เอชพีอี (HPE) เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์คลาวด์ส่วนตัว และแพลตฟอร์มข้อมูลรุ่นล่าสุด เร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล และรองรับ AI สำหรับองค์กรยุคใหม่…
HPE เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอ “คลาวด์ส่วนตัว–แพลตฟอร์มข้อมูล” เจนใหม่ เร่งขับเคลื่อน AI ระดับองค์กรยุคใหม่
เอชพีอี ประกาศเปิดตัวนวัตกรรม GreenLake ใหม่ ครอบคลุมคลาวด์ส่วนตัว พื้นที่จัดเก็บ และการคุ้มครองข้อมูล เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรให้ทันสมัย เร่งความพร้อมด้านการดึงข้อมูลจาก AI โดย GreenLake นำเสนอแนวทางแบบรวมศูนย์ (Cohesive Approach)
ช่วยให้องค์กรสามารถปรับใช้ทั้งเวิร์กโหลดแบบเสมือนจริง และแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องมือที่หลายตัวจากผู้ให้บริการ หรือเผชิญความเสี่ยงจากการย้ายระบบ
ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Hybrid Cloud และ CTO ของ เอชพีอี
ฟิเดลมา รุสโซ รองประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Hybrid Cloud และ CTO ของ เอชพีอี กล่าวว่า องค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งปรับตัวเพื่อรองรับ AI และรันไทม์บนคลาวด์เนทีฟ ทำให้ต้องมองหาโซลูชันด้านการบริหารจัดการ การปกป้อง และการปรับขนาดขยายระบบ
เพื่อการดำเนินงานแบบรวมศูนย์ที่ใช้ได้จริง โดยเราได้ผสานคลาวด์ส่วนตัว ข้อมูล และการปกป้องเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยให้การย้ายจากแพลตฟอร์มเดิมขององค์กรทำได้ง่ายขึ้น ระบบยืดหยุ่นได้มากขึ้น และช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดต้นทุนเป็นเจ้าของ (TCO)

Private Cloud ยุคใหม่ที่ผสานเวิร์กโหลดคลาวด์เนทีฟ และแบบเสมือนเข้าด้วยกัน
เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ ก้าวสู่รุ่นที่ 4 มอบความยืดหยุ่นให้องค์กรที่กำลังยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้ทันสมัยกว่าระบบเวอร์ชวลไลเซชันแบบดั้งเดิม เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ ได้ยกระดับเพิ่ม Kubernetes สำหรับการจัดการเครื่องเสมือน (VM) และคอนเทนเนอร์แบบครบรวมศูนย์บนแพลตฟอร์มเดียว
พร้อมความสามารถในการขยายระบบสำหรับเวิร์กโหลดแบบคลาวด์เนทีฟได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ เอชพีอี ยังรองรับการอัปเกรดสำหรับลูกค้า เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ บิสสิเนส อิดิชั่น เดิมได้อย่างราบรื่น เพื่อให้สามารถบริหารจัดการทั้ง VM และ Kubernetes บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม
ด้วยโซลูชันการรวมศูนย์ของโครงสร้างพื้นฐานด้านการดำเนินงาน และข้อมูลไว้บนแพลตฟอร์มจากผู้ให้บริการรายเดียว เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุม และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องต่อเนื่อง พร้อมช่วยลดต้นทุน และบริหารความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
- สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างรูปแบบการดำเนินงานคลาวด์แบบรวมศูนย์ ครอบคลุมการจัดการแบบไฮบริด และมัลติคลาวด์ รวมถึงออร์เคสเตรชัน การย้าย และระบบอัตโนมัติ เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ สามารถอัปเกรดไปเป็น Morpheus Software เวอร์ชันสำหรับองค์กร
- ระบบ เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ รุ่นใหม่ พัฒนาบน HPE ProLiant Compute Gen12 รุ่นล่าสุด ให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดียิ่งขึ้น รองรับการรวมเวิร์กโหลดที่มากขึ้น และเสริมความปลอดภัยด้วย HPE Integrated Lights-Out (iLO)
- Zerto Software รองรับการย้ายเวิร์กโหลดจากสภาพแวดล้อม VMware ไปยังเครื่องเสมือนของ เอชพีอี พร้อมการปกป้องข้อมูลแบบต่อเนื่อง ช่วยให้องค์กรสามารถย้ายระบบได้โดยแทบไม่กระทบการให้บริการ ในขณะเดียวกันยังคงการปกป้องเวิร์กโหลดในระดับองค์กร และรองรับการกู้คืนข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ทางไซเบอร์
- การรวมประสานเข้ากับ Veeam Data Platform ช่วยเสริมการปกป้องข้อมูลบน เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ ด้วยการสำรองข้อมูล และการสำรองข้อมูลแบบทำสำเนาทั้งระบบ (Image-Based Backup) ในระดับโฮสต์ แบบไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเอเจนต์ (Agentless), การติดตาม และบันทึกเฉพาะบล็อกข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง (Native Changed Block Tracking) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงรองรับการกู้คืนข้ามแพลตฟอร์มเพื่อความคล่องตัวในการย้ายข้อมูล
- StoreOnce ทำการรวมเข้ากับ เอชพีอี ไพรเวท คลาวด์ เพื่อนำเสนอการสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและประหยัดพื้นที่สำหรับการจำลองแบบเรียลไทม์ พร้อมการกู้คืนที่มี RPO/RTO เกือบเป็นศูนย์
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮเปอร์คอนเวอร์จในงานด้านเอดจ์ และระบบแบบกระจาย SimpliVity ยังรองรับ Morpheus VM Essentials เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านความยืดหยุ่นของระบบ และการสำรองข้อมูลผ่าน StoreOnce Gen5
การผสานการทำงานกับ StoreOnce แบบเนทีฟช่วยให้การสำรองข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และประหยัดพื้นที่ ขณะเดียวกันยังช่วยให้องค์กรสามารถสร้างมาตรฐานการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และลดความซับซ้อนในการปกป้องข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลดเสมือนได้

