ทรู (True) ปฏิวัติวงการสกัดภัยไซเบอร์! ผนึกกำลังภาครัฐสยบสแกมเมอร์ ภายใต้สมดุลความปลอดภัย และข้อมูลส่วนบุคคล…
highlight
- ทรู ผนึกกำลังภาครัฐ ยกระดับมาตรการรับมือ Call & SMS Scams ครั้งใหญ่ในปี 2026 ชูแนวคิด “Security & Data Privacy” สกัดกั้นภัยไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้แก่ลูกค้า เจาะลึกนวัตกรรมการตรวจสอบ และคัดกรองเบอร์แปลก/ข้อความลวง พร้อมมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลตามกฎหมาย PDPA ที่เข้มงวด
สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์! True ผนึกภาครัฐยกระดับป้องกัน Scam ชูสมดุลความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวลูกค้า

ท่ามกลางภัยหลอกลวงผ่ารการ โทร และ SMS ที่ทวีความซับซ้อน ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับแนวทางการรับมือแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งการตรวจจับในระดับโครงข่ายและการทำงานร่วมกับภาครัฐ และย้ำจุดยืนสำคัญว่า “การสกัดภัย ต้องไม่ละเมิดสิทธิ” โดยรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัย และสิทธิ+ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในโลกดิจิทัลระยะยาว
ในโอกาสนี้ มนตรี สถาพรกุล หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสะท้อนแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเทคคอมปานีไทยที่ให้ความสำคัญกับ “ความเชื่อมั่น” ในทุกบริการ
บนเวทีเสวนา “From Detection to Protection : Thailand’s Model for Combating Call and SMS Scams” ภายใต้งาน IIC Thailand Chapter จัดโดยสำนักงาน กสทช.
“Trust” รากฐานของบริการดิจิทัล และการทำงานร่วมกันทั้งระบบ
“ความเชื่อมั่น” คือรากฐานของทุกประสบการณ์ในโลกดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นทั้งหน้าที่ตามกฎหมาย และความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งาน และสังคม
มนตรี กล่าวว่า ความรับผิดชอบของผู้ให้บริการในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการให้บริการแต่ต้องก้าวไปสู่การดูแลความปลอดภัยของสังคมดิจิทัล ผ่านทั้งเทคโนโลยี การกำกับดูแล และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตลอดปีที่ผ่านมา ทรูได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด
ให้ความร่วมมือดูแลคำร้องขอข้อมูลมากกว่า 70,000 รายการ ภายใต้กระบวนการตรวจสอบอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าถึงข้อมูลเป็นไปตามกฎหมาย มีความจำเป็น และอยู่ในขอบเขตที่ร้องขอเท่านั้น โดยคงหลักการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าความปลอดภัยในโลกดิจิทัลต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ เพื่อสร้าง ecosystem แห่งความเชื่อมั่นในระยะยาว

กฎหมายที่ชัดเจน เสริมพลังการทำงานร่วม และกรอบการทำงานที่ตรวจสอบได้
ความชัดเจนของกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชกำหนดว่าด้วยมาตรการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีบทบาทสำคัญในการยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการโทรคมนาคม และภาครัฐ
“กฎหมายที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้อง ทั้งในด้านการเข้าถึงข้อมูล และการดำเนินการที่จำเป็นต่อการสืบสวน ขณะเดียวกันก็ยังคงอยู่ภายใต้กรอบที่เคารพสิทธิของผู้ใช้งาน” มนตรี กล่าวเสริม
ขณะเดียวกันการทำงานภายใต้กรอบที่ชัดเจน และตรวจสอบได้ ยังเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่าง “ความปลอดภัย” และ “สิทธิความเป็นส่วนตัว” ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของโลกดิจิทัลในปัจจุบัน

จาก Detection สู่ Protection : ป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย
ทรูได้ยกระดับบทบาทจากการตอบสนองต่อเหตุการณ์ ไปสู่การป้องกันเชิงรุก โดยพัฒนาเครือข่ายและระบบตรวจสอบในระดับ Network ให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัยได้ตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเสริมกลไก Monitoring เพื่อลดความเสี่ยงจากการสื่อสารหลอกลวง
เช่น Call และ SMS Scams สะท้อนการยกระดับจาก “การตรวจจับ” สู่ “การป้องกันเชิงรุก” อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันยังคงมีความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่างการป้องกันภัยไซเบอร์ และการเคารพสิทธิของผู้ใช้งาน ซึ่งต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี การกำกับดูแล และความโปร่งใสในการดำเนินงาน

ในยุคที่ “ข้อมูล” คือหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัล การดูแลข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบจึงเป็นตัวกำหนดความเชื่อมั่นในระยะยาว
“ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งสู่การเป็นเทคคอมปานีไทยที่ไม่เพียงเชื่อมต่อผู้คน แต่ยังยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรอบด้าน เพราะความไว้วางใจไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความรับผิดชอบที่องค์กรมีต่อผู้ใช้งาน และสังคมโดยรวม” มนตรี กล่าวสรุป
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























