depa (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) เปิดตัวโครงการ OTOD #3 (One Tambon One Digital) ภายใต้แนวคิด “ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล” มุ่งยกระดับเกษตรกรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ด้วยการนำเสนอ 3 เทคโนโลยีล้ำสมัยจากสตาร์ทอัพไทย เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนในยุคดิจิทัล 2026…
depa ส่ง OTOD #3 ปั้นชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล ยกระดับเกษตรไทยสู่ Smart Farming
ดีป้า ต่

ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD) เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้กลุ่มชุมชนสามารถเข้าถึง
และรับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร
ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร, แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการคัดเลือกดิจิทัสตาร์ทอัพ และเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิม
ไปสู่เกษตรอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ อาชีพใหม่ โดยการพัฒนาทักษะแก่กลุ่มชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการบินโดรน ช่างซ่อมโดรนและเครื่องจักรการเกษตรอัตโนมัติ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศ
ตามแนวคิด “ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล” ซึ่ง ดีป้า ประเมินว่า โครงการ OTOD #3 จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” ดร.ปรีสาร กล่าว
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีประกาศความร่วมมือในชื่อ Smart Agri Synergy : ผสานเทคโนโลยี ขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย ระหว่าง ดีป้า และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร,
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร, มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรดิจิทัลสู่กลุ่มชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 มีบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุน

ทั้งนี้ โครงการ OTOD #3 จะมีกิจกรรมยกระดับทักษะ และรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชนในชื่อ “Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day” ซึ่งจะมีขึ้นใน
8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, พระนครศรีอยุธยา, สงขลา, ภูเก็ต, ชลบุรี, อุบลราชธานี และขอนแก่น
โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมการยกระดับทักษะเข้มข้นใน 4 หัวข้อ คือ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ, การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์, การเตรียมความพร้อมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากสตาร์ทอัพภาคการเกษตร พร้อมเปิดพื้นที่การจับคู่ธุรกิจ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ
และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Digital Agriculture Pitching Day กิจกรรมประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริม โดยโครงการ OTOD #3 แบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริม และสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย
- ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริม และสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย
หัวใจสำคัญ คือ เทคโนโลยีที่ “ปลอดภัย” และ “คุ้มค่า“
ดีป้า ให้ความสำคัญกับมาตรฐาน dSURE ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีทั้งความปลอดภัยในการใช้งาน (Safety) และความปลอดภัยทางด้านข้อมูล (Security) โดยเทคโนโลยีที่คัดสรรมาในเฟสนี้เน้นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง 3 กลุ่ม ได้แก่ โดรนเพื่อการเกษตร : เพื่อลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรง, แทร็กเตอร์อัจฉริยะ : เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตรียมดิน และเก็บเกี่ยว และ ระบบบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ (IoT): เพื่อยกระดับควบคุมการให้น้ำ และปุ๋ยแม่นยำ
ซึ่งปัจจุบันมีพันธมิตรเอกชนเข้าร่วมกว่า 10 บริษัท พร้อมผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการคัดเกรดกว่า 22 รายการ โดยทุกบริการต้องผ่านการขึ้นบัญชีบริการดิจิทัลเพื่อให้มั่นใจว่า “ราคาสมเหตุสมผล” และมีบริการหลังการขายที่พึ่งพาได้ อย่างไรก็ดี ดีป้า ไม่ได้ต้องการ เพียงแค่ให้ทุน แต่เน้นการสร้างความยั่งยืนผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น ผ่าน 3 ด้าน ได้แก่
• การจับคู่ธุรกิจ : เกษตรกร/กลุ่มวิสาหกิจฯ ต้องหารือกับผู้ให้บริการด้านระบบชำระเงินและบริการหลังการขายด้วยตนเองก่อนเสนอดีป้า
• ความคุ้มค่า : คณะกรรมการจะพิจารณาจาก อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) และแหล่งที่มาของเงินทุนอย่างโปร่งใส
• ตรงจุด : แผนงานที่เสนอต้องสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่จริง
สำหรับผู้สมัครรายเดิม ที่เคยพลาดหวังจากเฟส 1 และ 2 ดีป้า ยินดีให้กลับมาแก้ตัวในเฟส 3 นี้ ส่วนผู้ที่เคยได้รับทุนไปแล้ว สามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มได้หากเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่มา “ต่อยอด” โครงการเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“ดีป้า ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการสร้างแรงกระเพื่อมในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างเกษตรกรอัจฉริยะ โดยคาดหวังผู้เข้าร่วม 600 ราย เพื่อปั้นเกษตรกรอัจฉริยะ 300 ราย และชุมชนดิจิทัล 330 แห่ง นอกจากนี้ดีป้า ยังเล็งที่สร้าง
“ศูนย์ซ่อมบำรุงชุมชน” โดยจะมอบทุนสนับสนุนแบบ Matching Fund รายละ 200,000 บาท สำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพซ่อมบำรุงโดรน IoT และแทร็กเตอร์ (ต้องได้มาตรฐาน dSURE) โดยตั้งเป้า 1 ศูนย์ซ่อมฯ ต่อ 10 ชุมชน” ดร.ปรีสาร กล่าวเสริม

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th


























