ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ชูกลยุทธ์ “RelationSHIFT” มุ่งสู่การเป็น Lifestyle Logistics Brand ที่ตอบโจทย์ และรู้ใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน…
highlight
- ไปรษณีย์ไทย ก้าวสู่ 144 ปี พร้อมปักกลยุทธ์ RelationSHIFT เดินหน้าขยับทุกความสัมพันธ์ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ พร้อมรุกขับเคลื่อนองค์กรสู่ Lifestyle Logistics Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ ชุมชน และภาครัฐ ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ พร้อมเผยผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้กว่า 2.2 หมื่นล้านบาท และครึ่งแรกปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
Thailand Post เดินหน้าหนุนเศรษฐกิจดิจิทัล ส่ง RelationSHIFT ยกระดับขนส่งสู่ “Lifestyle Logistics Brand“

แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และแพลตฟอร์ม ส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต้องสามารถเชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศแห่งโอกาส” ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการ ความรู้ ตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างเท่าเทียม
ในบริบทดังกล่าว ไปรษณีย์ไทย จึงมีบทบาทสำคัญในการยกระดับสู่การเป็นส่วนหนึ่งของ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ (Digital Public Infrastructure : DPI) ด้วยเครือข่ายบริการกว่า 50,000 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งไม่เพียงรองรับการขนส่ง และการสื่อสาร
แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นโครงข่ายที่เชื่อมโยง ผู้ประกอบการรายย่อย, เกษตรกร, วิสาหกิจชุมชน และประชาชนให้เข้าถึงตลาดดิจิทัล บริการภาครัฐ และโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง โดยกระทรวงฯ พร้อมผลักดันให้ไปรษณีย์ไทยทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลักของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนระดับประเทศ
โดยนำร่องสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ทำความร่วมมือในการส่งเสริมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ตลาด ผ่านศักยภาพของเครือข่าย และแพลตฟอร์ม Thailandpostmart สร้างโอกาสใหม่ให้สินค้าตัวท็อปทั่วไทย สินค้า Made in Thailand และผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ

“การก้าวสู่ปีที่ 144 ของ ไปรษณีย์ไทย เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับองค์กรจากผู้ให้บริการไปรษณีย์และโลจิสติกส์ สู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งโอกาสของประเทศ ที่พร้อมเชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐเข้าด้วยกัน ผ่านเครือข่ายที่คนไทยไว้วางใจ
พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ ชุมชน และเศรษฐกิจฐานรากให้เข้าถึงตลาด และบริการดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้น กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
เพื่อให้ไปรษณีย์ไทยใช้ศักยภาพของเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่สร้างบริการใหม่ ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างครอบคลุม และยั่งยืน”

ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี AI และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กำลังเปลี่ยนโจทย์การเติบโตขององค์กร จากการแข่งขันด้วยประสิทธิภาพ และขนาดธุรกิจ
ไปสู่การสร้างคุณค่าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ และการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ในปีนี้ ไปรษณีย์ไทย พร้อมเดินหน้ายกระดับทิศทางองค์กร ภายใต้แนวคิด POSTsible Next ซึ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 แนวทางสำคัญ คือ
- POSTsible Productivity การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการใช้ศักยภาพของเครือข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- POSTsible People การสร้างโอกาส และยกระดับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ
- POSTsible Planet การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม
- POSTsible Positive Impact การต่อยอดศักยภาพขององค์กรเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

“POSTsible Next ไม่ใช่เพียงแนวคิดในการพัฒนาองค์กร แต่เป็นกรอบการสร้างการเติบโตในระยะยาว ที่ต่อยอดจากบทบาทของไปรษณีย์ไทยในฐานะ Companionship Navigator ซึ่งมุ่งอยู่เคียงข้างผู้ใช้บริการ
ในทุกช่วงของชีวิต และการดำเนินธุรกิจ ผ่านเครือข่ายที่เข้าถึงทุกชุมชนทั่วประเทศ
ตั้งแต่การส่งสิ่งของ การเชื่อมโยงผู้ประกอบการสู่ตลาด การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ไปจนถึงการพัฒนาบริการ และโซลูชันใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุคดิจิทัล โดยใช้ศักยภาพของเครือข่าย บุคลากร ข้อมูล และความร่วมมือกับพันธมิตร มาสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และสังคม
พร้อมยกระดับศักยภาพขององค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและความต้องการของผู้ใช้บริการให้เติบโตไปรฯ ด้วยกันในอนาคต”
โชว์ฟอร์มครึ่งแรกปี 69 รายได้ทะลุ 1.1 หมื่นล้าน ยัน EMS โตต่อเนื่อง

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหา รและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ไปรษณีย์ไทยมีรายได้รวม 22,172.57 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 11,368.25 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ 51.33%
รองลงมาคือบริการไปรษณียภัณฑ์ 34.92% และบริการระหว่างประเทศ 7.86% ทั้งนี้ บริการส่งด่วน EMS ซึ่งครบรอบ 40 ปีในปีนี้ ยังคงเป็นบริการหลักขององค์กร โดยปี 2568 มีรายได้ 9,570.82 ล้านบาท
ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2569 ทำรายได้เติบโตขึ้น 2.98% และปริมาณชิ้นงานเพิ่มขึ้น 1.90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ และการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยคาดว่ารายได้ EMS ตลอดปี 2569 จะยังสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท

“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้ใช้บริการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทยจึงกำหนดกลยุทธ์ RelationSHIFT เพื่อปรับรูปแบบการสร้างการเติบโตขององค์กร จากการขับเคลื่อนด้วยปริมาณการขนส่ง สู่การสร้างคุณค่าจากข้อมูล ความเข้าใจผู้ใช้บริการ
และความร่วมมือกับพันธมิตร โดยนำระบบ CRM ข้อมูล และทุก Touch Point มาต่อยอดเป็นบริการโซลูชันใหม่ และโมเดลธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างแม่นยำ พร้อมเปลี่ยนการเติบโตจาก Volume-Based Growth สู่ Value-Based Growth” ดร.ดนันท์ กล่าว
กางแผนปี 69–70 ด้วยกลยุทธ์ RelationSHIFT ผ่าน 3 แนวทาง
เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ RelationSHIFT ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ไปรษณีย์ไทยได้กำหนดแผนขับเคลื่อนองค์กรในช่วงปี 2569–2570 ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ Trusted Data-Driven Infrastructure การยกระดับศักยภาพองค์กรด้วยข้อมูล เทคโนโลยี AI
และระบบการดำเนินงาน Customer-Centric Growth Enabler การต่อยอดข้อมูล และความเข้าใจผู้ใช้บริการ เพื่อพัฒนาบริการ และสร้างการเติบโตร่วมกับลูกค้า ผู้ประกอบการ และพันธมิตร และ National Trust-Based Social Infrastructure การยกระดับเครือข่าย และความเชื่อมั่น สู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคมที่เชื่อมโยงประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“Lifestyle Logistics Brand คือเป้าหมายการเติบโตระยะต่อไปของ ไปรษณีย์ไทย ที่มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ สู่ผู้เชื่อมโยงสินค้า บริการ ข้อมูล และโอกาสทางธุรกิจ ผ่านเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และการดำเนินธุรกิจของคนไทย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























