RedHat เผยแนวคิดเทคโนโลยี AI และ Edge Computing ปฏิวัติการค้าปลีก

RedHat

เร้ดแฮท (RedHat) เผยแนวคิดเทคโนโลยี AI และ Edge Computing ปฏิวัติการค้าปลีก เพื่อเพิ่มประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบตรงใจลูกค้า…

RedHat เผยแนวคิดเทคโนโลยี AI และ Edge Computing ปฏิวัติการค้าปลีก

RedHat
โชบัน ลักปรากาดา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์เอดจ์คอมพิวติ้ง ของ เร้ดแฮท

โชบัน ลักปรากาดา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์เอดจ์คอมพิวติ้ง ของ เร้ดแฮท กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ปี 2567 อย่างเต็มตัว ความชุลมุนของเทศกาลจับจ่ายหาซื้อของขวัญปีใหม่ก็จบลง แต่ไม่ว่านักช้อปจะวางแผนจัดหาของขวัญไว้ล่วงหน้าหรือมาช้อปเอานาทีสุดท้ายก็ตาม เชื่อว่ายังมีข้อเสนอแนะดี ๆ อยู่มากมายที่วนเวียนอยู่

ในใจนักช้อป และอยากจะบอกกับผู้ค้าปลีกให้ได้ปรับปรุงเพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ราบรื่นมากขึ้น เช่น บรรยากาศในร้านแน่นขนัดเกินไปไหม สามารถใช้วิธีชำระเงินด้วยตนเองได้ไหม และอีกประการหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกได้รับรู้ปริมาณสินค้าคงคลังที่เป็นปัจจุบันจริง ๆ คือ สามารถสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แล้วมารับสินค้าที่หน้าร้านได้หรือไม่ ผู้ค้าปลีกจะตอบโจทย์เหล่านี้อย่างไร

RedHat

การปฏิวัติวงการค้าปลีก ต้องใช้เทคโนโลยี และเครื่องมือหลากหลาย แต่ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ เอไอ (AI) คือเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนที่สุด ตั้งแต่การชำระเงินด้วยตนเอง ไปจนถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและอื่น ๆ อีกมาก

แต่แค่นำ AI มาใช้ในร้านค้านั้นไม่เพียงพอ ผู้ค้าปลีกต้องใช้แพลตฟอร์มเดียวสำหรับเอดจ์คอมพิวติ้งที่สามารถรองรับการใช้ AI และเทคโนโลยีสำคัญอื่น ๆ ที่อยู่ในกลยุทธ์การทรานส์ฟอร์มของตน ทั้งนี้เอดจ์คอมพิวติ้งเป็นหัวข้อสนทนาอย่างต่อเนื่องในหมู่ผู้นำองค์กร

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอดจ์ในอวกาศที่ห่างไกล ยานพาหนะที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ที่เป็นอุปกรณ์เอดจ์คอมพิวติ้ (Edge Computing) ต่าง ๆ หรือเซ็นเซอร์ระยะไกลที่ติดตั้งอยู่ในทะเลทราย กล่าวได้ว่าเอดจ์คอมพิวติ้งกำลังช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมทุกประเภท

RedHat

ความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น และตลาดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้มีการนำเทคโนโลยีด้านการค้าปลีกมาใช้มากขึ้น การระบาดของโรคเป็นสถานการณ์ที่เร่งให้ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้มีทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น เช่น การรับสินค้าโดยไม่ต้องลงจากรถ และอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนี้การที่ต้นทุนด้านแรงงานกำลังเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนของเทคโนโลยีหลักต่าง ๆ กำลังลดลง โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใช้ที่เอดจ์ ทำให้ผู้ค้าปลีกกำลังเริ่มมองหาโซลูชันใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้สามารถมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น เช่น

