KMITL โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำหนุนศักยภาพระบบสาธารณสุขประเทศ

KMITL

พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) โชว์การทดสอบประสิทธิภาพ “เอไอตรวจโควิดกลายพันธุ์” พร้อมเผยเซ็ตอาหารสุขภาพต้านโลกโควิด-19…

KMITL โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำหนุนศักยภาพระบบสาธารณสุขประเทศ สู้ภัย COVID19

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดยมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ เผยโรดแมปสุขภาพคนไทยยั่งยืน สู่การพัฒนานวัตกรรมสุขภาพ Maid in Thailand โชว์ตัวอย่างความเสร็จของนวัตกรรมเทเลเฮลท์ที่น่าสนใจ

อาทิ เอไอตรวจโควิดกลายพันธุ์ ครั้งแรกของโลก ที่สามารถตรวจพบ และระบุตำแหน่งโควิดกลายพันธุ์ที่น่ากังวลได้ถึง 8 สายพันธุ์ ต่อด้วยเทคโนโลยี Cloud Design วัดสัญญาณชีพ ครั้งแรกของไทย ที่ช่วยให้แพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลสนาม ฯลฯ

รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ที่เน้นอำนวยความสะดวก-ป้องกันเชื้อทีมแพทย์ พร้อมส่งต่อโรงพยาบาลจำนวนมาก อาทิ รถตู้ตรวจโควิดเชิงรุก SWAB TEST MOBILE พระจอมเกล้าลาดกระบัง ที่ล่าสุดขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน-ประชาชน เพิ่มฟังก์ชันการทำงานที่ช่วยแพทย์พบผู้เสี่ยงติดเชื้อเร็วขึ้นสามเท่า !

อย่างไรก็ตาม จากแผนการจัดตั้งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMCH) ที่มุ่งลดการพึ่งพานวัตกรรมจากต่างประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของคนไทย คาดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2566

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถให้เพื่อสร้างโรงพยาบาลดังกล่าว ผ่านเลขที่บัญชีมูลนิธิฯ 6930323934 หรือบริจาค 100 บาท เพียงกด *948*1960*100# ฯลฯ โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมของ มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ

ผ่าน https://www.facebook.com/KMCHospitalbyKMITL และ https://kmchf-pp.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ไอดี @kmitlhospital หมายเลขโทรศัพท์ 0925482640 และ 0924548160

KMITL
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า สจล. ได้ผลักดันการศึกษาวิจัย และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ กลุ่ม “นวัตกรรมทางการแพทย์”

ผ่านการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในหลากมิติ ทั้งในการตรวจคัดกรองโควิดเชิงรุก การรักษา ตลอดจนการติดตามอาการผู้ป่วย โดยมุ่งเน้นอำนวยความสะดวกในการทำงานและการป้องกันเชื้อของทีมแพทย์  โดยที่ผ่านมา นักวิจัย สจล. ได้พัฒนานวัตกรรมหลากรูปแบบส่งต่อถึงโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขจำนวนมาก ภายใต้ศูนย์รวมนวัตกรรม GO FIGHT COVID19

ทั้งเครื่องช่วยหายใจ Mini Emergency Ventilator, รถตู้ตรวจโควิดเชิงรุก SWAB TEST MOBILE ที่ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชน และภาคประชาชน ในรูปแบบของการพัฒนารถตู้ตรวจเชื้อเชิงรุก ที่มาพร้อมช่องตรวจถึง 3 ช่องบริการ หนุนแพทย์พบผู้เสี่ยงติดเชื้อเร็วขึ้นถึงสามเท่า ฯลฯ

โดยล่าสุด สจล. ได้รับการจัดอันดับเป็น มหาวิทยาลัยวิจัยอันดับ 1 ในประเทศไทย จากมหาวิทยาลัยทั่วเอเชีย โดย Times Higher Education World University Rankings 2021 (Asia-Pacific) จากจุดแข็งของ สจล. ที่สามารถคิดค้น และพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนมีหลักสูตรแพทย์นวัตกร

ที่พร้อมปั้นบัณฑิตให้มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการรักษา และความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ได้ในอนาคต จึงนำไปสู่การวางรากฐานด้านสุขภาพ และสาธารณสุขที่ยั่งยืนของคนไทย ผ่านการจัดสร้าง “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” (KMCH) โรงพยาบาลศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์แบบครบวงจร

ที่มุ่งลดการพึ่งพานวัตกรรมจากต่างประเทศ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาของคนไทย ตลอดจนเป็นฐานการผลิตนวัตกรรมเพื่อการส่งออก ที่คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2566 ภายใต้วงเงินก่อสร้าง 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา สจล. ได้รับการสนับสนุนเงินบริจาคจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาชนจำนวนมาก ศ. ดร.สุชัชวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

KMITL

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อนันต์ ศรีเกียรติขจร คณบดี คณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสริมว่า สจล. ได้เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ หรือ Health Tech เพื่อรองรับการรักษาในยุคดิจิทัล

ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เอไอ (AI) ไอโอที (IoT) มาช่วยในการรักษาทางการแพทย์ โดยในวิกฤตโควิด-19 นักวิจัย สจล. สามารถพัฒนานวัตกรรมเอไอได้อย่างน่าสนใจ และมีประสิทธิภาพในการรักษาที่สูง อาทิ เอไอตรวจโควิดกลายพันธุ์ ครั้งแรกของโลก ที่สามารถตรวจพบ และระบุตำแหน่งโควิดกลายพันธุ์ที่น่ากังวล (VOCs)

ได้ถึง 8 สายพันธุ์ อาทิ สายพันธุ์ 1.1.7 จากอังกฤษ สายพันธุ์ B.1.351 จากแอฟริกาใต้ สายพันธุ์ B.1.1.28 หรือ P1 จากบราซิล สายพันธุ์ B.1.617.1, B.1.617.2 และ B.1.617.3 จากอินเดีย สายพันธุ์ที่ระบาดในชุมชน B.1.36.16 จาก สมุทรสาคร ปทุมธานี และ กทม. ซึ่งช่วยแพทย์ลดขั้นตอนการวิเคราะห์ แยกแยะ

และคาดการณ์การกระจายตัวของสายพันธุ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดสามารถตรวจเจอโควิดสายพันธุ์ลูกผสม อินเดีย-อังกฤษ ได้แล้ว รวมถึงยังสามารถตรวจตำแหน่งที่กลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยการค้นหาตำแหน่งกลายพันธุ์ที่เป็นที่น่ากังวล (Variant of Concern; VOCs) ซึ่งมีความถูกต้องถึง 99% ใน 30 วินาที

KMITL

Cloud Design วัดสัญญาณชีพ ครั้งแรกของไทย ที่ช่วยให้แพทย์สามารถติดตามอาการผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลสนาม ได้แบบใกล้ชิด และไร้การสัมผัส ช่วยให้แพทย์ที่ประจำ ณ โรงพยาบาลสนาม ช่วยให้สามารถติดตามสัญญาณชีพค่าต่าง ๆ ของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที ประกอบด้วย คลื่นไฟฟ้าหัวใจ อัตราการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ ค่าออกซิเจนในเลือด (เปอร์เซ็นต์) อุณหภูมิ และค่าความดันโลหิต ได้สะดวกมากขึ้น

KMITL

แอปตรวจเชื้อโควิดแบบเรืองแสง มาพร้อมเทคโนโลยีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผ่านการอ่าน ‘ค่าเรืองแสง’ ของชุดตรวจทางชีวโมเลกุล ด้วยกล้องของสมาร์ทโฟน ช่วยแพทย์รู้ผลผู้ติดเชื้อใน 45 นาที เร็วกว่าการตรวจผ่านห้องแลปถึง 3 เท่า หรือราว 400 บาทต่อชุด 

ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร และรับรองมาตรฐาน อย. ซึ่งเป็นผลการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่าง สจล. (พัฒนาเครื่องมือการอ่านผล) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (พัฒนาชุดน้ำยาตรวจ) และ บริษัท เซอร์ทิส จำกัด (พัฒนาแอปฯ)

KMITL

นอกจากนี้ทาง สจล. ยังได้พัฒนา เตียงความดันลบ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา ทำให้มีความดันลบสูงสุดถึง 50 Pa และมีการหมุนเวียนอากาศสูงสุดถึง 15 ครั้งต่อชั่วโมง 

โดยมีการเพิ่มระบบมอนิเตอร์อัจฉริยะ ที่จะเชื่อมการแสดงผลต่าง ๆ อาทิ ออกซิเจนในเลือด ชีพจร ค่าความดัน อัตราการเต้นหัวใจ แบบออนไลน์ เพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเตรียมการรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลปลายทางอีกด้วย

 

KMITL

และท้ายที่สุดกับเมนูอาหารสุขภาพช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน กับ เมนูกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันโควิด ที่มีสมุนไพรไทยเป็นองค์ประกอบในอาหาร ให้สารสำคัญที่มีส่วนเสริมภูมิคุ้นกัน และป้องกันโควิดจำนวนมาก โดยมีมนูให้เลือกหลากหลาย

ได้แก่ ผัดผักสี่สหาย, หมูสับคั่วกระชายกรอบ, ผัดฉ่าทะเล, เห็ดหอมนึ่งหมูสับไข่เค็ม, ทอดมันเห็ด, อกไก่ม้วนสอดไส้บล็อกโคลี และข้าวหุงขมิ้น เป็นต้น

KMITL

ทั้งนี้ คนไทยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ #ให้เพื่อสร้าง เพื่อสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ผ่านการ กดบริจาคตามจิตศรัทธา เข้าบัญชีมูลนิธิฯ เลขที่บัญชี 6930323934 กดบริจาค 100 บาท 

เพียงกด *948*1960*100# และโทรออก ซื้อเสื้อให้เพื่อสร้าง ในราคาตัวละ 299 บาท ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมเพิ่มเติม www.facebook.com/KMCHospitalbyKMITL และ https://kmchf-pp.org

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ไลน์ไอดี @kmitlhospital หมายเลขโทรศัพท์ 0925482640 และ 0924548160

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.