“เอชพีอี” ยกระดับแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ รองรับ AI และเวิร์กโหลดสมัยใหม่
เอชพีอี เดินหน้าขยายขีดความสามารถของแพลตฟอร์มข้อมูลแบบรวมศูนย์ ด้วยการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์แบบเนทีฟ รองรับการขยายระบบจัดเก็บข้อมูลแบบบล็อก และเสริมการบริหารจัดการด้วย Agentic AI นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการทำงานของข้อมูลสำหรับ AI ด้วยข้อมูลอัจฉริยะ พร้อมยกระดับวิธีการจัดการ ปกป้อง และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร
เอชพีอี “Alletra Storage MP X10000“ ขยายศักยภาพการเข้าถึงข้อมูล โดยการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์แบบเนทีฟควบคู่กับพื้นที่จัดเก็บอ็อบเจ็กต์บนแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบัน X10000 สามารถขยายขนาดได้สูงสุด 16 โหนด รองรับความจุข้อมูลดิบ 23PB พร้อมรับประกันความพร้อมใช้งานของข้อมูล 100%
เพื่อให้แอปพลิเคชันทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด นอกจากนี้ X10000 ยังรองรับพื้นที่จัดเก็บไฟล์ที่เปิดใช้งาน RDMA (Remote Direct Memory Access) โดยต่อยอดจากการรองรับ S3 บน RDMA ที่มีอยู่เดิม ช่วยให้การจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลด AI, ทั้งการเทรน การอนุมาน และ KV cache
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ X10000 ยังช่วยให้สามารถใช้งานด้านการวิเคราะห์ ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ และการสำรองข้อมูลได้หลากหลาย พร้อมประสิทธิภาพการอ่านข้อมูลสำรองระดับชั้นนำ สูงสุดถึง 2.5 PB/ชั่วโมง ผ่าน X10000 Data Protection Accelerator Node

เอชพีอี “Alletra Storage MP B10000“ ยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นสำหรับเวิร์กโหลดที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ ด้วยการรองรับแบบเรียลไทม์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถตรวจจับ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาการจัดเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติ พร้อมการรับประกันอัตราการลดขนาดข้อมูลจัดเก็บ 5:1
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนโดยรวมต่อ TB นอกจากนี้ B10000 ยังรองรับการขยายโหนดคอนโทรลเลอร์ได้เพิ่มเติมจาก 4 เป็น 6 โหนด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นอีก 50% พร้อมความสามารถด้าน Dual-Node Fault Tolerance ในตัว เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดความขัดข้อง
เอชพีอี “Data Fabric Software“ มาพร้อมความสามารถในการจัดวางและเคลื่อนย้ายข้อมูลตามนโยบาย ช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมและบริหารจัดการข้อมูลสำหรับเวิร์กโหลด AI ในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดได้อย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังมีอินเทอร์เฟซแบบสนทนาและผู้ช่วย Agentic AI
ช่วยให้เข้าถึง Global Namespace ด้วยภาษาธรรมชาติ เพื่อเร่งการวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างรายงานแบบอัตโนมัติ และการตัดสินใจที่แม่นยำยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การผสานรวมเมตาเดต้าที่ได้รับการพัฒนายังช่วยเพิ่มการมองเห็นของข้อมูล (Visibility) การจำแนกประเภท
รวมถึงที่มาของข้อมูล พร้อมรองรับมาตรฐานแบบเปิด เช่น Apache Polaris เพื่อให้การกำกับดูแลและการปฏิบัติตามข้อกำหนดเป็นไปอย่างสอดคล้องกันในทุกแพลตฟอร์ม
เอชพีอี “Zerto“ ยกระดับการปกป้องข้อมูลด้วย AI ผ่านผู้ช่วย AI ที่ใช้งานง่าย พร้อมผสานการทำงานเข้ากับ Microsoft Defender เพื่อเพิ่มการมองเห็นภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และช่วยให้กู้คืนข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยต่อยอดจากนวัตกรรมการกู้คืนอัตโนมัติขนาดใหญ่ของ เอชพีอี ที่เปิดตัวในงาน RSAC 2026
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
