หัวเว่ย (Huawei) และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับความร่วมมือ เดินหน้าวิจัยนวัตกรรมด้าน 5G-Advanced, Cloud และ AI พร้อมมุ่งสร้าง และพัฒนาบุคลากรดิจิทัลแห่งอนาคต…
Huawei จับมือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยกระดับวิจัยนวัตกรรม 5G–Advanced, Cloud และ AI มุ่งพัฒนาบุคลากรดิจิทัลอนาคต
บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการวิจัยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT)
โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านโครงการด้าน 5G-Advanced, คลาวด์คอมพิวติ้ง, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงข่ายไฟเบอร์บรอดแบนด์ และเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัล
ความร่วมมือครั้งนี้ ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างหัวเว่ยและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกำหนดกรอบความร่วมมือด้านการวิจัย การทดสอบ และพิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรดิจิทัลของประเทศ ผ่านการสร้างโอกาสให้นิสิตได้พัฒนาทักษะแห่งอนาคตและเตรียมความพร้อมสู่สายอาชีพด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูง
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจได้รับเกียรติจากผู้บริหารของทั้งสององค์กร ได้แก่ ออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, วรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม และสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด,
รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถวิทย์ สุดแสง หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ หัวเว่ย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะร่วมกันดำเนินงานด้านการวิจัยเทคโนโลยี การทดสอบ และพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ตลอดจนการพัฒนาโซลูชัน และแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมในหลากหลายสาขาดิจิทัลสำคัญ
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีเกิดใหม่ไปประยุกต์ใช้จริง และเสริมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ออสติน เจิ้ง เชาวู รองกรรมการผู้จัดการ และหัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจร่วมกันนี้ได้มีการลงนามเพื่อให้สอดคล้องกับการมาถึงของคลื่นเทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึง AI และ 5G-Advanced ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือของ บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้กลายเป็นตัวอย่างที่แข็งแกร่งของวิธีการที่สถาบันการศึกษา และอุตสาหกรรมสามารถทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรม และเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของประเทศไทย
เมื่อมองไปข้างหน้า บริษัท หัวเว่ย ประเทศ ไทยเชื่อว่าความร่วมมือของเราจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกนวัตกรรมอุตสาหกรรม และมีส่วนสนับสนุนวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการเป็นประเทศชั้นนำด้านดิจิทัล และนวัตกรรมอัจฉริยะ
ด้าน วรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม และสารสนเทศ กลุ่มธุรกิจ ICT MSSD บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า อนาคตดิจิทัลของประเทศไทยต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา
และระบบนิเวศนวัตกรรมโดยรวม ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกของหัวเว่ยเข้ากับความเป็นเลิศด้านการวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เราจะร่วมกันเร่งการศึกษา วิจัย และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G-Advanced, คลาวด์คอมพิวติ้ง, AI และพลังงานดิจิทัล พร้อมสร้างโอกาสให้นิสิต และนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จของหลายโครงการนวัตกรรมที่ทำร่วมกันตั้งแต่ปี 2563 อาทิ การพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G แพลตฟอร์มการเรียนรู้เสมือนจริง (Virtual Reality) ผ่านเครือข่าย 5G และห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเชื่อมต่อความเร็วสูงในการยกระดับภาคการศึกษา และสาธารณสุข
ในปี 2568 หัวเว่ย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันสร้างความสำเร็จอีกหนึ่งก้าว ด้วยการทดสอบเทคโนโลยี 5G-Advanced บนคลื่นความถี่ U6GHz ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโครงการทดสอบแรก ๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
โดยสามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้มากกว่า 10 กิกะบิตต่อวินาที (Gbps) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ยุคถัดไปในการรองรับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ประสบการณ์ดิจิทัลเสมือนจริง และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม

รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา วรรณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้-บุคลากรจะต้องเป็นผู้ลงมือทำ และขับเคลื่อน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากร
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับหัวเว่ยสะท้อนถึงความตั้งใจร่วมกันในการเชื่อมโยงความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับความเชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมสร้างโอกาสที่มีคุณค่าในการวิจัย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโลกแห่งความเป็นจริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 องค์กรได้นำไปสู่ผลงานที่เป็นรูปธรรมมากมาย ตั้งแต่นวัตกรรมด้านการศึกษา และสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G ไปจนถึงการวิจัยขั้นสูงด้านคลาวด์ และ AI ความร่วมมือที่ขยายตัวในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เช่น 5G-Advanced, AI, คลาวด์คอมพิวติ้ง และพลังงานดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้นิสิต และนักวิจัยได้มีส่วนร่วมในงานวิจัย และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมระดับแนวหน้า เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันพัฒนากำลังคนดิจิทัลรุ่นใหม่ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการพัฒนาบุคลากรด้าน ICT โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันขยายโครงการฝึกอบรมสำหรับนิสิต การพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ การส่งเสริมทักษะด้าน Cloud Developer และ AI Engineering การพัฒนาห้องปฏิบัติการด้านโทรคมนาคม
ตลอดจนการสร้างโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ และสัมผัสประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีของประเทศไทย
ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ หัวเว่ย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะเดินหน้าส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี และการสร้างบุคลากรคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำของภูมิภาคในระยะยาว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























