Cardster เปิดโลกการ์ดสะสมหลักล้าน ไขเบื้องหลัง Passion สู่ Collectible Culture

Cardster

คาร์ดสเตอร์ (Cardster) พาเปิดโลก “การ์ดสะสมหลักล้าน” พร้อมถอดรหัสของการเปลี่ยน Passion ให้กลายเป็น Collectible Culture และสินทรัพย์ทางเลือกสุดฮิตของคนรุ่นใหม่…

Cardster เปิดโลกการ์ดสะสมหลักล้าน ไขเบื้องหลัง Passion สู่ Collectible Culture และสินทรัพย์ทางเลือกสุดฮิต

จากของสะสมในวัยเด็ก สู่ตลาดที่มีการประมูลการ์ดหายากมูลค่าหลายร้อยล้านบาท! เมื่อการ์ดไม่ได้เป็นเพียงกระดาษ แต่เป็นสินทรัพย์ทางความรู้สึกที่ขับเคลื่อนด้วยความหายาก กระแสความนิยม และกำลังซื้อของนักสะสมทั่วโลก ทำให้ตลาด Collectibles กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่น่าจับตา

คาร์ดสเตอร์ เดินหน้าขยายระบบนิเวศการ์ดสะสมครบวงจร ตั้งแต่การนำเข้า และจัดจำหน่าย การซื้อขายออนไลน์ บริการตรวจเกรดการ์ด ไปจนถึงการฝากประมูลในต่างประเทศ พร้อมผลักดัน Bangkok International Card Show 2027 สู่เวทีนานาชาติ

ตั้งเป้าดึงผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คน จากกว่า 35 ประเทศ เชื่อมโลกของนักสะสมเข้ากับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย

Cardster

จากงานอดิเรกวัยเด็ก สู่ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย Passion และกำลังซื้อ

หากย้อนกลับไปในอดีต การสะสมการ์ดอาจเป็นเพียงกิจกรรมยามว่างของเด็ก ๆ ที่ชื่นชอบตัวละครในเกม การ์ตูน หรือนักกีฬาคนโปรด แต่วันนี้โลกของ Collectible Cards ได้ขยายขอบเขตไปไกลกว่านั้น เมื่อการ์ดบางใบกลายเป็นของหายากที่นักสะสมทั่วโลกยอมแข่งขันกันเพื่อครอบครอง และบางใบสามารถสร้างมูลค่าในการประมูลได้สูงถึงหลักล้านหรือหลักร้อยล้านบาท

เบื้องหลังปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ทั้งจำนวนการผลิตที่จำกัด ความนิยมของบุคคล หรือคาแรกเตอร์ ความสมบูรณ์ของการ์ด ตลอดจนประวัติความเป็นมาและเรื่องราวที่ทำให้การ์ดใบนั้นแตกต่างจากใบอื่น

อีกปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของ Community นักสะสม ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล และขยายความต้องการในตลาด ขณะเดียวกัน โซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และแพลตฟอร์มประมูลระดับโลกก็ทำให้การ์ดหายากเข้าถึงผู้ซื้อได้กว้างขึ้นกว่าเดิม

Cardster
อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด และผู้จัดงาน Bangkok International Card Show กล่าวว่า

คาร์ดสเตอร์ ไม่ได้ขายแค่การ์ด แต่สร้างระบบนิเวศนักสะสมครบวงจร

อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด และผู้จัดงาน Bangkok International Card Show กล่าวว่า อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด และผู้จัดงาน Bangkok International Card Show

กล่าวว่า บริษัท เดอะ คลัสเตอร์ จำกัด หรือ คาร์ดสเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดยเป็นผู้ค้าปลีก และผู้จัดจำหน่ายการ์ดสะสมจากแบรนด์ต่าง ๆ พร้อมพัฒนาบริการให้ครอบคลุมเส้นทางของนักสะสม ตั้งแต่การค้นหาการ์ดใบแรก ไปจนถึงการดูแลการ์ดหายาก และการซื้อขายในตลาดต่างประเทศ โดยมีแนวทาง 3 ด้านสำคัญ

