Grab จับมือ SWAG ทำโครงการ “รถพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ” นำร่อง 50 คัน ให้คนขับแกร็บฟู้ด

0
443
Grab

แกร็บ จับมือ ซแว็ก เปิดตัว โครงการ “Grab Green Wheels X SWAG : รถพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ” นำร่องใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 50 คันรับ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าลดคาร์บอน 100 ตันภายใน 1 ปี…

highlight

  • แกร็บ และ ซแว็ก อีวี (SWAG EV) ร่วมเปิดตัวโครงการ “Grab Green Wheels X SWAG: รถพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ” โครงการนำร่องที่มุ่งส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในการให้บริการจัดส่งอาหารผ่านแกร็บฟู้ด (GrabFood) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและลดมลพิษบนท้องถนน เดินหน้าทดลองใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 50 คันในกลุ่มพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเป็นทางเลือกในการให้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษารถ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 100 ตันภายใน 1 ปี

Grab จับมือ SWAG ทำโครงการ “รถพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ” นำร่อง 50 คัน ให้คนขับแกร็บฟู้ด

Grab
เปรมฤทัย วินัยแพทย์ ‌‌รอง‌ปลัด‌กระทรวง‌พลังงาน

เปรมฤทัย วินัยแพทย์ ‌‌รองปลัดกระทรวงพลังงาน ประธานเปิดตัวโครงการฯ กล่าวว่า การผลักดันประเทศไทยให้เปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงพลังงาน เนื่องจากเป็นแนวทางการใช้พลังงานทางสะอาดที่ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง และน้ำมัน

รวมถึงปัญหามลพิษอย่างฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างยั่งยืน ปัจจุบันแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับทิศทางของเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน และกระแสการลดใช้น้ำมันที่ก่อมลพิษ ซึ่งกระทรวงฯ ได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

Grab

โดยเฉพาะการเตรียมการด้านระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้น และสนับสนุนให้มีการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น กระทรวงพลังงานรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาคเอกชนอย่าง แกร็บ ประเทศไทย และ ซแว็ก อีวี เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

โดยเฉพาะการนำมาใช้ในการให้บริการจัดส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในสังคม

Grab

โครงการ Grab Green Wheels X SWAG : รถพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษ จะสนับสนุนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 50 คันให้กับพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บฟู้ดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในระยะเวลาใน 1 ปี โดยในช่วงเปิดตัวโครงการฯ แกร็บจะคัดเลือกพาร์ทเนอร์คนขับจำนวน 20 คน

ก่อนจะขยายจำนวนให้ครบทั้งหมดในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 โดยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะสนับสนุนแก่พาร์ทเนอร์คนขับ คือ รุ่น SWAG EV Type Xโดยพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บแต่ละท่านจะได้รับแบตเตอรี 2 ก้อน

ซึ่งสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 70 กิโลเมตรต่อก้อนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (รวม 140 กิโลเมตร) ใช้เวลาชาร์จไฟ 2 ชั่วโมง 35 นาที และสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุด 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Grab
เมธิณี อนวัชกุล ผู้อํานวยการธุรกิจแกร็บไบค์และศูนย์อบรมสาขาย่อย แกร็บ ประเทศไทย

ด้าน เมธิณี อนวัชกุล ผู้อํานวยการธุรกิจแกร็บไบค์และศูนย์อบรมสาขาย่อย แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “แกร็บ มุ่งมั่นที่จะส่งเสริม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้คนในสังคมภายใต้พันธกิจ Grab For Good หรือ แกร็บ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยความร่วมมือระหว่างแกร็บ และ ซแว็ก อีวี ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเรา

ในการส่งเสริมความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศมาใช้ในบริการรับ-ส่งอาหารของเรา ซึ่งเป็นบริการที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทั้งยังช่วยลดภาระด้านค่าจ่าย และยกระดับการให้บริการของพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บฟู้ด

โดยคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และค่าบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป

Grab
เจนสัน เชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซแว็ก อีวี จำกัด

ขณะที่ เจนสัน เชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซแว็ก อีวี จำกัด ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและพันธมิตรหลักของโครงการฯ กล่าวว่า ด้วยแผนงานที่ชัดเจนของภาครัฐและการลงทุนของภาคเอกชน ประเทศไทยจึงมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำด้านระบบขนส่งพลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซแว็ก อีวี มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

และได้ร่วมมือกับพันธมิตรแบรนด์ระดับโลกในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง แกร็บ ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันยอดนิยมในประเทศไทย โดยเฉพาะในบริการรับส่งอาหาร จะช่วยสร้างความมั่นใจในด้านสมรรถนะของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

รวมถึงประโยชน์ทั้งในด้านการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับคนขับ และการลดมลพิษ โดยเราคาดว่า โครงการฯ นี้จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 100 ตันตลอดระยะเวลาของโครงการ

 

Grab

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการดำเนินโครงการฯ แกร็บ และ ซแว็ก อีวี จะร่วมติดตามและวัดผลการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพาร์ทเนอร์คนขับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม และการลดค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด

และผลักดันให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างต่อไป โดยเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประกาศความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้เกิดการรณรงค์ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอื่น ๆ ภายใต้โครงการ Grab Green Wheels ในอนาคต

Grab

“ความตั้งใจของ ซแว็ก อีวี ตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำตลาดในภูมิภาคนี้ คือการช่วยให้เกิดการใช้งานรถพลังงานสะอาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา ซแว็ก อีวี จะยังไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ได้ที่ 200-300 คัน ในไทย เพราะสถาการณ์ โควิด-19

แต่ปัจจุบันก็สามารถนำส่งรถสู่ตลาดได้แล้วกว่า 150 คัน (นับร่วมโครงการร่วมือกับแกร็บ) ซึ่งกลยุทธ์ของ ซแว็ก อีวี คือการร่วมมือกับทางพาทเนอร์ในไทยในรูปแบบของ B2B เช่นเดียวกับที่ทำกับ แกร็บ และไปรษณีไทย โดยในความร่วมมือกับแกร็บ ทาง ซแว็ก อีวี มีแผนที่จะต่อยอดความร่วมมือด้วยการสร้างสถานีชาร์ทแบต 5 สถานี

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พาทเนอร์ผู้ที่ขับขี่แกร๊บให้มีจุดเติมพลังงาน ขณะที่แผนในอนาคต ซแว็ก อีวี ก็เตรียมที่จะตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ในปี 2022 เพื่อให้สะดวกต่อการดำเนินธุรกิจ และขยายฐานไปยังประเทศใกล้เคียง โดยในเบื้องต้นภายในปี 2021 ซแว็ก อีวี จะเดินหน้าขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนามอีกด้วย

นอกจากนนี้ยังได้เตรียมขยายตลาดไยังกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปโดยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างเจรจากับทาง กรุงศรีออโต้ (Krungsri Auto) เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถมีแหล่งเงินในการปรับเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้นเจนสัน กล่าว

Grab

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.