รับมือ AI แย่งซีนโจมตี! Fortinet เผยอินไซต์ความปลอดภัยไซเบอร์ไทยปี 2026 เมื่อภัยคุกคามล้ำหน้ากว่าการป้องกัน

Fortinet

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) เตือน! องค์กรไทยเผชิญวิกฤตไซเบอร์ซับซ้อน ภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) พุ่งแรง และเร็วเกินรับมือ…

highlight

  • ฟอร์ติเน็ต เผยรายงานความปลอดภัยไซเบอร์ล่าสุด พบองค์กรไทยกำลังเผชิญกับความซับซ้อนของระบบที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นช่องโหว่สำคัญ ท่ามกลางการผงาดของภัยคุกคามที่ใช้ AI ในการโจมตี ซึ่งมีความรวดเร็วและแม่นยำเกินกว่าที่ระบบป้องกันแบบเดิมจะรับมือได้ทัน

รับมือ AI แย่งซีนโจมตี! Fortinet เผยอินไซต์ความปลอดภัยไซเบอร์ไทยปี 2026 เมื่อภัยคุกคามจาก AI ล้ำหน้ากว่าการป้องกัน

Fortinet

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่ขับเคลื่อนการผสานรวมของระบบเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าด้วยกัน ประกาศผลการศึกษาล่าสุดที่จัดทำโดย Forrester Consulting ซึ่งเผยให้เห็นว่า องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความซับซ้อนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่เพิ่มสูงจนทำให้ไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งเกิดจากผู้โจมตีที่ใช้เทคนิคซับซ้อน และสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น รวมถึงการลงทุนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง

โดยผลการศึกษาชี้ชัดว่า องค์กรกำลังมุ่งเน้นที่การลดความซับซ้อนของระบบรักษาความปลอดภัย เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และผสาน AI เข้ากับแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์มากขึ้น

ความซับซ้อน และภัยคุกคามจาก AI กำลังสร้างความกดดันในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

  • ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น จากภัยคุกคามทั้งภายนอกองค์กร และความซับซ้อนภายในองค์กรเอง โดย 65% ขององค์กรระบุว่า ภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหนึ่งในความกังวลหลัก ขณะที่ 57% ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องเครื่องมือ และสถาปัตยกรรมระบบที่กระจัดกระจาย รวมถึงการแจ้งเตือนที่มากเกินไป
  • การดำเนินงานด้านความปลอดภัยกำลังเผชิญกับแรงกดดัน โดย 58% ขององค์กรรายงานว่าการแจ้งเตือนที่มากเกินไปทำให้แยกแยะภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงได้ยาก ขณะที่ 51% ต้องจัดการกระบวนการต่างๆ ด้วยตัวเอง
  • องค์กรยังมีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ โดยองค์กร 68% มีความพร้อมในระดับปานกลาง และมีแค่ 16% เท่านั้นที่มีความพร้อมในระดับสูง

ผลการศึกษาชิ้นนี้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนอย่างชัดเจน เพราะความซับซ้อนไม่ใช่แค่ความท้าทายในการดำเนินงานเท่านั้น แต่กลายเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความเสี่ยงทางไซเบอร์

Fortinet

การเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มความปลอดภัยขยายตัวต่อเนื่อง

  • หลายองค์กรกำลังเร่งเปลี่ยนสู่การใช้แพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ โดยปัจจุบันมีองค์กรเพียง 31% เท่านั้นที่ใช้แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ขณะที่คาดว่าจะมีการขยายเพิ่มเป็น 60% ภายในช่วง 12–24 เดือนข้างหน้า
  • การเปลี่ยนดังกล่าวได้รับแรงผลักดันจากความต้องการในการลดความซับซ้อนของเครื่องมือ (58%) เพิ่มประสิทธิภาพในการผสานรวมการทำงาน (52%) และรับมือกับความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นจากสภาพแวดล้อมแบบไฮบริด (49%)
  • แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายเหล่านี้ แต่องค์กรก็ยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับการตรวจจับภัยคุกคาม (40%) และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (39%) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างที่เพิ่มขึ้นระหว่างความคาดหวังด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานได้จริง
  • ทิศทางสำคัญของอนาคตสะท้อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยองค์กรมุ่งเน้นที่ระบบงานอัตโนมัติในศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) การเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น และการรวมแพลตฟอร์มเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและรองรับการดำเนินงานในสเกลใหญ่
ความท้าทายยังคงอยู่
  • 51% ระบุว่าต้นทุนและผลกระทบที่เกิดจากการย้ายระบบคืออุปสรรคสำคัญ
  • 46% ยังไม่มั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะให้ความสามารถด้านต่าง ๆ ได้ครอบคลุม
องค์กรยังคาดหวังถึงประโยชน์เหล่านี้จากการผสานรวมระบบ
  • 90% ขององค์กรคาดว่าจะเห็นประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น โดยมากกว่า 60% คาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ ได้อย่างน้อย 10% เช่น ระยะเวลาในการตรวจจับ และตอบสนองต่อภัยคุกคาม ประสิทธิภาพการทำงานของนักวิเคราะห์ และประสิทธิภาพโดยรวมของศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC)