ได้แก่ การทำให้การ์ดเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน, การให้บริการอย่างมืออาชีพ และน่าเชื่อถือ และการสร้าง Community ที่แข็งแกร่งในประเทศไทย เพื่อให้การสะสมเป็นกิจกรรมที่ผู้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่อยู่ในวงการมานาน โดยปัจจุบัน คาร์ดสเตอร์ แบ่งธุรกิจออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่

  • Retail ช่องทางค้าปลีกสำหรับนักสะสม : ให้บริการผ่านเว็บไซต์ The Cluster หน้าร้านที่เนก้าพลาซ่า สะพานเหล็ก รวมถึงช่องทางอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee และ TikTok Shop เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมแตกต่างกัน
  • Distribution กระจายสินค้าไปทั่วประเทศ : ทำหน้าที่จัดจำหน่ายและขายส่งผลิตภัณฑ์การ์ดสะสม เพื่อขยายการเข้าถึงไปยังร้านค้าและนักสะสมในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย
  • Streaming ขายการ์ดผ่านคอนเทนต์ และไลฟ์สด : ใช้การไลฟ์ขายสินค้าผ่าน TikTok Shop, Facebook และ YouTube เพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกซื้อที่ใกล้ชิดกับลูกค้า พร้อมนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความสนใจของแต่ละกลุ่ม
  • Grading ตรวจสอบสภาพ และประเมินเกรดการ์ด : การตรวจเกรดเป็นหนึ่งในบริการที่นักสะสมให้ความสำคัญ โดยบริษัทนำการ์ดส่งไปประเมินกับผู้ให้บริการในสหรัฐฯ ซึ่งมีระบบคะแนนตั้งแต่ 1–10 คะแนน เพื่อสะท้อนสภาพของการ์ด เช่น ความคมชัดของพื้นผิว ความสมบูรณ์ และความสมดุลของขอบการ์ด :7j’การ์ดที่ได้รับเกรดสูง โดยเฉพาะคะแนนเต็ม 10 มีโอกาสได้รับความสนใจจากตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เกรดเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยกำหนดมูลค่า ยังต้องพิจารณาความหายาก ความนิยม และความต้องการซื้อร่วมด้วย
  • Consignment ฝากขาย และฝากประมูลในตลาดต่างประเทศ : เปิดโอกาสให้นักสะสมส่งการ์ดเข้าสู่ช่องทางซื้อขายระดับสากล ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง eBay และบริษัทประมูลในสหรัฐฯ เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อสูง
  • Events สร้างพื้นที่ให้ Community เติบโต : จัดงานการ์ดสะสมทั้งในระดับนานาชาติและงานขนาดย่อย เพื่อให้ผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักสะสมได้พบปะ พูดคุย ซื้อขาย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันโดยตรง โดยมี Bangkok International Card Show เป็นหนึ่งในเวทีสำคัญของบริษัท

การมีธุรกิจครอบคลุมหลายมิติช่วยให้ คาร์ดสเตอร์ ไม่ได้พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับบริการเฉพาะทาง และกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับนักสะสมอีกด้วย

Cardster

เปิด 3 โลกการ์ดสะสม ตั้งแต่กีฬา Pop Culture ถึงเกมแข่งขัน

แม้ภาพจำของการ์ดสะสมจะเชื่อมโยงกับโปเกมอนหรือการ์ดเกมเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริง ตลาดนี้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความชื่นชอบของผู้คนหลายกลุ่ม

