เอ็นไอเอ (NIA) จับมือ ทรู (true) สร้างทาเลนท์ด้านดิจิทัลดันปุณณวิถีสู่พื้นที่ “ย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค” พร้อมร่วมฟิวเจอร์ เทลส์ แล็บ ขับเคลื่อน “อนาคตศาสตร์”…
highlight
- เอ็นไอเอ จับมือ ทรูฯ ดันปุณณวิถีสู่ “ย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค” พื้นที่สร้างทาเลนท์ด้านดิจิทัล พร้อมร่วมฟิวเจอร์ เทลส์ แล็บ ขับเคลื่อน “อนาคตศาตร์” รับมือโลกเปลี่ยน
NIA จับมือ true สร้างทาเลนท์ด้านดิจิทัล ดันพื้นที่ปุณณวิถี สู่ “ย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค“
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมของประเทศไทยจำเป็นอย่างที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน โดยทาง อว. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ขณะนี้ภาคเอกชนให้ความสนใจ
และเล็งเห็นความสำคัญในการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาประเทศร่วมกับภาครัฐ อย่างเช่นการทำงานของศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา หรือฟิวเจอร์ เทลส์ แล็บ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ เอ็นไอเอ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อทำการรวบรวมข้อมูล-สถิติที่เคยเกิดขึ้นกับสังคม และแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวางแผน และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งทรู ดิจิทัล พาร์ค ที่ขณะนี้กำลังพัฒนาพื้นที่ปุณณวิถีร่วมกับ เอ็นไอเอ ให้เป็นย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค
เพื่อสร้างพื้นที่ให้แก่สตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม การทำเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการสร้างมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งนี้ เชื่อว่าจุดเด่นสำคัญที่ควรผสมผสานเข้าไปกับการพัฒนา และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือ “อัตลักษณ์“ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงกับบริบทความเป็นจริงของประเทศ รวมถึงเผยแพร่มุมมองความเป็นไทยให้ทั้งใน และต่างประเทศได้รับรู้

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เอ็นไอเอ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาพื้นที่ปุณณวิถีสู่ “ย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค“ แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ไลฟ์สไตล์
และบริบทการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของเมือง ตลอดจนผลักดันระบบนิเวศที่เอื้อต่อภาคส่วนต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้ต่อไปในอนาคต การเกิดขึ้นของย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทคในพื้นที่ปุณณวิถี นอกจากจะเป็นประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมแล้ว ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการทำธุรกิจนวัตกรรม การลงทุน รวมถึงโอกาสที่สำคัญหลายอย่าง
เช่น ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิทัล การลงทุนของต่างชาติ สถาบันเฉพาะทางด้านดิจิทัล และความเป็นอยู่และสังคมที่มีความอัจฉริยะมากขึ้น ทั้งนี้ เอ็นไอเอ ได้ร่วมมือกับเครือข่ายในการพัฒนาย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทคมาอย่างต่อเนื่อง
โดยจากการดำเนินการที่ผ่านมาส่งผลให้สามารถจัดตั้งศูนย์บริการผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (District C-One-stop Service Center) ซึ่งเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือสตาร์ทอัพ ทั้งในและต่างประเทศ ที่ต้องการจัดตั้ง และขยายธุรกิจ
โดยการให้คำปรึกษาผ่านองค์ความรู้ และผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน และส่งเสริมให้สตาร์ทอัพนำ Deep Tech เข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างให้แก่นวัตกรรมที่ดำเนินการอยู่ สำหรับการวางแผนพัฒนาย่านไซเบอร์เทค ได้วางปัจจัยส่งเสริมและพัฒนา 3 ด้าน คือ
- แผนพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะเร่งดำเนินเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ส่งเสริมการดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น หรือสตาร์ทอัพในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เข้ามาใช้พื้นที่ภายในย่าน
- แผนพัฒนาด้านกายภาพ โดยส่งเสริมการปรับปรุงผังเมืองเพื่อรองรับการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลภายในย่าน พัฒนาพื้นที่ภายในเป็น Test Based Area สำหรับอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ในรัศมี 800 เมตรจากศูนย์กลางย่าน
- แผนพัฒนาด้านเครือข่าย ซึ่งจะเน้นทั้งการสร้างเครือข่ายระบบนิเวศสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพรายใหม่ภายในย่าน การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่างสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (IFI) กับศูนย์วิจัยด้านอนาคตศึกษาของบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (MQDC) หรือศูนย์วิจัยฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FTL) ที่จะบูรณาการนำเครื่องมือด้านการมองอนาคต (Foresight) มาใช้ในการออกแบบอนาคต
เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ รวมทั้งศึกษาความเปลี่ยนแปลงในอนาคตของการใช้ชีวิต โดยใช้นวัตกรรมและความรู้ใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาสะท้อนภาพของการอยู่อาศัย
การทำงาน การเรียนรู้ การใช้เวลาว่าง คมนาคมขนส่ง การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ เพื่อนำไปสู่บริบทของความยั่งยืน อย่างไรก็ตามความร่วมมือนี้เกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายการพัฒนาสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- พัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
- พัฒนาความร่วมมือในการศึกษา และวิจัยด้านการมองอนาคต
- ส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ และองค์ความรู้สู่สาธารณะ เพื่อสร้างความตระหนักถึงอนาคตที่จะมีการเปลี่ยนแปลงและสร้างนวัตกรรมเพื่อรับมือ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FTL) เป็นศูนย์วิจัยของบริษัทเอกชนรายแรกที่ทำการวิจัยด้านอนาคตศาสตร์ โดยมุ่งเน้นเพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของการใช้ชีวิตในอนาคต โดยใช้เครื่องมือการมองอนาคตเพื่อสะท้อนภาพของการอยู่อาศัย การทำงาน การเรียนรู้ การใช้เวลาว่าง คมนาคมขนส่ง และ บริบทของความยั่งยืน
ซึ่งในปี 2564 นี้ เอ็นไอเอ และศูนย์วิจัยฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ จะยังคงร่วมมือพัฒนางานวิจัยด้านอนาคตศาสตร์ในอีกหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงเชิงสังคม และวิถีชีวิต ที่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของ “นวัตกรรม“
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมในหมู่นักอนาคตศาสตร์ และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การสร้างนวัตกรรใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเรื่องของเทคโนโลยีเสมอไป การเกิดของ สตาร์ตอัพ (Startup) รุ่นใหม่ ๆ จะเป็นอะไรก็ได้ เเต่ต้องสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไปดำเนินธุรกิจได้
เพราะเป้าหายของเราคือการสร้างสตาร์ทอัพที่สามารถนำ Deep Tech ไปต่อยอด โดยเราหวังว่าภายใน 10 หลังจากนี้เราจะสามารถสร้างสตาร์ทอัพที่ใช้นวัตกรรมให้ได้อย่างน้อย 100 บริษัทฯ และสร้างยูนิคอร์น ให้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงต้องสร้างการกระตุ้น และสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาศึกษา และทดลอง

