ITD ชี้ทางรอดเศรษฐกิจ ASEAN ต้องเชื่อมข้อมูลข่าวกรองทางการค้า

ITD

สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี (ITD) ชี้ทางรอดเศรษฐกิจ ASEAN และกลุ่ม CLMVT ต้องใช้เชื่อมข้อมูล “ข่าวกรองทางการค้า”…

ITD ชี้ทางรอดเศรษฐกิจ ASEAN ต้องเชื่อมข้อมูลข่าวกรองทางการค้า

ITD

สุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี กล่าวว่า บทบาทของ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา (องค์การมหาชน) คือการเดินหน้าผลักดันพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมการรวมตัวของอาเซียน

โดยเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงลึกในกลุ่มประเทศ CLMVT ได้แก่ กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา, เวียดนาม และไทย เพื่อเรียนรู้สิ่งที่ดีซึ่งกัน และกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกการค้ากำลังปั่นป่วนจากนโยบายของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำของสหรัฐฯ

ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างกลไกภูมิภาคที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากสร้างนโยบายดังกล่าวได้สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) อย่างมาก

สิ่งนี้ทำให้ผู้ประกอบการ และภาครัฐจำเป็นต้องเร่งทำความเข้าใจ และผสานความร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการแบ่งขั่วทางเศรษฐกิจ (Economic Framentation) ของ 2 มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก อย่าง สหรัฐฯ-จีน 

ซึ่งผู้ประกอบการ และภาครัฐอาจจำเป็นต้องระวัง และกระจายความเสี่ยงในการพึงพาฐานการผลิตจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป รวมไปถึงต้องมองหาความร่วมมือระหว่างประเทศในกลุ่มภูมิภาคเดียวกัน เพื่อลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มความมั่นคงให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ก็เพื่อลดผลกระทยที่จะเกิดขึ้นหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยาย และความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น แนวโน้มนี้ทำให้บทบาทของ ไอทีดี มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น และเร่งเดินหน้าสร้าง “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” ในระดับอาเซียน (ASEAN Trade Intelligence Community) ขึ้น

โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าของภูมิภาค เพื่อเพิ่มอำนาตในการต่อรอง และรับมือจากเกมการแข่งขันของ 2 มหาอำนาจทางเศษฐกิจโลก ได้อย่างมั่งคง และยั่งยืน

ITD
สุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ไอทีดี

ในปีนี้ ไอทีดี ได้เริ่มต้นศึกษาร่วมกับประเทศในกลุ่ม CLMVT เพื่อสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์โอกาส และความเสี่ยง พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนานโยบายที่ตอบโจทย์ความเป็นจริงของภูมิภาค

โดยมีเครื่องมือสำคัญคือ Trade Intelligence Report 2025 ซึ่งจัดทำเป็นปีที่ 2 โดยแบ่งออกเป็น 6 รายงาน ได้แก่ รายงานรายประเทศของ CLMVT และรายงานสรุปรวมในระดับภูมิภาค เพื่อใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงข้อมูลต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต

ซึ่งการรวมตัวของอาเซียนจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการ “เชื่อมโยงข้อมูล” ระหว่างกลุ่มประเทศใน CLMVT ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือที่ต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแข็งแกร่งให้แก่ภูมิภาค ร่วมถึงสร้างบทบาทในโลก “ยุคแห่งความปั่นป่วนครั้งใหญ่” (Era of Disruption)

ไทยต้องเร่งเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาครับความท้าทายของโลก

ITD
วิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา

วิมล ปั้นคง รองผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้า และการพัฒนา กล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ทั้ง กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม กำลังฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วหลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 1-5%

ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับบริบทโลก โดยมีประเทศ เวียดนาม เป็นผู้นำ และกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญจากผลของสงครามเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่ สปป.ลาว ได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟที่เชื่อมต่อกับจีนโดยตรง

ส่วน ไทย และเวียดนาม มีความโดดเด่นด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยถือเป็นผู้นำในด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากที่สุดในอาเซียน ซึ่งแม้ว่าไทยเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาคในด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่เวียดนามกำลังเร่งพัฒนา และอาจขึ้นมาเทียบชั้นในอนาคตอันใกล้

ขณะที่เมียนมา และลาวก็เร่งพัฒนาโครงสร้างเพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อทางพื้นดิน (Land Link) ไปยังประเทศอื่นในอาเซียนผ่านไทย อย่างไรก็ดี รายงานยังเตือนถึงความเสี่ยงในอนาคตของกลุ่ม CLMVT ในแง่ของการพึ่งพาการส่งออกไปยังชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

