Grab ขี้แจ้ง!! ข้อกังวลด้านความปลอดภัย และสุขอนามัย คนขับ

Grab

แกร็บ (Grab) ขี้แจ้ง!! กรณีที่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย และสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับคนขับฟู้ดเดลิเวอรี่ ยันมีมาตรการในการดูแลต่อเนื่อง…

Grab ขี้แจ้ง!! ข้อกังวลด้านความปลอดภัย และสุขอนามัย คนขับ

จากกรณีที่มีการส่งต่อข้อความในโซเชียลมีเดียจนเกิดเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เกี่ยวข้องกับคนขับฟู้ดเดลิเวอรี่ ทาง แกร็บ ประเทศไทย ได้รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าว และขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทฯ ได้มีมาตรการในการดูแลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยของพาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหาร

และพัสดุอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้หากบริษัทฯ ได้ รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเมื่อได้รับการติดต่อจากพาร์ทเนอร์คนขับว่าตนเองติดเชื้อโควิด19 หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง

บริษัทฯ จะทำการระงับสัญญาณทันที และจะร่วมมืออย่างเต็มที่กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางย้อนหลัง รวมถึงผู้ใช้บริการทุกคนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์คนขับทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการเปิดระบบกลับมาอีกครั้ง หากได้รับเอกสารยืนยันผลการตรวจเป็นลบเป็นที่เรียบร้อย

Grab

นอกจากนี้ พาร์ทเนอร์ยังสามารถแจ้งความประสงค์เพื่อรับเงินชดเชย ซึ่งครอบคลุมถึงค่าตรวจโรคโควิด-19 มูลค่า 500 บาท เงินชดเชยรายได้ 2,000 บาทในกรณีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อ และเงินชดเชยรายวัน 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 15 วัน ต่อการเข้าพักรักษาตัวในฐานะผู้ป่วยในที่มีสาเหตุจากการติดโรคโควิด-19 

ทั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัย และสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบริการการเดินทาง และบริการรับ-ส่งอาหารและพัสดุ ภายใต้โครงการ แกร็บแคร์ (GrabCares) ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2563

Grab

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดในระลอกที่ 3 นี้ แกร็บมุ่งเน้นการสื่อสารเพื่อเน้นย้ำให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ผู้จัดส่งอาหารและสินค้า รวมถึงพาร์ทเนอร์ร้านอาหาร ปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยต่างๆ เหล่านี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสำหรับตนเอง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ อาทิ

  • การแนะนำให้พาร์ทเนอร์คนขับปฏิบัติตามแนวทางหรือข้อกำหนดของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ การหมั่นทำความสะอาดยานพาหนะ รวมถึงการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล
  • การใช้มาตรการจัดส่งอาหารแบบไร้สัมผัส (Contactless Delivery) โดยให้พาร์ทเนอร์คนขับเว้นระยะห่างกับลูกค้าอย่างน้อย 2 เมตรตลอดเวลา รวมถึงการรอรับอาหารที่ร้านจะต้องยืนห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร ขณะต่อคิวที่ร้านอาหาร 
  • การส่งเสริมให้ผู้ใช้งานชำระค่าบริการผ่านบัตรหรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (GrabPay หรือ GrabPay Wallet) โดยได้มีการร่วมมือกับพันธมิตรธนาคารในการส่งเสริมการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดการสัมผัสเงินสดในช่วงการแพร่ระบาด
  • การใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น การใช้ระบบคัดกรองด้านสุขภาพและสุขอนามัยผ่านแอปพลิเคชัน  โดยพาร์ทเนอร์คนขับทุกคนจะต้องทำแบบประเมินเพื่อยืนยันว่าไม่มีอาการป่วยจากโรคโควิด-19 และจะต้องถ่ายภาพเซลฟี่ของตนเองขณะสวมใส่หน้ากาก พร้อมอัปโหลดภาพผ่านระบบ เพื่อยืนยันตัวตนก่อนให้บริการในทุกวัน

Grab

ทาง บริษัทฯ ขอความร่วมมือให้ทุกท่านติดตามและรับข้อมูลข่าวสารจาก หน่วยงานภาครัฐ สำนักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ หรือยังไม่ได้รับการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.