ด้าน ฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า ทรู ดิจิทัล พาร์ค มีความตั้งใจที่จะผลักดันย่านนวัตกรรมไซเบอร์เทค ให้เป็นระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และภาคสังคม สามารถให้ประโยชน์จากพื้นที่ปุณณวิถีที่ไม่ว่าจะเป็นในด้านองค์ความรู้
การเชื่อมโยงเครือข่าย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยสิ่งที่ทรู ดิจิทัล พาร์คกำลังผลักดันในขณะนี้มีทั้งการส่งเสริมเรื่องสมาร์ทวีซ่า (Smart Visa) เพื่อเอื้อสิทธิประโยชน์ในการดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน การส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-Curve)
ในส่วนของดิจิทัลให้เกิดขึ้นในรูปแบบของการกระจายตัว เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมที่มีความสนใจ ต่อเนื่องไปจนถึงการสร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ
พร้อมกันนี้ยังมีความตั้งใจจริงที่จะสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรเอกชนรายอื่น ๆ เพื่อให้การเติบโตทางดิจิทัลของไทยเป็นที่ยอมรับ และมีความยั่งยืนต่อไป
“ขณะนี้ทรู ดิจิทัล พาร์ค ถือเป็นพื้นที่ทางนวัตกรรมดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบที่สุดในกรุงเทพฯ และในประเทศ ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่าหลังจากที่พัฒนาพื้นที่แห่งนี้มาได้ 3 ปี การส่งเสริมในมิติของทรูฯ และ เอ็นไอเอ ได้เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาจัดตั้งสำนักงานของบริษัทต่าง ๆ จำนวน 53 ราย

และมีจำนวนพนักงานที่ทำงานในบริษัทเหล่านี้กว่า 4,000 คน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นว่าโอกาสในการจ้างงานในด้านดิจิทัลของประเทศไทยจะมีมากขึ้น การสร้างมูลค่าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เติบโตตาม นอกจากนี้ ยังมีความสำเร็จอื่น ๆ ทั้งการเข้ามาลงทุนของบริษัทต่างชาติจำนวน 8 ประเทศ
มีสตาร์ทอัพกว่า 90 รายที่เข้ามาขอคำปรึกษา การเริ่มดำเนินธุรกิจ และเกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกัน รวมทั้งมีการใช้พื้นที่เพื่อการจัดกิจกรรมทั้งอีเว้นท์ออนไลน์ การสัมมนา การอบรมให้ความรู้ด้านดิจิทัลซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้แล้วมากกว่า 1 ล้านคน” ฐนสรณ์ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























