brother เผยปี 67 โตเกือบ 2 เท่า เชื่อปี 68 ตลาดยังบวก ตั้งเป้าโต 7%

brother

บราเดอร์ (brother) โชว์ปี 67 โตเกือบ 2 เท่า เชื่อไอทียังโต ทะลุ 1 ล้านล้านบาทในปี 68 ตั้งเป้าขยายสินค้า และบริการทั้งกลุ่มครอบคลุมทั้ง B2C และ B2B ให้โต 7% ควบคู่กับการใส่ใจสังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน..

highlight

  • บราเดอร์ ประกาศความสำเร็จปี 2567ยอดขายภาพรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในไทย พร้อมเดินหน้าสานต่อความสำเร็จในปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Transforming for a Sustainable Future” ตั้งเป้าเติบโต 7% โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และเสริมแกร่งฐานลูกค้า B2B ด้วยการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้ง 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์
  • พร้อมยกระดับบริการภายใต้กลยุทธ์ “CoSE” (Center of Service Excellence) ตลอดจนกิจกรรม CSR ตามแนวคิด “At Your Side” และ “Brother Group Environmental Vision 2050” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ที่ใส่ใจลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริ

brother เผยปี 67 โตเกือบ 2 เท่า เชื่อปี 68 ตลาดยังบวก ตั้งเป้าโต 7% พร้อมยกระดับบริการภายใต้กลยุทธ์ “CoSE

brother
ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  บราเดอร์ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มลดการใช้กระดาษ รวมถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจ

โดยอ้างอิงจากรายงานของ Gartner ภาพรวมตลาด IT ในประเทศไทยปี 2567 มีการเติบโตอยู่ที่ 5.8% สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ท่ามกลางบริบทดังกล่าว บราเดอร์ สามารถสร้างการเติบโตภาพรวมได้ถึง 9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเกือบ 2 เท่า

และทำสถิติยอดขายรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มใหม่ ๆ ในทั้ง 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องพิมพ์, เครื่องสแกน, เครื่องพิมพ์ฉลาก, จักรปัก, เครื่องเสียงแบรนด์ BMB, เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล และเครื่องพิมพ์ฉลากดิจิทัลระบบ UV (แบรนด์ Domino)

brother

สำหรับปี 2568 บราเดอร์ จะมุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับทิศทางตลาดและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

โดยยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำในทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตตามเป้าหมาย ตลอดจนส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตามปรัชญา “At your side”

เชื่อ!! ยังสามารถเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยทั้งภายใน และภายนอก

brother
กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด

กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปี 2568 ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บราเดอร์ แตกต่างคือความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายภาคธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย

ทำให้มั่นใจว่า บราเดอร์ ยังสามารถเติบโตต่อเนื่องได้แม้เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก แต่ยังคงเห็นโอกาสจากกำลังซื้อของภาคประชาชนและภาคเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่ม SME ภาคค้าปลีกค้าส่ง ธุรกิจเพื่อสุขภาพ โรงพยาบาล การศึกษา และการผลิต

รวมถึงงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ดังนั้น ภายใต้กลยุทธ์ “Brother All” ในปีนี้จึงเดินเกมรุกด้วยไลน์ผลิตภัณฑ์ครบวงจร ทั้ง เครื่องพิมพ์, เครื่องสแกน, เครื่องพิมพ์ฉลาก, จักรปัก, เครื่องเสียงภายใต้แบรนด์ BMB, เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล และเครื่องพิมพ์ฉลากดิจิทัลระบบ UV (Domino)

brother

เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าขยายธุรกิจเติบโตไม่ต่ำกว่า 7% ภายในปี 68 นี้ พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำต่อเนื่องด้วยการ รักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในหลากหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์จากปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ (Printing Business) ที่ยังครองส่วนแบ่งตลาดได้น่าพอใจในทุกกลุ่ม

อาทิ เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาว-ดำ (45%), เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันขาวดำ (55%), เครื่องพิมพ์เลเซอร์สี (51%), เครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันสี (45%) และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 ทั่วโลกต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ขณะที่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจภาคขยาย (Business Expansion) อย่าง จักรปักสำหรับ SME,

จักรเย็บผ้าภายในบ้าน, เครื่องพิมพ์ฉลาก P-touch และเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล Direct-to-Garment GTX ก็ยังคงสามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2568 นี้ บราเดอร์ จะเดินหน้ากลยุทธ์การขาย และการสื่อสารในช่องทางออนไลน์มากขึ้น

โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์ทุกตัวเข้ากับทุกช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อสร้าง Channel Synergy และเดินหน้าไปสู่การสร้าง Omni Channel อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเชื่อมโยงทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ พร้อมการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียในหลายแพลตฟอร์ม

เช่น Facebook, Instagram, YouTube, TikTok, Line OA, และ X รวมถึงการใช้กลยุทธ์ SEO & SEM และ Lead Generation เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อ Out Of Home และ Digital Signage เพื่อเสริมสร้างการรับรู้

อีกทั้งในปี 2568 ยังเตรียมเปิดตัว E-Commerce และ Loyalty Program เพื่อสร้างการสื่อสารที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดตามแนวทาง “At your side” ของ บราเดอร์ อย่างแท้จริง

“เราไม่ได้แค่อยู่เคียงข้างลูกค้า แต่เดินหน้าไปพร้อมกับทุกธุรกิจอย่างมั่นคง และยั่งยืน

