ETDA จัดใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ”

ETDA

เอ็ตด้า (ETDA) จัดใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ” ระดมทุกภาคส่วนร่วมดันไทยใช้งานดิจิทัลไอดีให้สำเร็จ…

highlight

  • สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า (Electronic Transactions Development Agency) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมจัดงานใหญ่ “ก้าวแรกบริการไทย…ไร้รอยต่อ” (1st STEP TOWARD THAILAND DIGITAL SOCIETY) กับเปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทย…ไร้รอยต่อ” เพื่อร่วมสร้างความเข้าใจต่อสังคม พร้อมชวน หน่วยงานรัฐ Regulator และพาร์ทเนอร์ต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ระดมความคิดเห็น สู่การกำหนดทิศทางเร่งเครื่องประเทศไทยใช้ดิจิทัลไอดีเชื่อมทุกบริการให้สำเร็จ

ETDA จัดใหญ่ เปิดตัวแคมเปญ MEiD มีไอดี “บริการไทยไร้รอยต่อ

ETDA
ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ประธานในงาน กล่าวว่า โลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล บริการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ต่างผันตัวเองเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด หลายๆ หน่วยงานแชร์ทรัพยากร ข้อมูล รวมถึงเอกสารผ่านทางคลาวด์กันอย่างแพร่หลาย 

สอดคล้องกับผลสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติของประชาชนของ เอ็ตด้า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต้องการช่องทาง เครื่องมือ หรือบริการ ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันดำเนินไปได้อย่างสะดวก ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งการจะผลักดันให้การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ETDA

จึงเห็นว่าการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล หรือ ดิจิทัลไอดี (Digital ID) จึงเป็นเสมือนกลไกที่สำคัญในการทำธุรกรรมในยุคปัจจุบัน โดยจากผลการสำรวจยังพบอีกว่า กว่า 2 ใน 3 รู้จัก และเคยใช้บริการดิจิทัลไอดี (Digital ID) ผ่านบริการต่าง ๆ แล้ว ขณะที่บางคนเคยใช้ แต่ก็ไม่รู้หรือไม่แน่ใจว่ากิจกรรมดังกล่าว

คือ ดิจิทัลไอดี นอกจากนี้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ คือ ความสะดวก รวดเร็วในการใช้งาน ความปลอดภัย และการมีมาตรฐานของการใช้บริการดิจิทัลไอดี โดยแพลตฟอร์มที่อยากให้ผนวกกับการบริการดิจิทัลไอดีมากที่สุด คือ บริการสวัสดิการจากทางภาครัฐ

รองลงมาคือ บริการทางการเงิน บริการเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ต่าง ๆ และบริการทางการศึกษา สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า สังคมส่วนใหญ่อาจยังมีการรับรู้เกี่ยวกับดิจิทัลไอดีที่ยังไม่มากพอ ทั้ง ๆ ที่ดิจิทัล ไอดี คือ ประตูบานสำคัญของทุกการทำธุรกรรมออนไลน์ที่จะช่วยทั้งในมุมด้านความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ

ดังนั้น การสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้นกับสังคม พร้อม ๆ กับสร้างความร่วมมือในกลุ่มภาครัฐ เอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดัน ขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานดิจิทัลไอดีในทุกบริการดิจิทัลของไทย จึงเป็นประเด็นที่เราจะต้องให้ความสำคัญ

ซึ่ง แคมเปญ MEiD มีไอดีบริการไทยไร้รอยต่อ โดย เอ็ตด้า นี้จะเป็นหนึ่งช่องทางสำหรับการสื่อสาร ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่จะเข้ามาตอบโจทย์ตรงนี้ เพื่อร่วมผลักดันให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดี รองรับโลกอนาคต ได้สำเร็จ

ETDA
ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยเดินหน้าส่งเสริมให้เกิดการใช้ดิจิทัล ไอดีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของกฎหมาย มาตรฐานที่เกี่ยวข้องและพัฒนาโครงการพื้นฐานทางสารสนเทศที่รองรับการใช้งาน

ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรี ได้มีมติรับทราบ และอนุมัติในหลักการด้านการพัฒนาระบบรองรับ Digital ID ด้วย Face Verification Service (FVS) ถึงแม้ประเทศไทยจะมีการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน แต่การใช้งานดิจิทัลไอดียังไม่ขยายวงกว้างมากพอ นี่จึงเป็นประเด็นท้าทายที่ทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญ

เอ็ตด้า ที่มุ่งดำเนินงานเพื่อยกระดับชีวิตคนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จึงได้เดินหน้าผลักดันให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดีมาโดยตลอด ทั้งการร่วมจัดทำแนวทางปฏิบัติ มาตรฐาน กฎหมายที่เอื้อให้เกิดการทำธุรกรรมทางออนไลน์ด้วยดิจิทัลไอดีและร่วมสร้างนวัตกรรม โซลูชั่นรองรับการใช้งาน ผ่านโครงการ เอ็ตด้า แซนด์บ็อกซ์

ETDA

พร้อมร่วมพัฒนา Digital ID framework เพื่อเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาบริการดิจิทัลไอดีให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้นจริง จะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกับประชาชน ที่จะต้องเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันในบทบาทที่แตกต่างกัน

ดังนั้น แคมเปญ MEiD มีไอดีบริการไทยไร้รอยต่อ ภายใต้โครงการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Identity) จึงเป็นหนึ่งการดำเนินงานที่จะผนึกกำลังทุกภาคส่วน ที่จะเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยเกิดการใช้งานดิจิทัลไอดี ที่จะเชื่อมโยงทุกบริการมากยิ่งขึ้น

เพราะ MEiD (มีไอดี) จะประกอบไปด้วยกิจกรรมในหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมการสื่อสาร สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ดิจิทัลไอดี และกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook : MEiD (มีไอดี), Line : @meid_thailand, Twitter : MEiD

มีไอดี กิจกรรมการสำรวจความคิดเห็นทั้งฝั่ง demand และ supply จากหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน เพื่อสะท้อนภาพความต้องการ ข้อกังวล หรือ pain point การรับรู้ต่าง ๆ ที่มีต่อบริการดิจิทัลไอดีไทย สู่การเป็นฐานข้อมูลในการนำไปกำหนดทิศทางการทำงานต่อไป

และที่สำคัญคือ กิจกรรม Hackathon เพื่อหานวัตกรรม โซลูชัน เกี่ยวกับดิจิทัลไอดี จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึง สตาร์ทอัพ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยมากที่สุด

ETDA

MEiD มีไอดีบริการไทยไร้รอยต่อ จึงเป็นหนึ่งกลไกที่ไม่เพียงปูฐานสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อบริการดิจิทัลไอดีให้เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนพร้อมสู่โลกอนาคตเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน

รวมถึง Regulator พร้อมทั้งการร่วมผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลไอดีกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงประชาชน สู่บริการต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง สะดวก และปลอดภัย” ดร.ชัยชนะ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ MEiD มีไอดี : www.facebook.com/meid.thailand

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th