ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผสานพลัง AIS ชูนวัตกรรม “วัคซีนแพลตฟอร์ม”

AIS

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผสานพลัง AIS ชูนวัตกรรม “วัคซีนแพลตฟอร์ม” เพิ่มประสิทธิภาพ และความคล่องตัว สานต่อภารกิจปูพรมฉีดวัคซีน COVID-19…

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผสานพลัง AIS ชูนวัตกรรม “วัคซีนแพลตฟอร์ม

เอไอเอส ประสานการทำงานเพื่อ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้ทำงานร่วมกันในการรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID19 มาตั้งแต่การระบาดในช่วงแรก ถึงวันนี้ภารกิจสำคัญในการยับยั้งสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้คือการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนให้ได้เร็วที่สุด

AIS

เอไอเอส 5G และ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงร่วมกันพัฒนาระบบการทำงานเพื่อให้บุคลากรสามารถให้บริการฉีดวัคซีนภาคสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพตามขนาดของพื้นที่รวมถึงขั้นตอนการทำงานที่อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม อีกทั้งช่วยลดขนาดจำนวนทรัพยากรด้านบุคลากรทั้งทีมงานสนับสนุน และบุคลากรทางการแพทย์

ในการปฏิบัติการ ที่เรียกว่า วัคซีนแพลตฟอร์ม โดยเริ่มต้นทดสอบและใช้จริงในจุดฉีดวัคซีนภาคสนาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไปแล้วกว่า 120,000 โดส โดยดำเนินการรวมเพียง 20 วัน สำหรับเข็มแรก และล่าสุดกับการฉีดให้แก่ผู้พิการกว่า 4,000 คน ร่วมกับกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และกว่าอีก 5,000 คนในวันที่ 12 สิงหาคม 2564 วันแม่แห่งชาติ

AIS
ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ อธิบายว่า การจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนภาคสนามมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีระบบที่จะเข้ามาช่วยให้การทำงานของฝ่ายต่าง ๆ เกิดประสิทธิภาพ และมีกระบวนการรายงานจัดการข้อมูลให้ราบรื่น

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราได้ร่วมกับ เอไอเอส ในการพัฒนาวัคซีนแพลตฟอร์มขึ้นมา เพื่อให้การทำงานภาคสนามในการดูแลให้บริการประชาชนในการฉีดวัคซีนเกิดความคล่องตัว และรองรับการฉีดวัคซีนต่อวันให้ได้มากที่สุด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจุดฉีดวัคซีนภาคสนาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีระบบการทำงานที่ค่อนข้างลงตัว

AIS

เราไม่ได้มีเครื่องคอมพิวเตอร์มากมาย ไม่ได้มาเดินสายหรือติดตั้งระบบที่วุ่นวาย แต่เราใช้การทำงานผ่านแพลตฟอร์มบนเครื่องแท็บเล็ตโดยบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ทำให้ขั้นตอนการฉีดวัคซีนตั้งแต่การลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามมาตรฐานไปจนถึงการติดตามผล และนัดหมาย

ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลผู้ฉีดวัคซีนเข้าสู่ฐานข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขมีความคล่องตัว ในท้ายที่สุดทั้งประชาชนคนไทยที่มาใช้บริการ บุคลากรทางการแพทย์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็ต่างได้รับผลประโยชน์สูงสุด การเดินหน้าเป้าหมายการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประเทศก็จะสำเร็จลุล่วงได้

AIS
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส

ด้าน สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวเสริมว่า การทำงานสนับสนุนภาคสาธารณสุขภายใต้แนวคิด เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย มากกว่าการสนับสนุนสัญญาณเครือข่าย ภายในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และจุดฉีดวัคซีนแล้ว

เรายังใช้ศักยภาพขององค์กรในการสร้างสรรค์ Digital Service มาสนับสนุนการทำงานของภาคสาธารณสุขในมิติต่าง ๆ อีกด้วย ครั้งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมด้านสาธารณสุขที่จะมายกระดับการฉีดวัคซีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้นก็คือ วัคซีนแพลตฟอร์ม ที่พัฒนาร่วมกับ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

AIS

โดยใช้แนวคิดแบบ Modular Design หรือการออกแบบขั้นตอนการทำงานภายในแพลตฟอร์มให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของการใช้งานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถขยายแพลตฟอร์มและการทำงานของระบบให้รองรับกับจุดฉีดวัคซีนภาคสนามอื่น ๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กรองรับระดับ 100 คน

หรือขนาดใหญ่ที่รองรับได้มากกว่า 10,000 คนก็ตาม ซึ่งการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ของเรา และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการนำวัคซีนแพลตฟอร์มมาใช้ในภาคสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถทำให้ภารกิจที่จุดฉีดวัคซีนภาคสนาม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้กับบุคลากรภายใน และภายนอก

AIS

ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ร่วมกับ เอไอเอส ได้ให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) แก่ประชาชนผ่าน วัคซีนแพลตฟอร์มสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการกว่า 5,000 คน

ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ยิ่งเป็นการยืนยันความพร้อมของระบบที่สามารถบริหารจัดการในรูปแบบศูนย์วัคซีนภาคสนามเพื่อรองรับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนไทยในทุกพื้นที่

AIS

สำหรับนวัตกรรม วัคซีนแพลตฟอร์ม ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจนในการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการทำงานของภาคสาธารณสุขของไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ เอไอเอส และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่มีความต่อเนื่องในการทำงาน

ซึ่งแน่นอนว่าวัคซีนแพลตฟอร์มนี้จะเป็นต้นแบบในการนำไปใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป้าหมายการฉีดวัคซีน COVID19 ให้กับคนไทยได้สำเร็จ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.