  • Sport Cards การ์ดนักกีฬา และประวัติศาสตร์กีฬา : ครอบคลุมการ์ดนักฟุตบอล นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล เบสบอล มวย และมวยปล้ำ โดยการ์ดบางใบมีลายเซ็นนักกีฬา ชิ้นส่วนเสื้อแข่งขัน หรือองค์ประกอบพิเศษที่เชื่อมโยงกับบุคคลและเหตุการณ์จริง จึงมีคุณค่าทั้งในมุมของการสะสม และประวัติศาสตร์กีฬา
  • Non-Sport Cards การ์ดจากภาพยนตร์ และ Pop Culture : เป็นกลุ่มการ์ดที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ ตัวละคร และวัฒนธรรมป๊อป เช่น Disney, Mickey Mouse และ Marvel รวมถึงการ์ดที่นำวัสดุหรือชิ้นส่วนจากสิ่งของจริงมาใส่ไว้ในการ์ด ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการ์ดที่บรรจุชิ้นส่วนจากโต๊ะโป๊กเกอร์ซึ่งใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ James Bond 007 หรือการ์ดที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในอดีต ซึ่งอาจมีอายุย้อนไปได้ราว 150 ปี และสะท้อนเรื่องราวของสยามในยุคก่อนประเทศไทยสมัยใหม่
  • Trading Card Games (TCG) สะสมได้ เล่นแข่งขันได้ : การ์ดเกมอย่าง Pokémon แตกต่างจากการ์ดสะสมทั่วไปตรงที่มีระบบพลัง ความสามารถ และกติกาสำหรับใช้แข่งขัน ผู้เล่นจึงสามารถซื้อการ์ดเพื่อสร้างเด็คลงสนาม ขณะเดียวกันก็สะสมการ์ดหายากไปพร้อมกันได้

แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่า TCG มีฐานผู้บริโภคสองกลุ่มสำคัญ คือผู้เล่นที่ต้องการการ์ดเพื่อการแข่งขัน และนักสะสมที่ให้ความสำคัญกับความหายากหรือความสวยงาม โดยข้อมูลจากผู้บริหาร คาร์ดสเตอร์ ระบุว่า ตลาดไทยมีสัดส่วน TCG สูงถึงประมาณ 75% ขณะที่กลุ่มการ์ดประเภทอื่นมีสัดส่วนราว 25%

Cardster
อภิสัณห์ วงษ์ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ การ์สเตอร์ จำกัด และผู้จัดงาน Bangkok International Card Show

ตลาดการ์ดสะสมโตแรง ราคาขึ้นลงตาม Demand และ Supply

ข้อมูลตลาดที่ผู้บริหาร คาร์ดสเตอร์ อ้างอิงจาก Card Ladder ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มติดตามข้อมูลราคาการ์ดสะสม ระบุว่า ในปี 2025 มูลค่าการซื้อขายการ์ดที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และตัวเลขที่นำเสนอสำหรับปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลตามที่มีการนำเสนอในแหล่งอ้างอิง ไม่ควรตีความว่าเป็นมูลค่าตลาดทั้งหมด เนื่องจากยังไม่ครอบคลุมการซื้อขายในการ์ดโชว์ การซื้อขายระหว่างบุคคลโดยตรง และธุรกรรมส่วนตัวทั้งหมด

หากพิจารณาพัฒนาการในช่วงปี 2020-2026 ตลาดการ์ดสะสมมีช่วงที่ชะลอตัวและกลับมาคึกคัก โดยช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นจุดที่ผู้คนจำนวนหนึ่งหันมาสนใจงานอดิเรกและการสะสมมากขึ้น ก่อนที่กระแสจะขยายตัวผ่านสื่อออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ และความสนใจจากนักกีฬาและบุคคลที่มีชื่อเสียง

สำหรับการกำหนดราคา ปัจจัยหลักยังคงเป็นอุปสงค์และอุปทาน หากการ์ดใบหนึ่งมีจำนวนจำกัด แต่มีผู้ต้องการครอบครองจำนวนมาก ราคาก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะการ์ดที่ระบุหมายเลข 1/1 ซึ่งหมายถึงการ์ดที่มีเพียงหนึ่งใบตามการผลิตของชุดนั้น

ในทางกลับกัน หากมีการนำการ์ดรุ่นเดียวกันออกมาประมูลจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ราคาก็อาจผันผวนได้เช่นกัน ตลาดนี้จึงต้องอาศัยข้อมูล ความเข้าใจในตัวสินค้า และการประเมินความต้องการของผู้ซื้อ ไม่ใช่การมองว่าการ์ดทุกใบจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเสมอไป

