นูโวลา มีเดีย (Nuvola Media) ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการเมืองแบบผสานรวมในประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรม Smart City ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และการจัดการเมืองยุคดิจิทัล…
Nuvola Media เปิดตัวแพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการเมือง Smart City แบบผสานรวมในไทย
นูโวลา มีเดีย ผู้ให้บริการโซลูชัน Agentic AI เพื่อการวางผังเมือง และการบริหารจัดการเมืองประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มดำเนินงานอัจฉริยะสำหรับเมืองอัจฉริยะ และสิ่งปลูกสร้าง

Synoptic Intelligence Platform สำหรับสิ่งปลูกสร้างจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนในเขตตัวเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยแพลตฟอร์มนี้จะรวบรวมข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายหลายแห่งมารวมไว้ในแดชบอร์ดแสดงข้อมูลภาพในที่เดียว
ช่วยให้ผู้ดูแลอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก นักวางผังเมือง และหน่วยกู้ภัยสามารถประสานงาน แปลผลข้อมูล และตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ทันตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

Felix Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ นูโวลา มีเดีย กล่าวว่า ผังเมืองรวมของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ถือเป็นการพลิกโฉมผังเมืองที่ล้ำที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เมื่อเมืองเติบโตขึ้นและมีโครงข่ายเชื่อมต่อที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ
ข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจาย และระบบที่แยกส่วนกันจะยิ่งส่งผลให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง ความล่าช้าในการตอบสนอง และในหลายกรณีอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ
เนื่องจากเมืองหลายเมืองในไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครกำลังสร้างส่วนต่อขยาย และเพิ่มเส้นทางระบบขนส่งมวลชนในเมือง อีกทั้งได้สร้างพื้นที่ที่มีการใช้งานแบบมิกซ์ยูส ควบคู่ไปกับสิ่งปลูกสร้างเชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดระบบที่แยกตัวเป็นอิสระและกระจัดกระจายอยู่คนละที่
ด้วยเหตุนี้ การบริหารจัดการระบบทั้งหมดจำเป็นต้องมีมุมมองการดำเนินงานที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว และต้องไม่ใช่การเก็บข้อมูลแยกส่วนกันแบบต่างคนต่างทำของแต่ละหน่วยงาน
เมื่อข้อมูลกระจัดกระจาย เมืองต้องแบกรับค่าเสียหายเอาไว้ทั้งหมด
เหตุการณ์อุทกภัย การหยุดชะงักของระบบขนส่ง และอุบัติการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงความซับซ้อนด้านการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญอยู่ ในขณะที่เมืองขยายตัวและเกิดการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ขึ้นอย่างมากมายส่งผลให้ต้องมีการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน
เวลาในการตอบสนอง และความปลอดภัยสาธารณะให้ดีขึ้นกว่าเดิม ข้อจำกัดในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เจ้าของโครงสร้างพื้นฐานภาคเอกชน และศูนย์กลางการค้าของเมืองมีแต่จะทำให้เกิดความล่าช้าในการตอบสนอง และเพิ่มความซับซ้อนในการแก้ไขปัญหายิ่งขึ้น
กรุงเทพฯ มีโครงข่ายกล้องวงจรปิด โครงสร้างพื้นฐาน IoT และระบบตรวจสอบการดำเนินงานที่ครอบคลุมติดตั้งไว้อยู่แล้ว การนำอุปกรณ์ทั้งหมดมาผสานรวมเข้ากับแดชบอร์ดแสดงข้อมูลภาพไว้ในที่เดียวจะช่วยเชื่อมต่อระบบเมืองที่อยู่กระจัดกระจายเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์
ช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยกู้ภัยสามารถคาดการณ์ผลกระทบ ประสานงานการตอบสนอง และดำเนินการได้ทันทีท่วงทีก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย

ระบบปฏิบัติงานอัจฉริยะ คือ รากฐานของเมืองที่น่าอยู่
เมื่อกรุงเทพฯ มีความหนาแน่น และเชื่อมต่อกันมากขึ้น ระบบขนส่ง เครือข่ายโครงสร้างพื้นฐาน และการรับมือกับเหตุฉุกเฉินนั้นจึงไม่สามารถทำงานแยกกันอย่างมีประสิทธิภาพได้อีกต่อไป
Synoptic Intelligence Platform ของ นูโวลา มีเดีย ผสานรวมข้อมูลจากระบบขนส่ง เซนเซอร์ IoT เครือข่ายเฝ้าระวังน้ำท่วม ระบบวิเคราะห์วิดีโอ และระบบบริหารจัดการอาคารให้กลายเป็นมุมมองการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว
สิ่งสำคัญคือ แพลตฟอร์มนี้ทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ซึ่งไม่ได้เป็นการนำมาใช้งานแทนของเดิม ทำให้การลงทุนด้านเมืองอัจฉริยะที่กรุงเทพมหานครมีอยู่แล้วมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและไม่ได้ถือเป็นการลงทุนที่ซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ความสามารถในการจำลองการจัดการน้ำท่วมของแพลตฟอร์มยังช่วยให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถจำลองสถานการณ์แบบเรียลไทม์ คาดการณ์ความเสี่ยง และประสานงานการตอบสนองก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ลง
“การทำให้กรุงเทพฯ น่าอยู่ไม่ใช่แค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นหรือทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการทำให้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สามารถทำงานร่วมกันได้ ระบบปฏิบัติงานอัจฉริยะแบบเรียลไทม์คือสิ่งที่จะช่วยให้เมืองสามารถปกป้องดูแลประชาชน จัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้โดยไม่สูญเสียการควบคุมแม้เมืองจะมีความซับซ้อนมากขึ้นก็ตาม” Tan กล่าว
นูโวลา แสดงให้เห็นว่าการใช้งานระบบปฏิบัติงานอัจฉริยะแบบผสานรวมในระดับภูมิภาคสามารถยกระดับทั้งประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานและการฟื้นตัวของเมืองในการใช้งานจริง ๆ ได้ โดย Synoptic Intelligence Platform สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร
Keppel Bay Tower ได้ถึง 30% ส่งผลให้อาคารแห่งนี้กลายเป็นอาคารพาณิชย์ที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์แห่งแรกของสิงคโปร์
นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวในระบบรถไฟใต้ดิน และรถไฟ โดยระบบได้ตรวจจับความผิดพลาดล่วงหน้า การจัดการขบวนรถ และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและความปลอดภัยของผู้โดยสาร

“เมื่อเมืองต่าง ๆ เชื่อมต่อกันมากขึ้น ความสามารถในการผสานรวมระบบ โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลการดำเนินงานเข้าด้วยกันเป็นมุมมองเรียลไทม์เพียงหนึ่งเดียวจะกลายเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถในการฟื้นตัวของเมือง และความปลอดภัยสาธารณะ” Tan กล่าวเสริม
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























