เอไอเอส (AIS) ตอกย้ำภารกิจ “คนไทย ไร้ E-Waste” ในวัน International E-Waste Day 2021 ตั้งเป้าสู่การเป็น Hub ด้านองค์ความรู้ และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างยั่งยืน…
AIS ตอกย้ำภารกิจ”คนไทย ไร้ E–Waste” ตั้งเป้าสู่การเป็น Hub ด้านการกำจัด E–Wast
เพื่อเป็นการรณรงค์ และสร้างการรับรู้ รวมถึงสร้างองค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E–Waste นับว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้คน จึงกำหนดให้วันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นวัน International E–Waste Day
ซึ่งความสำคัญดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานด้านความยั่งยืนของ เอไอเอส ในด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้สร้างความตระหนักรู้ผ่าน การสื่อสาร กิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ทำให้สามารถเก็บ
E–Waste เข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกต้องได้แล้วกว่า 223,807 ชิ้น
ซึ่งสามารถดูดซับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 2,238,070 กิโลกรัมคาร์บอนสมมูลย์ เทียบเท่ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ 248,674 ต้น (น้ำหนัก 10,749.17 Kg. / 10.7 Tons)

โดยในปีนี้ได้น้อง เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ หนึ่งใน เอไอเอส แฟมิลี่ ในฐานะเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นเหรียญที่ทำมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์มาร่วมรณรงค์ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการ E–Waste ถึงวันนี้เป้าหมายภารกิจ คนไทยไร้ E–Waste ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
และ เอไอเอส ขออาสาเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ และจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี มุ่งเน้นการทำงานกับพันธมิตร และภาคส่วนต่าง ๆ สร้างการมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า เนื่องในวัน International E–Waste Day ประจำปีนี้ เอไอเอส ขอใช้โอกาสนี้ในการย้ำเตือนสังคมให้เห็นถึงปัญหาของขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E–Waste ที่มีการเติบโตสูงสุดในบรรดาขยะทั้งหมด
ซึ่งจะต้องจัดการทิ้งให้ถูกวิธี และมีความรับผิดชอบ จากความตั้งใจนี้ทำให้เราสร้างภารกิจ คนไทยไร้ E–Waste ขึ้น โดยรับอาสารวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และกำจัดตามมาตรฐานสากล ปัจจุบันได้จัดทำถังรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ วางในจุดต่างๆ ทั่วประเทศ รวมแล้วกว่า 2,400 จุด
และได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น ไปรษณีย์ไทย ที่สามารถฝากทิ้ง E–Waste กับพี่ไปรษณีย์ได้ รวมถึงองค์กรเครือข่ายคนไทยไร้ E–Waste ในการเป็นจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์จากคนไทยทั่วประเทศ
“เป้าหมายการทำงานของ เอไอเอส ต่อเรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์จึงไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมเพื่อสังคม แต่เราต้องการทำให้ภารกิจ คนไทยไร้ E–Waste ถูกขยายออกไปสู่การสร้าง Engagement กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน
โดยวันนี้เราพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางด้านองค์ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ซึ่งจะไม่ใช่แค่การได้มาซึ่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างประโยชน์ที่เกิดจากการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง”

ด้าน เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เล่าว่า เหรียญทองโอลิมปิกนับว่าเป็นความภูมิใจสูงสุดที่เกิดจากความพยายาม และที่สำคัญคือทุกเหรียญเกิดจากความตั้งใจของชาวญี่ปุ่นในการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์มาสร้างเป็นเหรียญรางวัลให้กับนักกีฬา ซึ่งถือว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์
และยังเป็นตัวอย่างในการรีไซเคิลให้ขยะกลับมามีคุณค่าอีกครั้ง วันนี้ยังมีขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากที่ยังจัดการไม่ถูกวิธี เราต้องเริ่มจากการวางแผนการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้คุ้มค่าที่สุด และหากจำเป็นต้องทิ้งก็ควรทิ้งให้ถูกวิธีกับ เอไอเอส ที่มีจุดรับทิ้งมากมาย พวกเราทุกคนช่วยกันได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และโลกของเรา

“นอกเหนือจากการทำงานเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ด้วยดิจิทัลเทคโนโลยีในทุกรูปแบบแล้ว เรายังมีอีกหนึ่งพันธกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ ร่วมดูแลรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนได้
เราเชื่อว่าการจะขับเคลื่อนเพื่อจัดการกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้คนไทยไร้ E–Waste ได้นั้น ต้องเกิดจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และลงมือทำอย่างจริงจัง ก็จะทำเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด

ทั้งนี้หากองค์กรใดสนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่าย คนไทยไร้ E–Waste ก็สามารถติดต่อได้ที่ E-Mail: aissustainability@ais.co.th เพื่อร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมของเราไปด้วยกัน
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://ewastethailand.com/ และรับชมความประทับใจของ เทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ที่มีต่อเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิก ที่ทำมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงมุมมอง และวิธีการจัดการกับ E–Waste ได้ทาง https://www.facebook.com/ais.sustainability
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























