ยกระดับการเงินโลก! เมตาแคมป์ (MetaComp) จับมือ โซลานา (Solana) รุกตลาดบริหารความมั่งคั่งยุคใหม่ด้วย Web3 และระบบชำระเงินข้ามพรมแดน…
highlight
- เมตาแคมป์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ มูลนิธิโซลานา มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินข้ามพรมแดน และการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) สู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของเครือข่ายบล็อกเชน Solana ที่มีความเร็วสูง และต้นทุนต่ำ เพื่อมอบโซลูชันทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัยสำหรับตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก พร้อมผลักดันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้งานจริงในภาคสถาบันการเงินปี 2026
MetaComp ร่วมกับ Solana ปฏิวัติระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ชูโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่เจาะตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก

เมตาแคมป์ ผู้บุกเบิกโซลูชันทางการเงินดิจิทัลแบบ Web2.5 ในเอเชีย พร้อมด้วยบริษัทในเครือ Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. (Alpha Ladder) ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดันให้เครือข่ายบล็อกเชน โซลานา ก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Primary Chain) รองรับกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท
ทั้งในด้านการชำระเงินข้ามพรมแดน การบริหารจัดการ เงินสดองค์กร (Treasury Management) และการทำ Tokenization สำหรับสินทรัพย์ในโลกจริง (Real-World Assets – RWA)¹ โดยการขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นการรุกเข้าสู่เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูง และมีต้นทุน ต่ำอย่างเต็มตัว เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ฐานลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง แอฟริกา และลาตินอเมริกา

เมตาแคมป์ พร้อมยกระดับบริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านการบูรณาการเครือข่าย โซลานา เข้ากับระบบ StableX Network เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการชำระเงินแบบหลายช่องทาง (Multi-rail settlement) บนบล็อกเชนที่มีเสถียรภาพสูงสุดสำหรับการใช้งานระดับสถาบัน
โดยมีระบบ StableX Engine เป็นกลไกหลักใน การวิเคราะห์ และคัดเลือกเส้นทางการชำระเงินระหว่างเงินตราปกติ (Fiat) และ Stablecoin แบบเรียลไทม์ เพื่อมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านความเร็ว ต้นทุน และสภาพคล่อง ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของ โซลานา ที่รองรับธุรกรรม Stablecoin
ได้สูงถึง 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่า 0.0012 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ เมตาแคมป์ สามารถรองรับความต้องการธุรกรรมในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ที่มีปริมาณสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน เมตาแคมป์ ยังได้ขยายขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการเงินสดองค์กร เพื่อสร้างโอกาสในการ รับผลตอบแทนบนเครือข่าย (On-chain yield) ผ่านโซลูชัน WealthX ซึ่งดำเนินงานโดย Alpha Ladder ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุม

ทั้งกองทุนตลาดเงิน (Tokenised Money Market Fund) เงินฝาก พันธบัตร และทองคำในรูปแบบโทเค็น อาทิ XAUt โดย Tether นวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาช่วยให้สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการด้านการรับชำระเงินสามารถบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระหว่างรอรอบการชำระเงิน (Settlement cycle)
นอกจากนี้ เมตาแคมป์ ยังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการออก การจดทะเบียน และการซื้อขายสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) บน โซลานา เพื่อเปิดทางให้ผู้ออกสินทรัพย์สามารถเข้าถึงสภาพคล่องทั่วโลก และระดมทุนได้อย่างถูกต้อง ตามกฎระเบียบ
โดยโทเค็นจะถูกเชื่อมโยงบนเครือข่าย โซลานา เพื่อกระจายสินค้าผ่านศูนย์ซื้อขาย และช่องทาง DeFi ได้อย่างราบรื่น ซึ่ง เมตาแคมป์ จะเป็นผู้นำในกระบวนการทำ Tokenization โดยยึดถือมาตรฐานการกำกับ ดูแลอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ข้อมูลในช่วงต้นปี 2569 ระบุว่าตลาด RWA บน โซลานา มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด
แตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีจำนวนผู้ถือครองสินทรัพย์ RWA สูงถึง 182,000 ราย ซึ่งถือเป็นการแซงหน้า Ethereum ได้เป็นครั้งแรก ขณะที่ Standard Chartered คาดการณ์ว่ามูลค่าสินทรัพย์ RWA ในรูปแบบโทเค็นจะพุ่งสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2571

ดร. โบ ไป่ (Dr. Bo Bai) ประธาน และผู้ร่วมก่อตั้ง เมตาแคมป์ กล่าวว่า เรามองว่า โซลานา เป็นหนึ่งในเลเยอร์โครงสร้างพื้นฐานที่น่าสนใจที่สุดสำหรับการเงินดิจิทัลระดับสถาบันยุคใหม่ การใช้ โซลานา จะช่วยให้เราส่งมอบบริการทางการเงินที่รวดเร็วขึ้น มีต้นทุนที่ถูกลง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในตลาดที่มีความต้องการสูง
ตั้งแต่ระเบียงการชำระเงินข้ามพรมแดนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลาตินอเมริกา ไปจนถึงตลาดทุนในรูปแบบโทเค็น ที่เชื่อมโยงการเงินดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมบล็อกเชน โดยเรามุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับระบบนิเวศของ โซลานา เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง

ด้าน ลู หยิน (Lu Yin) หัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มูลนิธิโซลานา (Solana Foundation) กล่าวเสริมว่า เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ เมตาแคมป์ นำบริการทางการเงินระดับสถาบันเข้ามาสู่ระบบนิเวศของ โซลานา ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของ เมตาแคมป์ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแล
เมื่อผสานเข้ากับความเร็ว และขีดความสามารถในการขยายตัวของ โซลานา จะกลายเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับ การชำระเงินข้ามพรมแดน โซลูชันบริหารเงินสด และตลาดทุนในรูปแบบโทเค็นสำหรับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
การตัดสินใจพัฒนาบน โซลานา ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธภาพการขยายธุรกิจที่แข็งแกร่งของ เมตาแคมป์ ภายหลังจากความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Pre-A กว่า 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มบริษัทได้เดินหน้าเปิดตัวทั้ง VisionX Engine สำหรับงาน Compliance
และมาตรฐาน KYA สำหรับธรรมาภิบาล AI ซึ่งการนำ โซลานา เข้ามาเสริมทัพจะช่วยเติมเต็มมิติสำคัญ ทั้งการเข้าถึงตลาดทุนโทเค็น ความสามารถในการชำระเงินข้ามเครือข่าย และการสร้างผลตอบแทนบนเครือข่าย ภายใต้สถาปัตยกรรมทางการเงินที่สอดคล้องกับกฎระเบียบที่สถาบัน การเงินทั่วโลกให้ความไว้วางใจ
¹ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ และผลิตภัณฑ์ตลาดทุน ดำเนินการโดย Alpha Ladder Finance Pte. Ltd. เพียงผู้เดียว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