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแพลตฟอร์มความปลอดภัยกำลังกลายเป็นแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญยิ่งขึ้นสำหรับองค์กรที่ต้องการลดความซับซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การลงทุนด้าน AI พุ่งสูง แต่ยังขาดความพร้อม และการผสานรวมระบบยังล่าช้า

  • AI กำลังเป็นทั้งภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการป้องกัน โดย 83% ขององค์กรวางแผนเพิ่มงบประมาณด้าน AI และมากกว่าครึ่งคาดการณ์ว่างบดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นในระดับตัวเลขสองหลัก
  • มากกว่า 60% คาดว่า AI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับ เร่งการตอบสนอง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบความปลอดภัยโดยรวม
  • องค์กรยังมองว่า AI เป็นกุญแจสำคัญในการลดความซับซ้อน โดย 58% คาดหวังให้มีการบังคับใช้นโยบายอย่างสม่ำเสมอ 57% ต้องการควบคุมระบบได้จากศูนย์กลาง และ 56% ต้องการลดงานที่ต้องดำเนินการด้วยตัวเอง
ช่องว่างด้านความพร้อมในการดำเนินงาน
  • สภาพแวดล้อมที่กระจัดกระจาย ข้อจำกัดของระบบอัตโนมัติ และการขาดข้อมูลแบบรวมศูนย์ คืออุปสรรคขัดขวางการนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • องค์กรจำนวนมากยังอยู่ระหว่างการพัฒนาความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการนำ AI ไปใช้งานในระดับองค์กร

ประเด็นดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า การดึงศักยภาพของ AI มาใช้ในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยนั้น ขึ้นอยู่กับการมีสภาพแวดล้อมที่รองรับการทำงานร่วมกัน รวมถึงโครงสร้างข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่พร้อมใช้งาน

Fortinet

อมีเลีย เลา หัวหน้าโครงการ Forrester Consulting กล่าวว่า องค์กรทั่วเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญกับความท้าทายสองด้าน ทั้งภัยคุกคามจาก AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และความซับซ้อนภายในองค์กรที่เพิ่มสูงขึ้น แม้การลงทุนยังคงแข็งแกร่งอยู่

แต่หลายองค์กรยังประสบปัญหาในการนำระบบรักษาความปลอดภัยไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเปลี่ยนมาใช้แนวทางรักษาความปลอดภัยในรูปของแพลตฟอร์มที่ผสานการทำงานร่วมกันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มการมองเห็น ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และช่วยให้รับมือกับภัยคุกคามได้อย่างยืดหยุ่น

Fortinet

ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ปัจจุบัน ลูกค้าต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่กระจัดกระจาย ข้อจำกัดด้านการมองเห็น และการแจ้งเตือนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยากที่จะตรวจจับ และไม่สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน องค์กรต้องการนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มความเร็ว และประสิทธิภาพการทำงาน แต่ส่วนใหญ่ยังขาดโครงสร้างที่ช่วยผสานรวมระบบงาน ซึ่งที่ฟอร์ติเน็ต เรามุ่งมั่นช่วยให้องค์กรปรับสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยให้เรียบง่ายขึ้น และเสริมความยืดหยุ่นในการรับมือภัยคุกคาม

ด้วยแนวทางของแพลตฟอร์มรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ผสานการมองเห็น ให้ระบบอัตโนมัติ และระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI อยู่ในแพลตฟอร์มเดียว

Fortinet

ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ประจำประเทศไทยและลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า องค์กรต่าง ๆ ล้วนคาดหวังอย่างยิ่งว่า AI จะช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับ ตลอดจนช่วยเร่งการตอบสนองต่อภัยคุกคามได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม AI จะให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อทำงานบนโครงสร้างที่ผสานรวมการทำงานได้ดี ซึ่งหากขาดการมองเห็นข้อมูลแบบรวมศูนย์ และการเชื่อมโยงของข้อมูลในสภาพแวดล้อมทั้งหมด อาจทำให้ AI ยิ่งเพิ่มความซับซ้อน แทนที่จะช่วยลดความซับซ้อนลง

ดังนั้นการผสานรวมระบบคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร และให้ผลลัพธ์เรื่องความปลอดภัยได้อย่างแท้จริง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay