Case Study : 7-Eleven ญี่ปุ่นปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้ด้วยระบบจาก Fujitsu

0
244

7Eleven Japan เดินหน้าปรับปรุงกระบวนการขนส่งสินค้าด้วยระบบการจัดการแบบเรียลไทม์ให้กับร้านค้ากว่า 20,000 ร้าน ด้วยระบบการจัดการของ Fujitsu….

7Eleven Japan เดินหน้ายกระดับระบบขนส่งให้สาขากว่า 2 หมื่นสาขา ด้วยโซลูชั่นจาก Fujitsu

ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกอย่างเซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ได้ปรับปรุงระบบการจัดการเพื่อให้มั่นใจว่าการส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังร้านค้าแฟรนไชส์จะปลอดภัยและตรงต่อเวลา ด้วยการจัดการข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์จะช่วยสร้างความมั่นใจในการกระจายสินค้าอย่างปลอดภัยและแน่นอน

นอกจากนี้ยังทำให้ได้รับประโยชน์อื่น ๆ มากมาย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ลดรอยเท้านิเวศน์ (Ecological Footprint) ช่วยให้การดำเนินงานคล่องตัว และเพิ่มความสามารถในการตอบสนองในยามวิกฤติ ภายใต้สโลแกน ใกล้ และสะดวก ผังของร้านค้าจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

และต้องมีการเปลี่ยนแปลงการกระจายสินค้า ซึ่งหมายความว่าระบบต้องเปลี่ยนตามไปด้วย เราคาดหวังว่าฟูจิตสึจะปรับระบบให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และเราพร้อมที่จะรับทุกคำแนะนำในการสร้างโซลูชันที่ทำงานดีที่สุด

Hiroyuki Harajima ผู้จัดการทั่วไป บจก. เซเว่น-อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การกระจายสินค้าที่ปลอดภัยและตรงต่อเวลาไปยังกว่า 20,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ในเดือนมกราคม 2018 เซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ได้กลายเป็นผู้ค้าปลีกรายแรกในประเทศญี่ปุ่นที่มีร้านค้าปลีกในเครือข่ายกว่า 20,000 ร้าน

วัตถุประสงค์หลักของเซเว่นอีเลฟเว่น คือเพื่อให้บริการสินค้าและปรับปรุงการบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านค้าที่ ใกล้ และสะดวก และขาดไม่ได้ของชุมชน ทั้งนี้เพื่อรักษารสชาติและคุณภาพของสินค้าแต่ละชนิด บริษัทจึงมีศูนย์กระจายสินค้าสำหรับอาหาร 4 หมวด

ที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่แตกต่างกัน เช่น แช่เย็น อุ่น แช่แข็ง และอุณหภูมิห้อง และใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับร้านค้าตั้งที่อยู่เป็นกลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มจะอยู่ภายใต้ศูนย์กระจายสินค้าเดียวกันเพื่อกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ในกลุ่ม ศูนย์กระจายสินค้าแบบนี้เป็นพันธมิตรคู่ค้า

มีทั้งหมด 156 แห่งในญี่ปุ่น (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2018) มีรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง 5,900 คัน และมีพนักงานขับรถที่คอยส่งสินค้าไปยังแต่ละร้านค้าทุกวันประมาณ 13,000 คน

ภารกิจของเราคือการส่งมอบสินค้าที่ปลอดภัย และขนส่งอย่างปลอดภัยไปยังร้านค้าแฟรนไชส์ของเรา 

เซเว่น-อีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น จึงเริ่มใช้อุปกรณ์ และระบบการจัดการจากภายในรถยนต์นับตั้งแต่เริ่ม ทำให้เราจำเป็นที่ต้องใช้ระบบในการจัดการ ดังนั้นบริษัทของเราจึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามข้อผูกพันด้านการค้าของเรา เพื่อให้พนักงานของเรา 1 คน สามารถดูแลจัดการได้ถึง 2,000 ร้านค้า (ขึ้นกับความสามารถส่วนตัวของพนักงานด้วย)

แต่การทำงานในลักษณะนี้อาจไม่ใช่สำหรับ 20,000 ร้านค้า เพื่อให้บริการในระดับเดียวกันในหมู่ร้านค้าแฟรนไชส์ทั้งหมด เราต้องใช้กลไกที่เหมาะสม ด้วยการนำระบบการจัดการของฟูจิตสึมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ และเพื่อให้มีการซัพพลาย และกระจายสินค้าที่ลงตัว

เหตุผลสำหรับการปรับปรุงโลจิสติกส์ของ 7Eleven ในญี่ปุ่น

 

Fujitsu

เนื่องจาก เราต้องจัดการกับอุณหภูมิและการสั่นสะเทือน พูดง่าย ๆ คือ เราต้องลดความเสียหายของสต็อกสินค้า และประการที่สองเพื่อติดตั้งระบบงานด้านโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ หากสินค้าใดที่ต้องขนส่งไปยังร้านค้าหลายแห่ง เท่ากับเพิ่มโอกาสของความเสียหาย และมีค่าใช้จ่าย

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้การดำเนินงานด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องง่าย ซึ่งระบบการจัดการของฟูจิตสึให้ความมั่นใจถึงโลจิสติกส์ในระดับคุณภาพซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ตัดสินใจใช้งานระบบดังกล่าว โดยเราเริ่มติดตั้งระบบงานเป็นครั้งแรก ในปี 2006 ต่อมาเมื่อบริษัทดำเนินการปรับปรุงระบบในปี 2012 

