เอ็นที (NT) จับมือโรงเรียนบุญวัฒนา จัดงาน Showcase “NT Smart Farmer Smart School” โชว์ศักยภาพ IoT มาประยุกต์ใช้ในการเกษตรยุคใหม่...
highlight
- เอ็นที เดินหน้านโยบายการดำเนินงานด้
วยความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่ งแวดล้อมนำเทคโนโลยีสร้างชุ มชนต้นแบบ Smart Farmer โชว์ศักยภาพการนำเทคโนโลยี IoT และนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการเกษตรยุคใหม่ หวังต่อยอดองค์ความรู้ด้านดิจิ ทัลสู่การส่งมอบคุณค่าให้แก่สั งคมอย่างยั่งยืน พร้อมมุ่งสร้างทักษะแห่งอนาคต และต้นแบบสมาร์ทฟาร์มในสถานศึกษา
NT ผนึกโรงเรียนบุญวัฒนา จัด Showcase “NT Smart Farmer Smart School” นวัตกรรมเกษตรดิจิทัลสู่เยาวชน

ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ การพัฒนาความยั่งยืน และกฎหมาย รศ.ดร.รวิน วงศ์อุไร กรรมการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นที นำทีมคณะผู้บริหารและพนักงาน ผนึกกำลังโรงเรียนบุญวัฒนา ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
จัดกิจกรรม Showcase “เอ็นที สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ สมาร์ท สคูล” นำเสนอผลสำเร็จจากโครงการ “เพาะพันธุ์ดี เอ็นที ยูธ คลับ ประจำปี 2569” โดยมี มนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน ณ โรงเรียนบุญวัฒนา ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับกิจกรรม Showcase “เอ็นที สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ สมาร์ท สคูล” ของชุมชนคนโคราช ณ โรงเรียนบุญวัฒนา ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมที่มุ่งต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลสู่การพัฒนาฟาร์มตัวอย่างให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ Smart Farm พร้อมสร้างโอกาสให้นักเรียน ครู และคนในชุมชนสามารถเรียนรู้
และนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดย เอ็นที ได้นำเทคโนโลยี Internet, IoT, AI และระบบกล้อง CCTV เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและติดตามข้อมูลของฟาร์มเกษตรทำให้การจัดการมีความเป็นระบบมากขึ้น ขณะเดียวกันยังใช้เป็นพื้นที่สาธิตที่ช่วยให้ผู้เรียน และคนในชุมชนสามารถมองเห็นภาพ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับภาคการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เอ็นที ได้ดำเนินการร่วมกับชุมชนที่มีความพร้อม และความสนใจในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาศักยภาพของพื้นที่โดยไม่ได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดความรู้ในระยะสั้น
แต่ให้ความสำคัญกับการสร้าง “ต้นแบบที่สามารถนำไปใช้และต่อยอดได้จริง” เพื่อให้ชุมชนมีเครื่องมือและองค์ความรู้สำหรับพัฒนาการดำเนินงานของตนเอง พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในอนาคต

โดย เอ็นที สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ สมาร์ท สคูล แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ 1 ปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่แหล่งการเรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้ทำการสำรวจ วิเคราะห์สภาพพื้นที่แหล่งเรียนรู้ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อม
อาทิ โรงเรือนเพาะปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ การเพาะเห็ด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการใช้สอยพื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด ระยะที่ 2 สร้างอาชีพ รายได้ และแหล่งผลิตอาหาร เป็นขั้นตอนของการสำรวจแหล่งอาชีพ และแหล่งผลิตอาหาร เพื่อดำเนินการเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวผลผลิต
เพื่อนำมาจำหน่ายทั้งภายในสถานศึกษา หน่วยงาน ชุมชนและช่องทางอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ระยะที่ 3 อบรมให้ความรู้แหล่งเรียนรู้ โดยได้มีการกำหนดรูปแบบการอบรม พร้อมจัดทำหลักสูตร และเนื้อหาให้มีความครอบคลุมเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเหลือเรื่องการเพาะปลูก ระบบเซ็นเซอร์วัดอุณภูมิ และความชื้น เพื่อให้ฟาร์มดังกล่าวกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีศักยภาพของชุมชนในอนาคต

การจัด Showcase “เอ็นที สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ สมาร์ท สคูล” ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีนำเสนอผลงานแต่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของโรงเรียนและชุมชนหลังจากได้รับการถ่ายทอดความรู้
โดยเฉพาะการเปลี่ยนจาก “ผู้เรียนรู้” ไปสู่ “ผู้ใช้ และผู้ต่อยอด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความยั่งยืนของโครงการ เพาะพันธุ์ดี เอ็นที ยูธ คลับ ทั้งในมุมของ เอ็นที ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้งเพียงอย่างเดียว
แต่หมายถึงการที่ โรงเรียน ครู นักเรียน และชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ ที่ได้ไปใช้ประโยชน์และพัฒนาต่อยอดได้ด้วยตนเอง โดย เอ็นที พร้อมเป็นผู้สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัลและร่วมถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ดร.วโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ การพัฒนาความยั่งยืน และกฎหมาย เปิดเผยว่า เอ็นที มุ่งหวังให้ เอ็นที สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ สมาร์ท สคูล เป็นหนึ่งในต้นแบบของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประโยชน์ให้กับสถานศึกษา และชุมชน
โดยความร่วมมือกับโรงเรียนบุญวัฒนา และชุมชนทะเลชวาในวันนี้จะไม่สิ้นสุดลงหลังการจัดกิจกรรม แต่จะมุ่งสานต่อองค์ความรู้แ ละแนวทางการพัฒนาให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่สามารถเติบโตและพึ่งพาศักยภาพของตนเองได้ยั่งยืน
ซึ่ง เอ็นที เชื่อว่าการสร้าง “ชุมชนที่พร้อมเรียนรู้ และพร้อมรับเทคโนโลยี” จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมทั้งในมิติของคน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดย เอ็นที พร้อมที่จะนำศักยภาพด้านโทรคมนาคม และดิจิทัลมาร่วมสร้างโอกาสให้กับสังคม และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างมั่นคง
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























