เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงเครื่องมือ
และแพลตฟอร์ม AI ที่ทันสมัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาโซลูชั่น และโมเดล AI มีประสิทธิภาพสูง รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และช่วยให้นักพัฒนา AI ไทยสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพของนักพัฒนา AI ในประเทศไทย
ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งต้องขอขอบคุณโครงการ Super AI Engineer ที่ให้โอกาส Huawei Cloud ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอนาคตของ AI ไทยตั้งแต่ Season 1 และเราพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมมือกันต่อไป เพื่อสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งสำหรับนักพัฒนา AI ในทุกระดับ
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ที่ได้มาร่วมกับ โครงการ Super AI Engineer Season 5 เพื่อส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้าน AI ของประเทศไทยให้มีเพิ่มมากขึ้น เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย
ผู้ที่สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการในแทรค AI Innovator, AI Engineer หรือ AI Researcher สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ฟรีที่ superai.aiat.or.th ภายในวันที่ 2 มีนาคม 2568 เพื่อให้มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ level 2 ได้
ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจ และต้องการเรียน AI พื้นฐานผ่านทางระบบออนไลน์ที่มีให้เลือกเรียน AI หลากหลายด้านได้กว่าร้อยบทเรียน เรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ก็สามารถ สมัครฟรีได้ที่ superai.aiat.or.th โดยสามารถสมัครได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568
เมื่อสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว ทุกคนจะสามารถเริ่มเรียนได้ทันที และฟรีตลอดโครงการ นอกจากนี้ หากสามารถเข้าสู่ level 2 ได้ในแต่ละแทรค จะมีทุนสนับสนุนให้ด้วย ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละแทรค โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ superai.aiat.or.th และเฟสบุ๊กเพจ Super AI Engineer Development Program
สำหรับใครที่สนใจจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ไปด้วยกันกับโครงการ Super AI Engineer Season 5 สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสนับสนุนโครงการได้ที่ อ.สิริกร ประทุม ผู้อำนวยการ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย โทร. 097-1861734 หรือ 099-226-3664
ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ : ฌัชชา สุภานุภาพพงศ์ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย โทร. 097-1861-734 หรือ อีเมล superai@aiat.or.th
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























