เอ็นทีที เดต้า (NTT DATA) ประกาศพร้อมเปลี่ยนองค์กรไทยเป็น AI-Native Enterprise รับมือความท้าทายแห่งอนาคต…
highlight
-
- เอ็นทีที เดต้า (NTT DATA) ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก เปิดแนวคิดขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ AI-Native Enterprise พลิกโฉมธุรกิจด้วย AI เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในยุคดิจิทัล
NTT DATA ประกาศยุทธศาสตร์ปั้นไทยสู่ AI–Native Enterprise ขับเคลื่อนธุรกิจโตยั่งยืน

ท่ามกลางมรสุมทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่ดุเดือด องค์กรไทยกำลังเร่งเครื่องสู่การทำ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียง “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น “หัวใจสำคัญ” ในการอยู่รอด และสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดช่องว่างแห่งความสำเร็จ องค์กรผู้นำ AI โตแรงกว่า 2.5 เท่า
จากข้อมูลเชิงลึกพบว่า องค์กรระดับแนวหน้าที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า (สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10%) และมีโอกาสรักษาอัตรากำไรในระดับ 15% ขึ้นไป ได้สูงกว่าองค์กรอื่นถึง 3.6 เท่า
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายบริษัทไทยต้องเผชิญคือการติดกับดัก “จุดเริ่มต้น” ที่ใช้งาน AI ได้เพียงบางส่วน แต่ไม่สามารถขยายผล (Scale) ไปสู่ระดับองค์กรได้
NTT DATA กับบทบาท “Trusted End–to–End Partner“

ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ เอ็นทีที เดต้า ประเทศไทย และกลุ่มประเทศ CLM (กัมพูชา, ลาว และเมียนมาร์) เผยว่า อุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งองค์กรไทยคือ ระบบไอทีแบบเดิม (Legacy Systems) ข้อมูลที่กระจัดกระจาย และความพร้อมของบุคลากร
“ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใช้ AI อีกต่อไป แต่คือการขยายการใช้งานไปสู่ระดับองค์กร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้และยั่งยืน การทรานส์ฟอร์มที่สำเร็จต้องผสานทั้งเทคโนโลยี ข้อมูล และศักยภาพของคนเข้าด้วยกันบนรากฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง“ ธนพงษ์ กล่าว
ชูยุทธศาสตร์ “Agentic AI Factory” ขับเคลื่อน AI–Native Enterprise

เพื่อทำลายขีดจำกัดเดิม เอ็นทีที เดต้า ได้นำเสนอแนวคิด “AI-Native Enterprise” ซึ่งเป็นการฝังเทคโนโลยี AI เข้าไปในกระบวนการทำงานหลักของธุรกิจ โดยมีเครื่องมือสำคัญอย่าง
• Agent First Strategy : เน้นการสร้างระบบ AI ที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง (Autonomous)
• Agentic AI Factory : แพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรม (Industrialize) ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นระบบ
ด้วยความเชี่ยวชาญแบบ Full-Stack ของ เอ็นทีที เดต้า ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์, โมเดล AI, โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหลักของไทย อาทิ การเงิน, การผลิต, ค้าปลีก, การแพทย์, พลังงาน และโลจิสติกส์

นอกเหนือจากความล้ำสมัย เอ็นทีที เดต้า ยังให้ความสำคัญกับ Responsible AI (AI ที่มีความรับผิดชอบ) โดยเน้นความโปร่งใส ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล พร้อมเดินหน้าลงทุนพัฒนา “คน” อย่างต่อเนื่องทั้งผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และโครงการ Upskilling / Reskilling
รวมถึงการจัดเทรนนิ่งเพื่อแขร์ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคตผ่านระบบออนไลน์ และแน่นอนว่ายังคงแสวงหาบุคลากรใหม่ ๆ ที่มีทักษะที่หลากหลายเข้ามาเสริมทัพความแข็งแกร่งอย่าฃต่อเนื่อง ทั้งหมดเพื่อสร้างบุคลากรที่พร้อมรับมือกับโลกยุค AI-driven
การทำงานของ เอ็นทีที เดต้า ไม่ใช่เพียงการนำเสนอ แต่เป็นการทำงานร่วมกันกับผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างจุดตัดที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตได้อย่างตรงจุด ตรงความต้องการ

“สำหรับเป้าหมายของ เอ็นทีที เดต้า เราต้องการสร้างเติบโต อย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอโซลูชั่น และบริการที่ครบวงจร โดยยึดหลักในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ธุรกิจที่ใข้บริการ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างรายได้จากการใข้บริการของลูกค้า
อีกทั้ง เอ็นทีที เดต้า ยังมุ่งหวังที่สร้างความพร้อมให้แก่ลูกค้าที่ใช้บริการให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรือสภาวะเศรษฐกิจเติบโต้ช้า จากปัจจัยต่าง ๆ โดยในปีที่ผ่าน เอ็นทีที เดต้า สามารถเติบโตในระดับ 2 ดิจิต
โดยในเฉพาะกลุ่มการให้บริการ เพราะเรามีควาทแข็งแกร่งในด้านของโซลูชั่นที่หลากหลาย โดยในปีทีีผ่านมากลุ่มบริการจัดการทรัพยากรเองก็สามารถค้วาโปรเจ็กค์ใหญ่มาได้ต่อเนื่อง” ธนพงษ์ กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























