ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ หรือ เอชพีอี (HPE) รุกตลาด Enterprise Security! ชูนวัตกรรมป้องกันภัยไซเบอร์เพื่อ AI เสริมเกราะป้องกันองค์กรยุคดิจิทัล…
highlight
- HPE (เอชพีอี) เปิดตัวนวัตกรรมความปลอดภัยล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการใช้งาน AI ในระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบความมั่นคงไซเบอร์ด้วยโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่ Edge-to-Cloud ช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตี และเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำ Digital Transformation
HPE ส่งนวัตกรรมความปลอดภัยยุคใหม่! เสริมแกร่ง AI และระบบความมั่นคงองค์กร

ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ หรือ เอชพีอี ประกาศเปิดตัวนวัตกรรมด้
และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้องค์

เดวิด ฮิวจ์ส รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่
เมื่อเวิร์กโหลด AI ขยายไปสู่ระบบแบบกระจาย การเชื่อมต่อเครือข่
และบังคับใช้ได้อย่างสม่ำ
ยกระดับการปกป้องจากมาตรฐานระดั บผู้ให้บริการ สู่การใช้งานในระดับอุปกรณ์ ปลายทาง
ระบบความปลอดภัยแบบผสานรวม ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื
นอกจากนี้ เมื่อการใช้งาน AI เริ่มมีการขยายไปสู่การใช้
ซีรีส์ เอชพีอี “Juniper Networking SRX400” นำประสบการณ์ความปลอดภัยในระดั
และสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่

ฟังก์ชันอัปเดตเพิ่มเติ มในระบบเครือข่ายไฮบริดเมช ช่วยให้ผู้ใช้ปฏิบัติตามข้ อกำหนดการกำกับดูแลการใช้งาน AI ในระดับองค์กร
องค์กรธุรกิจมากกว่าครึ่งได้นำ AI มาใช้งานภายในองค์กร ส่งผลให้
เอชพีอี จึงมาพร้อมความสามารถใหม่ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุ
-
การมองเห็น และการเข้าถึงเว็
บไซต์ และแอปพลิเคชัน AI : แผงควบคุมใหม่ ที่ส่งเสริมให้องค์ กรสามารถมองเห็ นภาพรวมของการทำงาน AI Application ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อมจำกัดการเข้าถึงระบบได้อย่ างสะดวกสบายภายในคลิกเดียว และบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ ไม่ได้รับอนุญาตหรือมีความเสี่ ยงสูงด้าน AI ได้ทันที -
การตรวจสอบระดับข้อความคำสั่ง :
เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมู ล ทีมรักษาความปลอดภั ยสามารถตรวจสอบ ชุดคำสั่ง (Prompt) กรองคำสำคัญ และควบคุมการอัปโหลดไฟล์ไปยั งเครื่องมือ AI ภายนอก แต่ยังคงเปิดให้ใช้งานแอปพลิ เคชันที่ได้รับอนุญาตอื่น ๆ -
การป้องกันที่ศูนย์กลางโดยยึ
ดตามตัวตน : ฟังก์ชันนี้ช่วยสร้ างระบบความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ ทำงานสอดคล้องกันในทุกสภาพแวดล้ อม ทั้งแบบกายภาพ เสมือน และคอนเทนเนอร์ เพื่อให้นโยบายความปลอดภัยติ ดตามผู้ใช้และเวิร์กโหลดได้อย่ างต่อเนื่อง ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ -
การดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI Native) : HPE Security Director ช่วยให้การบริหารจัดการด้
านความปลอดภัยทำได้ง่ายขึ้น ผ่านการปรับรูปแบบเวิร์กโฟลว์ที่ ซับซ้อนสู่การเป็นระบบอัตโนมัติ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอุ ตสาหกรรม มาพร้อมกับ Chatbot ชั้นนำ ที่จะช่วยยกระดับการ Troubleshoot ให้สะดวกสบายและเป็นระบบมากขึ้น ด้วยการแนะนำแบบทีละขั้นตอน และการตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกั บการใช้งาน

ระบบความปลอดภัยในตัวสำหรั บสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง
การขยายระบบรักษาความปลอดภัยที่
-
ความยืดหยุ่นของเวิร์
กโหลด และการกู้คืน : เอชพีอี ยกระดับความสามารถในการกู้คื นจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และภั ยพิบัติ สำหรับเวิร์กโหลดทั้งแบบเสมื อนและบนคลาวด์ผ่าน เอชพีอี “Zerto Software” ด้วยระบบช่วยเหลือที่ปรับปรุ งใหม่ คู่มือการกู้คืนใหม่ และการรองรับเวิร์กโหลด AI รวมถึงเวิร์กโหลดที่เกี่ยวข้อง เช่น vGPU ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังผสานการทำงานร่วมกับ Microsoft Defender พร้อมเปิดให้เข้าถึงข้อมู ลแบบไม่สามารถแก้ไขได้จาก เอชพีอี “StoreOnce” อย่างปลอดภัย ช่วยให้องค์กรสามารถกู้คื นระบบสู่สถานะที่ปลอดภั ย และปราศจากมัลแวร์ได้อย่ างรวดเร็วในสถานการณ์จริง -
การประมวลผลข้อมูลลับ : เอชพีอี ขยายขีดความสามารถด้
านความปลอดภัยให้สอดคล้องกับข้ อกำหนดภาครัฐ โดยผสานการประมวลผลข้อมูลลับเข้ ากับ เอชพีอี “Morpheus Software” ผ่านสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่ เชื่อถือได้บนฮาร์ดแวร์จาก AMD และ Intel พร้อมทั้งใช้ระบบบริหารจัดการกุ ญแจเข้ารหัสแบบรวมศูนย์ (Centralized Key Management) จาก Thales CipherTrust ช่วยให้ข้อมูลยังคงอยู่ ในสถานะเข้ารหัสแม้ขณะใช้งาน ส่งผลให้องค์กรปกป้องเวิร์ กโหลดที่มีความละเอียดอ่ อน และปฏิบัติตามข้อกำหนดของรั ฐและกฎระเบียบต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริ ดและแบบแยกเครือข่าย -
ความพร้อมสำหรับยุคหลังควอนตัม (Post-quantum readiness) : เพื่อรับมือกั
บความท้าทายจากเทคโนโลยีควอนตั มที่อาจส่งผลต่อการเข้ารหัสในปั จจุบัน เอชพีอี ได้เพิ่มความสามารถด้านการเข้ ารหัสแบบหลังควอนตัม (PQC) ให้กับ Junos OS Evolved และมีแผนขยายการรองรับ PQC ไปยัง Junos อย่างครอบคลุมมากขึ้นในช่ วงกลางปี 2026 การอัปเดตนี้สอดคล้องกั บมาตรฐานการปฏิบัติตามข้ อกำหนดของสถาบั นมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) และมาพร้อมไลบรารีการเข้ารหัสที่ ได้รับการพัฒนาให้ รองรับ FIPS 203/204 รวมถึงการลงนามซอฟต์ แวร์ตาม FIPS 204 และ Quantum Buffer สำหรับ SSH อีกทั้งยังต่อยอดความพร้อมด้าน PQC ของ เอชพีอี ไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างครอบคลุม รวมถึงเซิร์ฟเวอร์ ProLiant Compute Gen12 ที่มี Integrated Lights-Out (iLO) 7 ด้วย

เนื่องจากองค์กรยังคงให้
ยกระดับการวิเคราะห์ภัยคุกคามด้ วย เอชพีอี “Threat Labs“
เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถก้าวทั
เพื่อมอบข้อมูลเชิงลึกด้านภัยคุ
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