“บราเดอร์ ยังมองเห็นถึงโอกาสในการตลาดในอีกหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ กลุ่มเฮลท์แคร์, กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (SME) เป็นต้น สำหรับในส่วนของปัจจัยภายนอกทั้งในเรื่องของสงครามในภูมิภาคอื่น และสงครามภาษีระหว่าง จีน-สหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทย และจะส่งผลต่อการเติบโตของตลาดไอทีนั้น บราเดอร์ ยังคงจับตาดูอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับเกมกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น” กิตติพงศ์ กล่าวเสริม

วางกลยุทธ์ 3 ปี (ปี 2568-2570) ภายใต้ “CoSE” มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกแง่มุม

brother
รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภายในปี 2568 นี้ บราเดอร์ จะยังคงยึดเอาเรื่องของความคาดหวังของลูกค้า มาเป็นหัวใจของการให้บริการ และเชื่อมโยงการให้บริการอย่างครบวงจรเช่นเดิม

ตั้งแต่การขายไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ซึ่งมีระบบการจัดเก็บข้อมูลการเข้ารับบริการ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เดิดขึ้น รวมถึงยังคงช่องทางการให้บริการ Pre Sales และ Post Sales ที่ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น Call center, E-mail, Facebook, Live Chat

และ Chatbot (Web Site หรือ Line OA Brother Thailand) และ Chat Bot (น้องแคร์)-Mr. Carer  และสุดท้าย คือการบริการ Onsite Service รวมทั้งการให้บริการผ่านศูนย์บริการของ บราเดอร์ ทั้ง 4 แห่ง และ พาทเนอร์ตัวแทนของ บราเดอร์ ทั่วประเทศ

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความสะดวกสบายในการเข้าถึงการบริการทั้งก่อน และหลังการขายของลูกค้า บราเดอร์ โดยตลอดระยะเวลาปี 2565-2567 บราเดอร์ ประสบความสำเร็จในการยกระดับบริการหลังการขายผ่านกลยุทธ์ที่ได้มุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกลยุทธ์ 4C (Customer ,Channel ,Convenience and Community)

โดยมุ่งเน้นความสะดวกสบายของลูกค้า การขยายช่องทางบริการ และสร้างชุมชนผู้ใช้ให้แข็งแกร่ง ต่อมาได้พัฒนาเป็น S5 (Standard, Satisfaction, Superior Services, System and Sustainability) ซึ่งยกระดับมาตรฐานบริการให้มีความล้ำสมัย และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า

รวมทั้งกลยุทธ์ 5 Keywords (Standardization, Specialization, Digitization, Modernization and Sustainability) ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการบริการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยให้บริการสะดวก และทันสมัยยิ่งขึ้น

brother

ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ บราเดอร์ สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับลูกค้า เพิ่มความภักดี และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจล่าสุดเพื่อเป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งในการบริการลูกค้าของ บราเดอร์ จึงได้วางกลยุทธ์ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568-2570 ภายใต้ “CoSE” หรือ Center of Service Excellence ที่มุ่งเน้น 4 ด้านหลัก

ประกอบด้วย การรับประกันคุณภาพการบริการ (Service Quality Assurance) ด้วยมาตรฐาน ISO 18295-1 รวมถึงมาตรฐานด้านการให้บริการ และการตรวจสอบครบทุกด้าน (BSQA) ไม่ว่าจะเป็น ระยะเวลาการซ่อมผลิตภัณฑ์ วิธีการตอบปัญหา รวมถึงคุณสมบัติของผู้ให้บริการ การให้บริการทั้งใน และนอกสถานที่ ตลอดจนทักษะความเชี่ยวชาญในการให้บริการแบบมืออาชีพ

รวมถึงยังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรม (Digitalization & Innovation) โดยเสริมสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัล รวมถึงการบูรณาการ AI และแชทบอท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าให้ครอบคลุม และทันสมั

อีกด้านสำคัญคือการสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Customer Engagement) ซึ่ง บราเดอร์ จะมุ่งเน้นโปรแกรมเชิงรุกที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพื่อเพิ่มความภักดี และการรักษาฐานลูกค้าให้แข็งแกร่ง

ส่วนสุดท้ายคือการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ที่จะเน้นการเติบโตทางธุรกิจ และการขยายบริการ รวมถึงการมีส่วนร่วมกับสังคม ชุมชน และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกแง่มุม

brother
พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด

ด้าน พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บราเอร์ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยมีความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยให้ความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เดินหน้าขับเคลื่อนหลากหลายกิจกรรมขององค์กรตามแนวคิด “At Your Side” และ “Brother Group Environmental Vision 2050” ซึ่งปีนี้ ยังคงมุ่งดำเนินกิจกรรม CSR ต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้าน ESG และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ภายใต้ 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมปลูกป่าชายเลน (Mangrove Reforestation) ที่ตั้งเป้าหมายการรอดของต้นกล้ามากกว่า 80% และกิจกรรม “Brother Beat Cancer Run” ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 12 ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนผู้ป่วยมะเร็งที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และสร้างความตระหนักด้านการดูแลสุขภาพ

สอดคล้องไปกับ Golden Ring Project พันธกิจระดับโลกของ บรเดอร์ ประเทศญี่ปุ่น ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกมิติ ซึ่งในปีที่ผ่านมากิจกรรมดังกล่าวสามารถระดมทุนได้กว่า 16.3 ล้านบาท สามารถช่วยผู้ป่วยมะเร็งได้กว่า 975 ราย

brother

นอกจากนี้ยังมีโครงการอื่น ๆ เช่น “No Ocean Waste” และการบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ และพร้อมเติบโตร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ที่ใส่ใจลูกค้า สังคม และสิ่งแวดล้อม

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay