เอบีบี (ABB) เผยผลการศึกษา พบ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนงานที่แข็งแกร่ง และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น…
highlight
- เอบีบี เผยผลสำรวจ “ดัชนีความพร้อมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2025” (Energy Transition Readiness Index 2025) ชี้ ผู้นำด้านพลังงานในประเทศไทยกว่า 80% ยืนยันแผนเปลี่ยนผ่านยังคงเดินหน้าท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ 77% คาดว่าจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเกิน 20% ภายใน 5 ปี และ 74% ขององค์กรลงทุนมากกว่า 10% ของงบ CAPEX เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ABB ชี้ไทยเปลี่ยนผ่านพลังงานเร็ว ด้วยแผนนโยบายที่แข็งแกร่ง-ลงทุนเพิ่ม

จากผลสำรวจดัชนีความพร้อมด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2025 ที่จักทำขึ้นโดยฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของ “เอบีบี” เผยว่า ประเทศไทยมีบทบาทนำชัดเจนในการกำหนดทิศทางและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาค ด้วยแผนงานที่มั่นคง และวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่อนาคต
จากการสำรวจผู้นำธุรกิจด้านพลังงาน 4,085 ราย ใน 12 ประเทศ พบว่า 80% ของผู้นำในไทยยังคงเดินหน้าแผนเปลี่ยนผ่าน แม้เผชิญความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนถึงเสถียรภาพของกลยุทธ์พลังงานไทย
การเติบโตด้านพลังงานหมุนเวียนยังคงแข็งแกร่ง
โดย 77% คาดว่าจะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเกิน 20% ภายใน 5 ปี ขณะที่ 39% ระบุว่าองค์กรของตนใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่าครึ่งของการใช้พลังงานทั้งหมดแล้ว ผลสำรวจยังชี้ว่าไทยได้รับแรงหนุนจากเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ความเชื่อมั่นต่อ AI และระบบอัตโนมัติ
รวมถึงร่างแผน PDP2024 ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าเป็น 51% ภายในปี 2580 จาก 36% ในแผนปัจจุบัน

แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของ เอบีบี ในภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า สมรรถนะของประเทศไทยที่ได้จากตัวชี้วัดความพร้อมทุกรายการนั้นเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งเป็นผลจากการใช้พลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและได้รับการยอมรับอย่างมาก
จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และการใช้ AI อย่าง มีวิสัยทัศน์ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากความมุ่งมั่นระดับประเทศ ประเทศไทยจึงมีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคนี้ และเพื่อให้ได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มประสิทธิภาพ
องค์กรธุรกิจไทยจำเป็นต้องเสริมการวางแผนกลยุทธ์ และทักษะกำลังคนให้แข็งแกร่ง ด้วยการลงทุนที่ตรงเป้า และความร่วมมือข้ามภาคส่วน เพื่อปิดช่องว่าง และสร้างอนาคตด้านพลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยผลสำรวจ ยังพบอีกว่า เทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย
โดย 65% ของผู้นำธุรกิจมองว่าเทคโนโลยีคือปัจจัยเร่งหลัก ขณะที่ 34% เชื่อว่ายังมีโอกาสขยายการใช้โซลูชันที่พิสูจน์แล้วแต่ยังไม่ถูกนำมาใช้เต็มที่ ขณะที่การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automatic Control System) ได้รับความเชื่อมั่นสูง
โดย 69% ของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่าเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน พร้อมแรงสนับสนุนจากนโยบายดิจิทัลระดับประเทศ รวมถึงกลยุทธ์ AI มูลค่า 25,000 ล้านบาท ซึ่ง องค์กรไทยยังแสดงความมุ่งมั่นด้านงบลงทุน โดย 74% วางแผนจัดสรรงบ CAPEX มากกว่า 10%
“ไทย” พร้อมเปลี่ยนแปลงสู่ประเทศแห่งความยั่งยืนด้านพลังงาน

สำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานใน 5 ปีข้างหน้า เมื่อรวมความเชื่อมั่นด้านเทคโนโลยี การลงทุน และการประสานงานระหว่างภาคส่วน ประเทศไทย อยู่ในจุดพร้อมเปลี่ยนความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ให้เป็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และเสริมบทบาทผู้นำของไทยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างมั่นคง

“หากพิจารณาถึงอุปสรรคที่จะให้แผนการก้าวสู่ความยั่งยืนทางด้านพลังานของไทยต้องดำเนินได้ช้าแม้ประเทศทยจะมีจุดยืนที่พร้อมทั้งในด้านนโยบายจากภาครัฐ และมีความพร้อมทั้งในแง่ฐานที่มั่นในการสร้างแหล่งพลังงานสะอาด ก็คงหนี้ไม่พ้นเรื่อง การขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในเฉพาะด้าน
และการสร้างการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วน ที่จำเป็นต้องเร่งลงมือแก้ไข ร่วมถึงจำเป็นต้องเร่งในการพัฒนาทักษะของแรงงานให้เพียงพอต่อการเปลี่ยนปลงที่เกิดขึ้น ซึ่ง เอบีบี เองก็พร้อมที่จะเข้าสนับสนุนในส่วนของการพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในภาคเอกชน และภาคการศึกษา
ผ่านโครงการความร่วมมือเช่นเดียวกับที่ทาง เอบีบี ทำกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งปัจจุบัน มีบุคลากรที่เข้าร่วม และผ่านอบรมไปแล้วกว่า 5,415 ราย ขณะที่ในประเทศไทยเอง เอบีบี ร่วมมมือกับทางมหาวิทยลัยขอนแก่น เพื่อวางหลักสูตรการเรียนการสอนในด้านการใช้โซลูชั่นบริหารจัดการพลังงานแล้ว
โดยหวังว่าจะสามารถขยายไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำอื่น ๆ ได้ต่อไปในอนาคต และยังได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor :EEC) เพื่อเเชร์วิธีการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโซลูชั่น และซอฟต์แวร์ ในการบริหารจัดการการใช้พลังงานในเครื่องจักรกลต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” แอนเดอร์ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