Cardster

การ์ดใบเดียวอาจมีมูลค่าหลักร้อยล้าน แต่ไม่ใช่ทุกใบจะทำกำไร

หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนพลังของตลาดการ์ดหายาก คือการ์ดโปเกมอนที่มีจำนวนจำกัดอย่างยิ่ง และถูกนำเข้าสู่การประมูลระดับโลก โดยในบทสัมภาษณ์มีการยกตัวอย่างการ์ดที่เกี่ยวข้องกับ Logan Paul ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อและผู้ติดตามจำนวนมาก จนมีการกล่าวถึงมูลค่าในระดับหลายร้อยล้านบาท

แต่ปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้หมายความว่าการ์ดทุกใบจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระดับเดียวกันได้ เพราะราคาที่เกิดขึ้นในการประมูลยังขึ้นอยู่กับความหายากของการ์ด สภาพสินค้า ความต้องการในช่วงเวลานั้น จำนวนผู้แข่งขันประมูล และความสนใจที่เกิดขึ้นรอบตัวการ์ดใบนั้น สำหรับนักสะสมที่มองการ์ดเป็นการลงทุน

การศึกษาประวัติการซื้อขาย การตรวจสอบความแท้ ความน่าเชื่อถือของผู้ขาย และการพิจารณาค่าธรรมเนียมในการซื้อขายจึงเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ผู้ที่สะสมด้วยความชื่นชอบอาจให้ความสำคัญกับเรื่องราว และความผูกพันมากกว่าราคาตลาด นี่คือเสน่ห์ และความท้าทายของ Collectibles ที่ทำให้การ์ดใบหนึ่งมีความหมายแตกต่างกันไปในสายตาของแต่ละคน

Cardster

คนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่กลุ่มเป้าหมาย แต่เป็นพลังขับเคลื่อนตลาดระยะยาว

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ฐานนักสะสมไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงเท่านั้น ผู้บริหาร คาร์ดสเตอร์ ระบุว่า มีเด็กอายุประมาณ 7-10 ปี เข้ามาสนใจการ์ดสะสมด้วยเช่นกัน ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานช่วงประมาณ 20-40 ปี เป็นอีกกลุ่มที่มีบทบาทด้านกำลังซื้อ

พฤติกรรมนี้สะท้อนวงจรของการสะสมที่เกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต หลายคนเริ่มต้นจากการซื้อการ์ดตามความชอบในวัยเด็ก ก่อนกลับมาสะสมอีกครั้งเมื่อเติบโตขึ้น มีรายได้ และสามารถตามหาการ์ดที่เคยอยากได้ในอดีต

นอกจากนี้ การสะสมยังเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์กับประสบการณ์จริง นักสะสมสามารถติดตามข่าวสาร ตรวจสอบราคา และซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะเดียวกันก็ต้องการพื้นที่สำหรับพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน และสัมผัสการ์ดจริงด้วยตัวเอง

สำหรับ คาร์ดสเตอร์ โอกาสจึงไม่ได้อยู่แค่การเพิ่มยอดขาย แต่ยังรวมถึงการสร้างความรู้ และความเข้าใจในตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออย่างเหมาะสม รู้จักตรวจสอบสินค้า และลดความเสี่ยงจากการซื้อขายที่ไม่น่าเชื่อถือ

Cardster

ปั้น Bangkok International Card Show สู่จุดหมายใหม่ของนักสะสมทั่วโลก

ผู้หาร คาร์ดสเตอร์ ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นจุดหมายสำคัญของนักสะสมต่างชาติ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งความพร้อมด้านสถานที่จัดงาน การเดินทาง อาหาร วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งนี้ข้อมูลจางาน Card Show ครั้งล่าสุดที่กล่าวถึงมีผู้เข้าร่วมประมาณ 5,700 คน