  • ประสบการณ์ระหว่างการช้อปหน้าร้าน และออนไลน์แบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการมองเห็นสินค้าคงคลังได้แบบเรียลไทม์ และทางเลือกแบบเจาะจงเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริงได้มากขึ้น ไปจนถึงการจัดส่งด่วนและอื่น ๆ 
  • การจัดวางสินค้าในร้านรูปแบบใหม่ที่ทันสมัย ที่ช่วยให้การช้อปหน้าร้านสะดวก และรวดเร็วมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกดูสินค้าในร้าน หรือการรับสินค้าที่สั่งซื้อไว้ทางออนไลน์
  • ประสบการณ์การชำระเงินด้วยตนเองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยลูกค้าสามารถหยิบสินค้า และชำระเงินด้วยตนเองได้เลย
  • โซลูชันป้องกันการสูญเสียที่ทันสมัย เพื่อลดความเสี่ยง และผลกระทบของ “shrinkage” หรือความสูญเสียสินค้าคงคลังที่เกิดจากการลักขโมย และการใช้ความรุนแรง

Edge Computing สามารถยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคในธุรกิจค้าปลีกได้อย่างมาก

ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น เราจึงเห็นผู้ค้าปลีกรวมถึงลูกค้า ของ เร้ดแฮท ลงทุนกับส่วนสำคัญ 3 ด้าน คือ ปรับปรุงระบบขายหน้าร้าน (Point of Sale: POS) ให้ทันสมัย, ลงทุนด้านคอมพิวเตอร์วิชัน แลคลังสินค้าอัตโนมัติ 

RedHat
Red Hat Edge’s validated patterns

ตัวอย่าง ลูกค้ารายหนึ่งมีร้านค้า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ให้บริการลูกค้ามากกว่า 65 ล้านรายในอเมริกาเหนือ ลูกค้ารายนี้ต้องประเมินเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ใหม่ เพราะต้องเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น มีความจำเป็นต้องเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่เข้ามาในร้านอย่างต่อเนื่อง ณ จุดชำระเงินที่อาจต้องใช้โปรแกรมสะสมคะแนน

และต้องเผชิญกับคำสั่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเพื่อจัดการระบบ POS ของร้านค้าทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขความท้าทายดังกล่าว บริษัทเลือกที่จะรีเซ็ตโครงสร้างพื้นฐาน POS ใหม่ โดยใช้แพลตฟอร์มระดับองค์กรครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียวสำหรับเอดจ์คอมพิวติ้ง โดยการใช้ Enterprise Linux (RHEL), OpenShift และ Ansible Automation Platform

การตัดสินใจดังกล่าว เป็นการจัดการความท้าทายทางเทคนิคสำคัญ 4 ประการ
  • ทำความเข้าใจการใช้ RHEL ในรูปแบบที่เน้นไปที่เอดจ์ เพื่อสร้างแอปพลิเคชัน POS ใหม่
  • การโยกย้ายการทำงานไปที่ระบบ POS ที่ไม่ต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ด้วยการวางแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไว้บนคอนเทนเนอร์
  • คงความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัย และความปลอดภัยในการชำระเงินด้วยบัตร โดยใช้ immutable image ของ RHEL และ containerizing applications
  • สามารถใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงที่เชื่อมต่อที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยในการชำระเงินด้วยบัตร เช่นเครื่องสแกนบาร์โค้ด อุปกรณ์การป้อนรหัส (PIN pads) และเครื่องพิมพ์ใบเสร็จต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรันแอปพลิเคชัน POS ที่พัฒนาใหม่ได้

RedHat

ผู้ค้าปลีกเลือกที่จะปรับโครงสร้างพื้นฐาน POS ของตนให้ทันสมัยด้วยแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่สามารถจัดการกับความต้องการด้านเครือข่ายเอดจ์ให้กับอุตสาหกรรมค้าปลีกได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ค้าปลีกใช้ข้อมูลได้ใกล้กับจุดที่ข้อมูลเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น และเป็นจุดที่เกิดปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าส่วนใหญ่

หากพิจารณาตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น ก็คือลูกค้าจากร้านค้า 1,200 แห่ง ของบริษัทค้าปลีกราย นั้น เมื่อได้ปรับ POS ให้ทันสมัยแล้ว ผู้ค้าปลีกจะตอบสนองต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ดีขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า และเพิ่มผลลัพธ์จากการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ และเสถียร ช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถมุ่งให้ความสำคัญกับการปฏิบ้ติตามกฎระเบียบ และมาตรการด้านความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ ระบบอัตโนมัติจะช่วยให้ทีมไอทีทำการบำรุงรักษาหรืออัปเดทระบบความปลอดภัยได้ตามความจำเป็นตามต้องการ และยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับแรกอยู่เสมอ

ซึ่งอาจหมายถึงการตรวจจับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต และบรรเทาหรือขจัดปัญหานั้น ๆ ให้หมดไป ทีมงานจึงไม่ต้องใช้เวลาไปกับการบำรุงรักษาด้วยวิธีการซ้ำ ๆ และหันไปโฟกัสเรื่องอื่นที่สำคัญ

เช่น ความปลอดภัยด้านไอที และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีมากขึ้นพร้อม ๆ กับลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มผลกำไร

นวัตกรรมแบบเปิดของเร้ดแฮท ช่วยเพิ่มประสบการณ์ “ในร้านค้า” ให้ทันสมัย 

RedHat

ลูกค้าจำนวนมากใช้โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI และคอมพิวเตอร์วิชันที่ทันสมัยจากผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISVs) เพื่อให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ด้วยตนเอง ด้วยวิธีการที่ง่ายมากกว่าการสแกนบาร์โค้ด ซึ่งนั่นหมายความว่าลูกค้าสามารถหยิบสินค้าที่ต้องการใส่ตระกร้า และกลับออกไปโดยไม่ต้องต่อแถวชำระเงิน

ในทำนองเดียวกับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถช่วยวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของลูกค้า เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และโซลูชันป้องกันสินค้าสูญหายที่ทันสมัยที่ไม่ต้องพึ่งพา RFIDs หรือแท็กข้อมูลเพื่อความปลอดภัยที่ติดอยู่กับตัวสินค้า การจะใช้แอปพลิเคชันประเภทนี้ได้นั้น ผู้ค้าปลีกต้องใช้แพลตฟอร์ม

การพัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ทันสมัยกับเซิร์ฟเวอร์ในร้านค้า ที่เชื่อมต่อกลับไปยังแอปพลิเคชันหลักต่าง ๆ ของร้านผ่านไฮบริดคลาวด์ OpenShift และ OpenShift AI สามารถช่วยให้ลูกค้าใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้ได้ ไม่ว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะเป็นแบบ homegrown หรือ ISV buildon 

RedHat

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เร้ดแฮทได้ประกาศว่า Device Edge พร้อมให้ใช้งานได้แล้ว โดย Device Edge นี้จะช่วยมอบแพลตฟอร์มที่คงเส้นคงวา และออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีทรัพยากรจำกัด โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมที่ต้องการการประมวลผลฟอร์มแฟคเตอร์ขนาดเล็กที่เอดจ์ คุณสมบัติดังกล่าว

ทำให้โซลูชันนี้เหมาะกับระบบ POS ของร้านค้าปลีกเป็นอย่างมาก เร้ดแฮท Device Edge เป็นที่รวมของความพร้อมใช้งานในระดับองค์กร และสนับสนุนโครงการชุมชนโอเพ่นซอร์สที่นำโดย MicroShift (โครงการ lightweight Kubernetest ที่ใช้ความสามารถด้านเอดจ์ของ เร้ดแฮท OpenShift)

มาพร้อมกับ เร้ดแฮท Enterprise Linux และ เร้ดแฮท Ansible Automation Platform สำหรับการบริหารจัดการตั้งแต่การเริ่มพัฒนา (Day 1) และวันที่มีการใช้ระบบต่าง ๆ และต้องบริหารจัดการต่อไป (Day 2) ให้กับไซต์และอุปกรณ์นับร้อยนับพันได้อย่างสอดคล้องกันมากขึ้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.