ซึ่งในอนาคตอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าอย่างฉับพลัน ขณะที่ในส่วนของการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ก็อีกหนึ่งความท้าทาย โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาสูง การพัฒนาแรงงานจึงต้องอาศัยเวลา และการวางแผนระยะยาว

“ไทยควรเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการค้าชายแดนซึ่งมีมูลค่าราว 26,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10% ของการส่งออกทั้งหมดของไทย เพื่อเสริมบทบาทของไทยในภูมิภาคและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในเวทีโลก”

ITD
ร้อยโท ดร.พันธ์รบ ราชพงศา ผู้อำนวยการกลุ่มงาน Trade Intelligence and Development Team

ด้าน ร้อยโท ดร.พันธ์รบ ราชพงศา ผู้อำนวยการกลุ่มงาน Trade Intelligence and Development Team กล่าวว่า จากรายงาน อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในกัมพูชาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางภาษีที่เข้มงวดกับกัมพูชามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

แม้จะมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนมากเกินไป แต่กัมพูชายังคงมองว่าความร่วมมือกับจีนคือกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยี หนึ่งในกรณีที่น่าสนใจ คือ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเสียมราฐ ซึ่งกัมพูชามุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการผลิต และการค้าข้ามพรมแดน

แต่สิ่งที่กัมพูชายังขาดคือ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเชื่อมโยงการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยในด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทย–กัมพูชา แม้จะมีความร่วมมือในระดับเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้งในอดีตยังคงเป็นอุปสรรคที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา

หากไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต เช่น การส่งวัตถุดิบจากไทยไปผลิตชิ้นส่วนในกัมพูชาเพื่อลดต้นทุน ก่อนนำกลับมาประกอบในไทย ซึ่งอาจหยุดชะงักลงได้ รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลและวางแผนเชิงรุก เพื่อรักษาเสถียรภาพของการผลิต และการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน เมียนมา ยังคงเป็นประเทศที่มีท่าทีเป็นมิตรกับไทย โดยเฉพาะจากความช่วยเหลือในอดีต แต่สถานการณ์ภายในประเทศยังคงเป็นข้อจำกัดต่อการลงทุน โดยเฉพาะเรื่องความเสถียรของระบบไฟฟ้า ในส่วนของ สปป.ลาว เองก็ได้มีการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา (Thilawa SEZ)

ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมาตรการทางเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น เช่น การละเว้นการบังคับใช้กฎหมายบางฉบับ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น วันนี้ประเทศไทยไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์การค้า และการลงทุนในภูมิภาคอย่างรอบด้าน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ITD
อาจารย์ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา

ด้าน อาจารย์ทวีชัย เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กล่าวเสริมว่า เวียดนามกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดด โดยมีปัจจัยสำคัญคือ เสถียรภาพทางการเมือง ที่เอื้อต่อการออกนโยบายอย่างรวดเร็ว และชัดเจน

ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ตั้งคำถาม เพราะเห็นผลประโยชน์จากนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังเผชิญกับข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ระบบราชการที่ล่าช้า โดยเฉพาะการขออนุญาตใช้ที่ดินที่ต้องรอการอนุมัติจากผู้ว่าระดับจังหวัด ซึ่งไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน

หรือการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่นำเข้าจากจีนเป็นหลัก ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สมบูรณ์ เช่น ทางด่วน และระบบรางที่ต้องใช้เวลาสร้าง รวมถึง บทบาทของกลุ่มธนาคารที่ยังไม่แข็งแรงพอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ซึ่งหากเวียดนามสามารถพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองได้อย่างแท้จริง และลดการพึ่งพาการผลิตแบบ OEM เหมือนที่ไทยเคยทำเมื่อ 30 ปีก่อน ก็อาจหลีกเลี่ยงกับดักรายได้ปานกลางได้สำเร็จ สำหรับประเทศไทย รายงานฉบับนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เร่งปรับตัว

โดยเฉพาะในด้านนโยบายที่ต้องชัดเจน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ITD

“สำหรับแผนในอนาคต ไอทีดี มีแผนที่ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนข้อมูลการค้าระดับภูมิภาคอย่างเข้มแข็งมากขึ้น โดยจะขยายเครือข่ายไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นสมุทร (Maritime Southeast Asia) ที่มี อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์

ไอทีดี มีเป้าหมายที่จะเดินหน้าทำ “ประชาคมข่าวกรองทางการค้า” ให้เกิดขึ้นให้ได้ภายในปี 2569 โดยมุ่งหวังที่สร้างแหล่งข้อมูลที่สดใหม่ ทั้งสถานการณ์ แนวโน้ม และการแจ้งเตือนสำคัญ ๆ” สุภกิจ เจริญกุล กล่าวสรุป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ITD เปิดเวทีสัมมนา Trade Intelligence Report 2025 ชี้ไทยต้องเร่งรับมือ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itd