โดยเพิ่มขึ้นจากงาน Bangkok International Card Show ปี 2025 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 5,000 คน ซึ่งมาจาก 23 ประเทศ สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นของทั้งนักสะสมชาวไทย และชาวต่างชาติ

โดย คาร์ดสเตอร์ คาดว่าในการจัดงานครั้งถัดไป Bangkok International Card Show 2026 นี้ บริษัทตั้งเป้าดึงผู้เข้าร่วมมากกว่า 12,000 คน จากกว่า 30 ประเทศ และวางเป้าหมายระยะต่อไปสำหรับงาน Bangkok International Card Show 2027 ไว้ที่มากกว่า 20,000 คน จากกว่า 35 ประเทศ

Cardster

มากกว่าการ์ดโชว์ คือการเชื่อม Collectibles เข้ากับการท่องเที่ยวไทย

แนวคิดที่ Bangkok International Card Show ให้ความสำคัญคือการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยผสานโลกของการ์ดสะสมเข้ากับวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

  • Cultural Showcase : จัดกิจกรรม หรือนิทรรศการที่เชื่อมโยงการ์ดสะสมกับวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศได้สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินชมสินค้าในงาน
  • Tourism & Local Economy : สร้างคอนเทนต์ออนไลน์ที่นำการ์ดไปเชื่อมโยงกับร้านอาหาร สถานที่สำคัญ และแหล่งท่องเที่ยว เช่น การนำการ์ดไปถ่ายภาพในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ และช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปพร้อมกัน
  • International Events : ใช้งานการ์ดสะสมระดับนานาชาติเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมใช้เวลาเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้จ่ายในพื้นที่อื่น ๆ ต่อจากการเข้าร่วมงาน

แนวทางดังกล่าวมีโอกาสสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าท้องถิ่น และสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะหากสามารถออกแบบประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้จริง

อีกหนึ่งแนวทางคือการร่วมมือกับผู้ผลิตการ์ดระดับนานาชาติ โดยมีตัวอย่างความร่วมมือกับแบรนด์ Futera จากอังกฤษ ในการจัดทำการ์ดชุด Thailand Culture Series ที่นำวัฒนธรรมไทยมาเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน และมีการกำหนดหมายเลขการ์ดตั้งแต่รุ่นทั่วไปไปจนถึงรุ่น 1/1 ซึ่งมีเพียงหนึ่งใบ

ความร่วมมือเช่นนี้สะท้อนโอกาสในการนำเอกลักษณ์ของไทยไปเชื่อมต่อกับตลาดนักสะสมทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ผลิตการ์ดเองทั้งหมด แต่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้สร้างความร่วมมือและพัฒนาประสบการณ์ให้กับนักสะสมได้

Cardster

โอกาสของไทยไม่ได้จบแค่การขายตลาดการ์ดสะสม

ทิศทางของตลาด Collectibles แสดงให้เห็นว่า การ์ดสะสมกำลังเชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ บริการตรวจสอบสินค้า แพลตฟอร์มประมูล ไปจนถึงการจัดอีเวนต์ และการท่องเที่ยว สำหรับ คาร์ดสเตอร์ ความท้าทายสำคัญคือการทำให้ตลาดเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ทั้งการสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่งเสริมความเข้าใจของผู้บริโภค และสร้างพื้นที่ที่นักสะสมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ Bangkok International Card Show 2027 จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญว่า ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนความนิยมในการ์ดสะสมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ และการท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้มากเพียงใดเพราะท้ายที่สุดแล้ว การ์ดหนึ่งใบอาจมีมูลค่าหลักล้าน

แต่สิ่งที่ทำให้ตลาดนี้เดินหน้าต่อไปได้ คือ ความหลงใหลของผู้คน เรื่องราวที่อยู่เบื้องหลัง และ Community ที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน ในส่วนของปัญหาที่ปัจจุบันเห็นฟรีออเดอร์มาเขาซื้อมาแต่ไม่ได้ของ เราเองก็พยายาม Educated ตลาดหรือการให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับลูกค้า 

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay