ปลัดดีอี (DE) ลงพื้นที่นครพนม รุกขยาย “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” เสริมแกร่งทักษะ AI – ลดความเหลื่อมล้ำทั่วไทย….
highlight
- ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) ณ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ อ.เมือง จ.นครพนม และศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
“DE” บุกนครพนม! ยกระดับเกษตรอัจฉริยะผ่าน OTOD ชูระบบ IoT ปั้นรายได้ชุมชนทะลุ 500 ล้าน

พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ด้านดิจิทัล
รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์
“กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ด้านดิจิทัล รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลอย่างปลอดภัย และสร้างสรรค์” พชร กล่าว
ปลูกกล้วยขายได้ทั้งปี! ดีป้า ส่งมอบระบบจัดการแปลงอัตโนมัติ dSURE เสริมแกร่งวิสาหกิจชุมชน

ซึ่งในส่วนของพื้นที่ จ.นครพนม กระทรวงดีอี โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้ให้การสนับสนุนด้านเกษตรอัจฉริยะผ่านการส่งเสริมการใช้งานระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติ ซึ่งประกอบด้วย IoT Smart Farm และโรงเรือนมุ้งกันแมลง ขนาด 6×20 เมตร
ในโครงการโรงเพาะหน่อกล้วยบ้านสุขเจริญ ของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ ภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD#2) เพื่อยกระดับการปลูก และเพาะหน่อกล้วย แก้ไขปัญหาด้านโรคพืช แมลง และสภาพอากาศที่แปรปรวน

เพื่อให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ซึ่งระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรอัตโนมัติได้รับการพัฒนาโดย บริษัท น้องหมีใหญ่ โปรดักชั่น จำกัด ผู้ให้บริการดิจิทัล (Digital Provider) ที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) จาก ดีป้า
โดยโครงการ OTOD#2 ถือเป็นโครงการที่มุ่งกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ชุมชนคิดเอง เลือกเอง ใช้เองอย่างเข้าใจ” ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีการเกษตรแก่กลุ่มเกษตรกร ชุมชน และกลุ่มอื่น ๆ ทักษะการบริหารจัดการกระบวนการการผลิต
ให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล และได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล โดยโครงการมีการประมาณการผลกระทบทางเศรษฐกิจไว้ที่ 500 ล้านบาท จากการส่งเสริม และพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ให้ เกษตรกร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

“อย่างไรก็ดีในส่วนที่จำเป็นต้องคำนึงถึงคือเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยี ทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการดูแลรักษาอุปกรณ์ IoT ซึ่งทางกระทรวงดีอี ได้ให้ทางดีป้า และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสินค้าทางการเกษตรบ้านสุขเจริญ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” พชร กล่าวเสริม
สานต่อโครงการ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” หวังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวธาตุพนมครบวงจร

ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนวิทยาลัยธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ดำเนินการโดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ บีดีอี (BDE) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการเข้าถึง และสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของประชาชน
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี โดยเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะดิจิทัล เสริมสร้างความรู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงเป็นจุดให้บริการข้อมูลข่าวสาร และบริการของภาครัฐให้นักศึกษา และประชาชน พร้อมทั้งรองรับการใช้งานด้านการอบรมส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชน
โดยภาพรวมของศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนศูนย์ดิจิทัลชุมชนในพื้นที่ 77 จังหวัดทั้งหมด 2,222 ศูนย์ มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 15 ล้านครั้ง

“กระทรวงดีอี มุ่งมั่นส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ และความเชื่อมั่นด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน ทั้งด้านการสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการประกอบอาชีพ การเกษตร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน
ผ่านการอบรม ให้ความรู้ และสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชนในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ โ ทั้งนี้ กระทรวงดีอี วางตำแหน่งให้นครพนมเป็นจุดยุทธศาสตร์ “Express Transit™” หรือศูนย์กลางการนำเข้า-ส่งออกสินค้าครบวงจร เนื่องจากทำเลที่ตั้งเชื่อมต่อโดยตรงกับเวียดนาม และเมียนมา
โดยเตรียมหนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบ Server กระจายตัวทุกอำเภอ เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนที่รวดเร็ว และแม่นยำ และเป็นเส้นทางท่องเที่ยวริมโขง เราต้องรักษาเสน่ห์นี้ไว้พร้อมกับการก้าวสู่ Smart City โดยใช้ดิจิทัลเข้ามาเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม เพื่อให้นครพนมเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอย่างยั่งยืน”

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