ด้วยการโซลูชันใหม่ที่นำเสนอโดยฟูจิตสึก็ถูกนำไปใช้ที่ศูนย์กระจายสินค้าที่เป็นพันธมิตรคู่ค้าแต่ละแห่ง ระบบใหม่นี้ใช้ DTS-D1D ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายในยานพาหนะ พร้อมตัวบันทึกขับขี่ประสิทธิภาพสูง รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ ระบบยังใช้เครือข่ายบนระบบคลาวด์ ซึ่งจะให้สถานะแบบเรียลไทม์ และทำให้การดำเนินงานมีคุณภาพที่ดีขึ้น

และส่งผลทำให่ บริษัท HI-LINE Co., Ltd. ที่ให้บริการกระจายสินค้าสำหรับร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น ประมาณ 7,000 แห่ง จากฮิโรชิมาทางตะวันตกของญี่ปุ่นไปยังคานางาวะ และโตเกียวอยู่ซึ่งทางทิศตะวันออก ได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ด้าน Akira Hanafusa ผู้จัดการอาหารแช่แข็งที่ทำจากข้าว ซึ่งเป็นศูนย์จัดส่งพันธมิตรที่เนยากาวา กล่าวว่า ในอดีต เราสามารถระบุตำแหน่งของรถขนส่งผ่านการติดต่อทางวิทยุเท่านั้น ดังนั้นเมื่อผู้ขับขี่หลงทางและโทรหาเราเพื่อขอทิศทางมันเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกทางแก่เขา

แต่ด้วยระบบในปัจจุบันเราสามารถระบุตำแหน่งพิกัดของคนขับได้ใกล้เคียงเวลาจริง และในตอนนี้เราสามารถทราบถึงอุณหภูมิของช่องแช่แข็งในรถขนส่งซึ่งอยู่ห่างไกลจากสำนักงานของเราได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

Fujitsu
ภาพประกอบจาก https://commons.wikimedia.org/

ขณะที่ Toshio Hagane รองผู้จัดการศูนย์จัดส่งสินค้าของ HI-LINE ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้าที่เนยากาวา กล่าวเสริมว่า ในอดีตเราต้องใส่การ์ดหน่วยความจำเข้าไปในอุปกรณ์ในรถยนต์ และทันทีที่คนขับกลับไปที่ศูนย์ พวกเขาจะถอดการ์ดหน่วยความจำ และพิมพ์รายงานการขับขี่ของเขาที่สำนักงาน แต่ด้วยระบบใหม่นี้ทำให้

พนักงานขับรถขนส่งสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น เพราะพวกเขาไม่ต้องรอพิมพ์รายงานอีกต่อไป ซึ่งด้วยระบบการจัดการในปัจจุบันมีความสามารถแชร์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ผ่านระบบคลาวด์ ระหว่าง เซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น และบริษัทที่บริหารจัดการศูนย์จัดส่งสินค้า สามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็วระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉิ

และยังสอดรับกับการรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผู้อยู่อาศัยเอาไว้ และการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งในฐานะที่เป็น 1 ใน 7 องค์กรค้าปลีกที่ได้รับเลือกเป็นองค์กรสาธารณะภายใต้บัญญัติการรับมือภัยพิบัติ ประเทศญี่ปุ่น เซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น มีบทบาทสำคัญในสถานการณ์ภัยพิบัติ และการฟื้นฟูสถานการณ์

ร่วมกับร้านค้า Seven & i Holdings และ Ito Yokado อย่างเช่น ที่ช่วยในเหตุการณ์พายุหิมะตกหนักในท้องที่โฮกุริคุเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ทำให้การขนส่ง และการกระจายสินค้าต้องหยุดชะงัก

แม้จะมีหิมะตกหนัก แต่เซเว่นอีเลฟเว่น ประเทศญี่ปุ่น ก็ยังสามารถสื่อสารระหว่างสำนักงานใหญ่ ศูนย์จัดส่งสินค้า และพนักงานขับรถ ทำให้เราเป็นบริษัทเดียวที่สามารถส่งมอบสินค้าไปยังร้านค้าส่วนใหญ่ของเราได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาการจราจรทำให้เราไม่สามารถเดินทางได้ เราสามารถที่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง

ได้เช่นนี้เพราะการจัดการแบบเรียลไทม์ ผู้คนเคยนึกถึงร้านสะดวกซื้อว่าเป็นร้านค้าพื้นฐานที่เป็นวิถีชีวิต แต่ทุกวันนี้ร้านเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตไปแล้ว และคุณสามารถพูดได้ว่าระบบการจัดการบนคลาวด์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ในสถานการณ์ฉุกเฉินHarajima กล่าวเสริม 

นอกจากนี้ เราเชื่อว่าระบบการจัดการของฟูจิตสึ นอกจากจะนำไปสู่การตัดสินใจที่เหมาะสมเมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ยังคำนึงถึงสภาพแวดล้อมอีกด้วย เนื่องจากเรามีรถขนส่งประมาณ 5,900 คันในญี่ปุ่น เราจึงให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการปล่อยก๊าซคาร์บอน

 

Fujitsu

ซึ่งเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับปัญหาสิ่งแวดล้อม การเพิ่มความคล่องตัวในการบรรจุสินค้าใส่รถยนต์ จัดกลุ่มร้านค้าที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน และการดำเนินงานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเรานำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง

ซึ่งสอดคล้องกับสโลแกนของเราที่ว่า ใกล้ และสะดวก เราเปลี่ยนแปลงพื้นที่ขายในร้านค้าเป็นประจำทุกวัน และเราปรับเปลี่ยนวิธีการกระจายสินค้าของเราด้วย ซึ่งหมายความว่า ระบบก็ต้องเปลี่ยนให้ทัน เราเชื่อมั่นในฟูจิตสึว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนระบบไปตามความก้าวหน้าเหล่านี้ และหวังว่าจะได้ข้อเสนอสำหรับการจัดหาโซลูชันที่ดีที่สุดในอนาคต

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com และ commons.wikimedia.org

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.